วันที่ 31 ตุลาคม 2550
วันนี้เป็นวันพุธ วันสุดท้ายของเดือนตุลาคม นี่ผมยังเหลืออีก 14วันแล้วเท่านั้นเองนะเนี่ย นับไปนับมามันก็เพลินดีเหมือนกัน ผมห่างการเขียนบันทึกมาหลายวันเพราะว่ากลับบ้าน และเมื่อกลับมาก็งานยุ่งมากเหลือเกิน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เมื่อวันพฤหัสบดีสัปดาห์ก่อน ผมได้ไปกินข้าวมื้อเย็นกับเหล่าบรรดาหมอศัลย์ที่มาจากเมืองไทย เขามาประชุมเรื่องไส้เลื่อนกัน มากันประมาณเกือบ 20 คน พี่วิภรณ์ได้จัดการรวบผมกับหมอหนุ่มเข้าไปอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย โดยการให้พี่ตั๋นจากบริษัท J&J เป็นคนจัดการเรื่องให้อีกทอดหนึ่ง พี่ตั๋นก็งานดีเหลือเชื่อ เธอนัดผมและหนุ่มไปกินข้าวเย็นด้วยกันที่ร้านอาหารแถวๆถนน Queen Street ใกล้ๆหอสมุดแห่งชาติของเขา ผมได้เจอกับอาจารย์ประกิตที่มาจากม.อ.ด้วย จากนั้นทีมเราก็ไปสวนสัตว์กลางคืน ครั้งนี้ผมไม่เจอฝนเหมือนกับเมื่อครั้งที่ไปกับป๋อง ได้ดูโชว์สัตว์กลางคืน ได้มีโอกาสดูสัตว์ด้วยการนั่งรถชมได้ชัดกว่าเมื่อครั้งก่อน ก็ไม่ได้ตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่นัก จะดีกว่านี้มากหากได้พาแป้งมาด้วย (คุณจ้านั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะว่าคงกลัวจนร้องจ๊ากแน่ๆ) ออกจากสวนสัตว์ นึกว่าจะได้กลับบ้านเลย ก็ถูกพี่ๆชวนไปนั่งในผับที่ Boat Quay ต่อ เขาบอกว่าเป็นผับที่เย็นจัด เสิร์ฟเบียร์ใส่แก้วน้ำแข็งมาเลย แต่เมื่อไปก็พบว่ามีเพียงพื้นที่เล็กๆเท่านั้นที่เย็นเจี๊ยบ เดินพ้นเข้าไปก็แอร์ธรรมดาเราๆนี่เองครับ กกว่าจะได้กลับถึงบ้านก็เกือบเที่ยงคืนครึ่ง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เมื่อศุกร์ที่ผ่านมาผมมีเรื่องระทึกใจอีกเรื่องที่จะต้องจดจำต่อไป เรื่องมันก็ต่อเนื่องจากเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ที่ครูหาญบอกว่าเราต้องดูคนไข้นรีเวชทุกรายในสาย แล้วผมดื้อแพ่งนั่นยังไง ผมไม่ดูครับ และไม่รายงานครูด้วย จนเมื่อท่านถามว่าทำไมไม่รายงานคนไข้แท้งคนหนึ่ง ผมก็บอกว่าไม่ได้ดู เลยโดยระเบิดใส่อย่างจังมาหลายลูกเลยครับ ผมก็นั่งฟังและเครียดจนตัวสั่น เมื่อครูพูดจบก็ขอพูดบ้าง ผมบอกท่านไปว่า ผมไม่สะดวกใจที่จะดูคนไข้เหล่านั้น เพราะหลายครั้งที่การดูแลคนไข้ของที่นี่ไม่ถูกใจผม และผมก็ยกตัวอย่างคนไข้ครูที่ขูดมดลูกเมื่อวานนั่นประไร ผมเถียงท่านว่ารายนั้นไม่ควรขูดมดลูก เพราะเป็นการแท้งในไตรมาสที่สอง ท่านบอกว่าต้องขูดเพราะรกจะค้าง ผมก็เถียงว่ารกจะค้างได้อย่างไรในเมื่อไตรมาสที่สองนั้นรกสมบูรณ์จะตายไป ท่านก็ไม่ฟัง (ก็เป็นคนไข้ท่านนี่นา) ผมก็พูดต่อไปว่า คนไข้ที่มีปัญหาทาง urogynaecology นั้นผมดูให้ท่าน 100% อยู่แล้ว ส่วนคนไข้นรีเวชที่ผมมีโอกาสได้ร่วมรักษาผมก็ดูให้ แต่จะให้ดูคนไข้นรีเวชทั่วไปทั้งหมดในสายนั้น ผมไม่สุขใจอย่างแรง ตอนนั้นผมก็โกรธมากพอใช้ครับ แต่รักษาน้ำเสียงให้เป็นปกติอย่างที่สุด ท่านก็ตอบผมว่า ก็ต้องบอกว่าไม่ได้ดูแล้วหาคนอื่นมารายงานแทน