“ทำไมพระไม่สวดเป็นภาษาไทย ฟังไม่เห็นจะรู้เรื่องเลยว่าสวดอะไรบ้าง”

                  ไม่นานแม่เฒ่าก็บอกให้พวกเราขึ้นไปบนศาลา แต่ไม่มีใครขึ้นไป เพราะนั่งในเต็นท์ดูจะสบายกว่าการนั่งพับเพียบบนศาลา พิธีกรเริ่มเชิญเจ้าภาพ จุดธูปเทียน บูชาพระรัตนตรัยและจุดเทียนที่ตู้พระธรรม นั้นเป็นการแสดงให้เห็นว่า พิธีกรรมที่ทำขณะนี้คือ พิธีกรรมบำเพ็ญกุศลศพ ไม่ใช่ปวารณาออกพรรษา เราหยุดคุยกัน พร้อมกับสงบกาย วาจา ใจ ประนมมือ กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย สมาทานศีล อาราธนาธรรม ฟังพระสวดอภิธรรม ฟังพระพิจารณาสังขาร (อนิจฺจา วต สงฺขารา…) <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">    </p>              พระสวดอภิธรรม ๗ คัมภีร์ไป ๑ รอบ ให้นึกถึงการสวดบำเพ็ญกุศลศพในเมืองหลวง บางงานหากเจ้าภาพ ๗ คน ก็สวด ๗ รอบ บางงานเจ้าภาพกี่คนก็สวด ๒-๓ รอบ สำหรับวัดชลประทานรังสฤษฏ์  จังหวัดนนทบุรี สวดไม่ครบทั้ง ๗ คัมภีร์ พระจะเลือกสวดเพียง ๓ หรือ ๔ แล้วแต่เวลา โดยจะเน้นที่การบรรยายธรรมเป็นภาษาไทยเสียมากกว่า พิธีกรรมทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายใน ๑ ชั่วโมง ๑ ชั่วโมง ๑๕ นาที อันที่จริง สวดกี่รอบกี่รอบศพก็ไม่ฟื้น คนตายไม่อาจขึ้นสวรรค์ได้เพราะการฟังสวด การสวดไม่ใช่สวดให้ผู้ตายฟัง แต่สวดให้ผู้มีชีวิตฟัง สวดเป็นภาษาศาสนาฟังไม่รู้เรื่อง ดังนั้น วัดชลประทานฯจึงต้องเน้นที่การบรรยายธรรมเป็นภาคภาษาไทย <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">  </p>                ไม่นานพิธีกรงานบำเพ็ญกุศลศพ ก็ประกาศให้ทราบว่า อันที่จริงสวดเพียงรอบเดียวก็ได้ เพราะทั้ง ๒ ศพเป็นญาติกัน แต่เพื่อให้งานเป็นระเบียบแบบแผนที่ดี จึงแยกกัน โดยต่อไปนี้จะเป็นการสวดอีกศพหนึ่ง (ศพในหีบศพ) ผมได้ยินเสียงแว่วๆทางลำโพงเครื่องขยายเป็นภาษาปักษ์ใต้ในทำนองว่า ตะกี้ อาราธนาแล้ว ท่านสวดได้เลย โดยไม่ต้องอาราธนาใหม่ ผมคิดในใจว่า นี่เป็นคำแนะนำของพิธีกร เพื่อให้พระสวดได้เลย โดยไม่ต้องอาราธนาธรรมอีก <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">  </p>                พระเริ่มสวดอภิธรรม ๗ คัมภีร์ รอบที่ ๒ ผมเห็นสาวน้อยที่นั่งข้างๆ ผมเริ่มกระสับกระส่าย เดี๋ยวคันตรงโน้น เดี๋ยวคันตรงนี้ ขยับตัวไปมา ผมแย้มออกมานิดๆ และเข้าใจว่า เธอกำลังเบื่อแล้ว และผมก็พลอยกระสับกระส่ายความคิดไปด้วย ต่อเมื่อพระสวดอภิธรรม ๗ คัมภีร์จบ และขึ้นต้นบทพิจารณาสังขาร ผมวางมือลงบนหน้าขา (นั่งบนเก้าอี้) สาวน้อยหันมาสังเกตผม เมื่อพระพิจารณาสังขารเสร็จ เธอหันมาถามผมว่า ทำไมพระไม่สวดเป็นภาษาไทย ไม่เห็นจะฟังเลยว่าสวดอะไรบ้าง (ฟังไม่รู้เรื่อง)คำถามนี้ ต้องการคำตอบจากพี่…(ชื่อเล่นที่เธอตั้งให้ผม) ไหม หรือว่าถามไปอย่างนั้น ผมถามย้อนเธอ พร้อมกับยิ้มๆ เธอมองหน้าผมแบบฉุนๆ เมื่อเห็นหน้ากวนๆและเสียงยั่วยวนของผม ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรต่อ ผมก็เอ่ยขึ้นว่า อยากรู้ไหม ว่าทำไม ผมมองตาเธอและคาดการณ์ว่า ถ้าไม่ตอบมีหวังฉุนแน่ๆ ผมจึงตอบไปตามประสาผมว่า คืออย่างนี้…การที่เขาไม่สวดเป็นภาษาไทย โดยสวดเป็นภาษาบาลีนั้น เพื่อต้องการรักษาภาษาศาสนาไว้ คนปัจจุบันฟังไม่รู้เรื่อง เพราะไม่ได้เรียน ไม่เหมือนคนเมื่อก่อน  หากสวดให้คนสมัยก่อนฟัง เขาก็จะฟังรู้เรื่อง เพราะเขาเรียนมา การศึกษาสมัยก่อนเขาเรียนกันในวัด ครูก็คือพระที่มีความรู้และปฏิบัติน่าเลื่อมใส พี่..ฟังรู้เรื่อง แม้จะขาดๆหายๆ เพราะพี่เคยเรียนมาบ้าง… ผมเริ่มร่ายยาวไปอีกว่า ดูคนที่นับถือศาสนาอิสลามสิ เขาศึกษาภาษาอาหรับ ภาษาศาสนาที่บันทึกคัมภีร์อัล-กุรอาน เขาจึงรู้ความหมายของคำสอน และเนื่องจากเขานำศาสนามาใช้กับชีวิตจริง เขาจึงยังดำรงเอกลักษณ์ของเขาไว้ได้ เขาจึงรู้เรื่องว่าคัมภีร์สอนอะไรไว้บ้าง ผู้นับถือศาสนาอื่นๆ อย่างศาสนายูดา เขาก็อ่านคัมภีร์อยู่ทุกๆวัน ทีนี้ลองมาดูตัวเราสองคนบ้างเถอะ เราเอาสิ่งที่คัมภีร์บอกไว้มาใช้กับชีวิตจริงเพียงใด … ไม่เห็นเหรอ..แค่เพียงพี่..ฟังสวดพี่ก็กระวนกระวายแล้ว (เพื่อจะบอกให้รู้ว่า เรามีอาการเดียวกัน) พร้อมกับหัวเราะหึๆ ยิ้มให้สาวน้อยอย่างเอ็นดู เธอยิ้มตอบมา ผมยังอยากจะให้เธอรู้อะไรหลายๆเรื่องอีก เวลานี้แหละที่เขาเรียกว่า บารมีแก่กล้า การพูดให้คนไม่อยากรู้ฟังนั้น พูดไปก็ไร้ประโยชน์ เหนื่อยเปล่าๆ แต่ถ้าพูดให้คนที่อยากรู้ เพียงประโยคเดียวก็คุ้มทุกคำพูด มีอะไรที่ต้องการรู้อีกไหม ถามพี่..ได้นะ ถ้าพี่..รู้พี่..จะบอกอย่างเต็มใจจริงๆ ยังไม่ทันที่ผมจะพูดต่อ เธอก็แทรกขึ้นมาว่า แล้วที่พระสวดตะกี้ อะไรนะ อนิจจา อะไรเนี่ย มันหมายถึงอะไร และทำไมพี่..ไม่ประนมมือ