เมื่อท่านเดินเข้ามาก็ตะวาดซะมากมาย พยาบาลก็โดนไปด้วย ว่าทำไมไม่ถามท่านก่อน เรียกว่าตายกันทุกคน

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2550

 วันนี้เป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ที่ 26 นับถอยหลังไปก็จะเหลือเพียง 12 วันแล้วขอรับกระผม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ตารางการทำงานในสองสัปดาห์ที่เหลืออยู่นี้ ผมต้อง round กับอาร์เธอ (อีกครั้ง) พร้อมด้วยหว่องเฮงฟุกและพี่พิชัย คนที่เดือดเนื้อร้อนใจมากที่สุดเห็นจะเป็นเฮงฟุก เพราะเขาไม่ชอบอาร์เธอ ส่วนผมนั้นเฉยๆเพราะใกล้จะกลับบ้านแล้ว และก็ไม่เคยมีปัญหาตามประสาคนไทย พี่พิชัยเองตั้งแต่มาอยู่ได้ 4 วัน ก็มีคนส่งข้อมูลเรื่องภาควิชาของเราให้ฟังอย่างมากมายก่ายกอง โดยเฉพาะเพื่อนสาวชาวฟิลิปปินส์ของผมนั้น เธอเล่าให้ฟังอย่างได้อรรถรสเชียวครับ สัปดาห์หน้าเฮงฟุกลา 3 วัน และตั้งแต่กลางเดือนเป็นต้นไป เขาต้องไปเป็นทหาร ก็เหลือแต่พี่พิชัยคนเดียว งานนี้ท่าทางจะสนุกแน่ๆ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เมื่อวานวันพฤหัสบดี ครูหาญให้ผมเข้าช่วยผ่าตัดตั้งแต่เช้า ครูหงุดหงิดตั้งแต่เช้าเลย เพราะว่ามีคนไปลัดคิวห้องผ่าตัดเล็กของท่าน ซึ่งจะทำให้ท่านจัดการเวลาได้ยากขึ้น แถมมาโกรธพวกเราเรื่องการไม่ระบุชื่อหมอเจ้าของคนไข้คนแรกของคนไข้ไว้ให้เรียบร้อย ซึ่งเมื่อเราส่งสติ๊กเกอร์ให้ครูเพื่อจัดตารางผ่าตัดไปนั้น ท่านจะลืมบอกเจ้าของไข้ให้เข้ามาผ่าตัดด้วย นี่เป็นเรื่องการจัดแบ่งผลประโยชน์กันเห็นๆครับ แถมคนไข้อีกคนที่เราระบุชื่อหมอเจ้าของไข้ไป แล้วเรียกเขาเข้ามา แต่เมื่อครูดูก็พบว่า หมอคนแรกนั้น discharge คนไข้ไปแล้ว งานนี้การเรียกเขาเข้ามาก็เป็นการแบ่งรายได้จากครูไปอีกโดยไม่จำเป็น ลุปน่าก็ซวยอีกหน งานนี้บอกตรงๆว่า ผมไม่รับรู้เรื่องทั้งนั้น เพราะมันเป็นระบบการแบ่งผลประโยชน์ระหว่างหมอกันเอง เราเป็นข้าราชการไทยครับ ทำงานของเราต่อไป เมื่อก่อนผมถูกด่าเรื่องนี้บ่อยเพราะไม่รู้เรื่อง แต่หลังๆคล่องครับ ไม่เคยพลาด แต่หลายครั้งก็ไม่ใช่ความผิดผม ซึ่งผมก็จะเถียงทุกครั้งที่ไม่ผิด <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                จนกระทั่งพักยกแรก ครูต้องไปประชุมก่อน ก่อนไปท่านก็บอกผมว่า ให้ผมกับอาร์ลีนผ่าตัด TVT-O คนไข้คนต่อไปเวลา 3 โมง จนกระทั่ง 2 โมง 50 ผมก็เริ่มจัดการตามคำสั่ง แล้วก็รายงานครู ปรากฏว่าท่านด่าผ่านมาทางโทรศัพท์ในทันใดว่า ทำไมไม่รายงานก่อน เกิดปัญหาขึ้นมาแล้วใครจะรับผิดชอบ เรียกว่าด่าผ่านมาทางสายอย่างดัง จากนั้นบรรยากาศในห้องผ่าตัดก็ตึงทันที เมื่อท่านเดินเข้ามาก็ตะวาดซะมากมาย พยาบาลก็โดนไปด้วย ว่าทำไมไม่ถามท่านก่อน เรียกว่าตายกันทุกคน ผมก็นึกในใจว่า ก็ทีเมื่อตอนเช้ายังให้ผมเริ่มผ่าตัดได้เลย แล้วนี่ตอนบ่ายเปลี่ยนไปแล้ว ท่านบอกว่าท่านไปประชุมข้างนอกโรงพยาบาล (ก็อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน) แต่จะว่าไปแล้ว นี่มันเป็นความผิดของผมเต็มๆ เลยบอกท่านไปว่าอย่าไปด่าพยาบาล แต่อารมณ์ขณะนั้นยากเหลือเกินที่อธิบายครับ ท่านบอกว่า นี่ถ้ายังอยู่ต่อไปอีก จะไม่ให้เข้าห้องผ่าตัดเดือนหนึ่งเลย (เคยถูกด่าแบบนี้มาแล้วครับ เมื่อ 3-4 เดือนก่อนนู้น) เฮ้อ แล้วเราก็ผ่าตัดรายอื่นกันอีกต่อไป <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                คืนวันพฤหัสนี้ พี่ปุ้ยมาสิงคโปร์อีกหน เธอได้นัดพวกผมกินข้าวกันไว้แล้ว หนุ่มบอกว่าอยากกินปูอลาสก้าครับ เขาจองโต๊ะเอาไว้ที่ร้านอาหาร Long beach ซึ่งต้องนั่งรถไปกินกันที่ East Coast นู่น ผมได้เอาผ้าไหมคลุมไหล่ที่เอามาจากบ้านให้พี่ปุ้ยด้วย เพื่อเป็นการขอบคุณที่จัดการเรื่องให้ผมตั้งหลายอย่าง ผ้าไหมนี้เป็นผลงานของเพื่อนเมียผมเองครับ ภรรยาเขาเป็นศิลปิน ซื้อผ้าไหมมาแล้วทำสีทำลายเอง สวยมาก ผมอุดหนุนเขาไปหลายผืนแล้วตั้งแต่รู้จักกัน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                วันนี้ซึ่งเป็นวันศุกร์ ผมตรวจคนไข้ตอนเช้ากับครูหาญ ท่านหายโกรธแล้ว แบบนี้ทำให้ผมสบายใจได้มาก เพราะว่าโกรธง่ายหายเร็ว ไม่จดไม่จำ น่าศรัทธา ผมเคลียร์คนไข้ได้หมดราวเที่ยงครึ่ง ท่านก็ให้เข้าห้องผ่าตัดเพื่อเริ่มผ่าแทนท่านไปก่อน คนนี้ไม่ใช่คนไข้ Urogynae แต่เป็นคนไข้นรีเวชธรรมดาที่มาผ่าตัดเอา cyst ในรังไข่ออก จากนั้นก็รีบไปช่วยครูลีต่อ วันนี้อาร์ลีนไม่มาทำงาน เธอบอกว่าหายใจลำบาก ไม่แน่ใจว่าเป็นหอบหรือไม่ จะไปหาหมอที่ TTSH ดังนั้นในช่วงบ่ายนี้จึงเหลือเพียงผมคนเดียว ร้อนถึงแคโรไลน์ น้อง MO คนใหม่ ที่ต้องอยู่ช่วยเราต่อไป <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                กว่าจะเสร็จผ่าตัดก็ปาเข้าไปทุ่ม 15 นาที ขาชาไปหมด เพราะวันนี้สวมรองเท้าค่อนข้างเล็ก ส้นสูงเหมือนตุ๊ด รีบออกไปแล้วกลับบ้าน พาพี่พิชัยไปกินซุปไก่ดำ แล้วกลับที่พักนอน หมดไปอีกวันครับ