หมอของ KKH ก็มีในสาย ก็ให้เขาดูสิ ว่าแล้วผมก็โล่งอก รีบบอกหว่องฟุกและลุปน่าในทันใด เล่นเอา 2 คนนี้เหงื่อตก เพราะเขากลัวครูผมซะเหลือเกิน ส่วนผมในตอนนี้น่ะหรือ โล่งอกสุดๆ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เย็นวันศุกร์นั้นผมก็กลับบ้าน เพราะจองตั๋วแอร์เอเชียเอาไว้นานแล้ว เนื่องจากว่าเครื่องบินตราเสือยกเลิกการบินไปหาดใหญ่ซะแล้ว เครื่องบินออก 4 ทุ่มตรง ผมก็รีบไปซะตั้งแต่ 6 โมงเย็น เพราะยังไม่เคยเดินทางไปยัง terminal 1 เลย ผมต้องลงรถไฟฟ้าที่ terminal2 เหมือนเดิม และเดินขึ้นไปยังชั้นผู้โดยสารขาเข้าแล้วเลี้ยวตามทางที่ชี้ว่าไปรถไฟฟ้าเชื่อม terminal ตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะเป็นครั้งแรก แต่ที่น่าตื่นเต้นมากกว่านั้นก็คือ เมื่อรถไฟฟ้าเริ่มออกไปได้ราว 100 เมตร มันก็หยุดกึ๊กแล้วหยุดยาวเลย มันเสียครับ มันต้อนรับหมอธนพันธ์ด้วยการหยุดดับบนทางวิ่งลอยฟ้าเลย เจ้าหน้าที่มาแก้ไขกว่าครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่ได้ผล พวกผมจึงต้องเดินไปตามทางรถไฟฟ้า บนทางลอยฟ้า ไปยัง terminal 1 เอง ตื่นเต้นดีแท้ ชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้ทำอย่างนี้อีกแล้วกระมัง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ผมถึงกรุงเทพก็ 5 ทุ่มครึ่ง ไปคอนโดฯของน้องสาวคนเล็ก ซึ่งตอนนี้ไปเที่ยวปาย โชคดีที่ปุ๊ น้องสาวคนรองมาอยู่พอดี เธอซื้อส้มตำปลาร้าและเส้นขนมจีนมารอบรับพี่ชาย (ตามการสั่งทางสายตั้งแต่อยู่ที่สนามบินชางฮีนู่น) กว่าจะกินเสร็จก็ปาเข้าไปตีหนึ่ง รีบอาบน้ำนอนแล้วตื่นตี 5 เพื่อรีบไปขึ้นเครื่องลงหาดใหญ่ เป็นไงครับ การเดินทางของผม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> วันเสาร์ผมก็ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับลูก คือไปซื้อเค้กก้อนเล็กๆ มาปักเทียน แล้วน้องจ้าเป่า เธอเป่าเทียนเป็นแล้ว ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะเข้าใจความหมายหรือไม่ เธอดูมีความสุขดีครับ ขอบอก พ่อก็สุขครับ ยิ่งเห็นเธอกินเค้กเป็นด้วยแล้วก็ยิ่งสุขใหญ่ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ผมต้องกลับสิงคโปร์ในวันอาทิตย์เที่ยง โดยการขึ้นเครื่องไปที่กรุงเทพก่อน ผมเลือกแอร์เอเชียเหมือนเดิม เพราะขี้เกียจไปต่อเครื่องที่ดอนเมืองครับ ผมนับกับพี่พิชัยเอาไว้ที่นั่น เพราะว่าจะได้มาสิงคโปร์พร้อมกัน นั่นจะเป็นโอกาสที่ดีของพี่พิชัยอย่างมาก และเป็นข้อดีของผมเช่นกัน เนื่องจากเจสิก้าจัดรถมารับการเข้ามาครั้งแรกของพวกเราทุกคน ผมเลยได้นั่งแท็กซี่เบนซ์อีกครั้ง ฮ่า ฮ่า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ตั้งแต่วันจันทร์ ผมก็ได้พาพี่พิชัยไปโรงพยาบาลเพื่อแนะนำให้ครูหาญ ครูลีได้รู้จัก จูดี้ได้จัดการเรื่องต่างๆเอาไว้อย่างดี จากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำงาน พี่พิชัยต้องเจอเจสิก้า ส่วนผมก็ลงไปที่คลินิกพร้อมหมอเม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>ลืมบอกไปว่าเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากที่หมออัซมาจากบรูไนจากไป หมอเมจากพม่าก็มาแทนที่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของผมอีกเหมือนเดิมที่ต้องให้เขาเดินตามต๊อกๆตามคำสั่งของครูหาญ วันจันทร์นี้ก็จะเป็นวันสุดท้ายของเขา จากนั้นหมอเหวียนจากเวียดนามจะมาแทนที่ ครูลีล้อผมว่า “ธนพันธ์เป็น international trainer”<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>เมื่อพี่พิชัยไปตรวจร่างกายเสร็จแล้วครูหาญเลยให้ผมเป็นคนติวเรื่องงานให้ ครูสั่งมาว่าให้แนะนำแต่สิ่งที่ดีๆเท่านั้นนะ เล่นเอาผมหัวเราะร่วน เพราะครูคงกำลังประชดประชันหน่อยๆที่ผมดื้อเกินไปนิด ฮา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>วันนี้ช่วงเช้า ผมต้องนำเสนอเรื่องงานวิจัยที่ต้องทำไป 2 เรื่อง นี้นี่เองที่ทำให้ผมอดหลับอดนอนมาหลายคืนแล้ว ตั้งแต่เมื่อตอนกลับบ้านไป ก็ต้องวิ่งไปหารัศมี เพื่อนของผมที่เป็นนักวิจัยเพื่อให้เขาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลให้ จากนั้นก็มานั่งเทียนวาดฝันกลางอากาศ จับต้นชนปลายอยู่นานกว่าจะออกมาเป็นสไลด์เพื่อนำเสนอในช่วงเช้าจนได้ ผมก็นำเสนอไป ครูก็ช่วยกันวิจารณ์ไปบ้าง ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะฟังผมรู้เรื่อง ผมจบได้อย่างงดงามทีเดียว ครูบอกว่าน่าจะลงตีพิมพ์ได้ แต่นั่นแหละ ยังมีอีกหลายส่วนที่ผมต้องทำเพิ่มเติมอีกมากมาย พระเจ้าช่วยกล้วยทอด <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>ผมได้บอกจูดี้ว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ผมจะได้กลับบ้านในวันที่ 10 นี้ จูดี้ก็แอบไปถามครูหาญก่อน ปรากฏว่า ท่านบอกว่าสัปดาห์หน้าตั้งแต่วันที่ 6 ท่านจะไปฝรั่งเศส กว่าจะกลับมาอีกทีก็วันที่ 10 เข้าไปแล้ว อย่าเพิ่งให้ผมกลับ เพราะท่านจะคุยกับผมก่อน ปรากฏว่าก็ต้องคงไว้ซึ่งตารางเดิม คือกลับบ้านวันที่ 14 เฮ้อ งานนี้เมื่อผมโทรไปหาเมียรัก เธอถึงกับพูดไม่ออก เพราะว่าคงอยากจะให้ผมกลับบ้านเต็มทีแล้ว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>โอยยยย…อยากกลับบ้านครับ
สวัสดีครับ
มาแสดงความยินดีด้วยนะครับ อีกเพียง ๑๔ วัน ก็กลับบ้านเราแล้ว
คาดหวังเรื่องราวดีๆจากเมืองไทยอีกนะครับ
น้องสาวที่มาเที่ยวปาย มาเที่ยวช่วงไหนครับ หากมีเหตุขัดข้อง หรือต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับปาย ติดต่อได้ครับ ยินดีครับ
สวัสดีครับคุณเอก
ว่าแล้วเชียว ว่าต้องออกมาบอกเรื่องการให้ความช่วยเหลือเมื่ออยู่ปายเป็นแน่ๆ ผมก็เดาถูกตามเคยครับ ขอบพระคุณมาก
เขาไปเที่ยวกันเมื่อเสาร์ที่แล้ว โดยไม่มีความลำบากแต่อย่างใดครับ
สวัสดีครับคุณหมอ
ฮาฮา ใกล้แล้ว ใกล้แล้ว เห็นหายไปหลายวัน หนึ่งว่ากำลังยุ่งกับการเก็บเสื้อผ้าอยู่ ฮิฮิฮิ
สวัสดีครับอาจารย์จารุวัจน์
เก็บเสื้อผ้าครึ่งชั่วโมงก็เสร็จครับ
ตอนนี้ยุ่งยากใจอย่างเดียวครับ คิดถึงบ้าน เมียและลูกครับ