“ที่นี้ เขาทำกันอย่างนี้แหละ”

                   เวลา ๑๗.๐๐ น. ของวันเสาร์ที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๐ เราสี่คนคือ ผม สาวน้อย แม่และอาของสาวน้อย ย่างเท้าออกจากประตูบ้าน ขึ้นรถกระบะขับมุ่งหน้าไปสู่งานบำเพ็ญกุศลศพที่อำเภอควนเนียง แวะรับน้าๆ หลานๆ ของสาวน้อยที่บ้านแม่เฒ่าด้วย ไม่นานก็ถึงวัดอันเป็นเป้าหมาย <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>                 หลังจากได้พูดคุยกับเจ้าภาพพอประมาณ แม่ อา สาวน้อยและผม เดินขึ้นไปบนศาลาบำเพ็ญกุศลศพเพื่อจุดธูปเคารพศพ ระหว่างที่ธูปส่งประกายวับแวมอยู่ในมือผม ผมไม่ลืมที่จะสงบจิตและรำลึกในใจว่า กาย วาจา ใจ อันใดที่ผมเคยประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินในท่าน เจตนาก็ดี ไม่ได้เจตนาก็ดี ขอท่านได้อโหสิในพฤติกรรมเหล่านั้นด้วย จากนั้น ก็ท่องคำที่ผู้สูงอายุท่านหนึ่งได้เคยสอนให้ผมได้เรียนรู้ แม้ผมจะแปลเป็นประโยคที่ดีไม่ได้ว่า จุติ จุตํ อรหํ จุติ อันที่จริง ชุดคำนี้ เขาสอนให้ผมกล่าวเมื่อวางดอกไม้จันทน์ จากนั้นจึงท่องบทแผ่เมตตาในใจ เสร็จสิ้นจึงปักธูปแทรกธูปอื่นๆที่มีอยู่แล้วลงกระถางที่บรรจุทรายอยู่เกือบเต็มขอบปาก ไม่ลืมที่จะโน้มตัวลงไหว้เป็นอย่างดี ก่อนเดินลงจากศาลาวัด <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">    </p>              วัดนี้ช่างร่มรืนดีแท้ ต้นไม้เยอะ พื้นดินก็เป็นผืนทราย เวลาฝนตกน่าจะซับน้ำได้เร็วดีแน่ๆ ต่างจากบางวัดที่พยายามจะทำให้เป็นเหมือนกับวัดในเมือง มีการปูลาดด้วยตัวหนอน เทปูน เวลาสุนัขถ่ายอุจจาระลง กว่าจะย่อยเป็นผุยผงก็ใช้เวลาอยู่นาน ต่างจากลานทรายที่มีการย่อยสลายเป็นผุยผงด้วยเวลาไม่นาน <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">  </p>                ญาติฝ่ายเจ้าภาพเชิญให้ไปทานอาหาร เรามิได้ปฏิเสธอันใด แต่ก็ไม่รบกวนฝ่ายเจ้าภาพ เนื่องจากแม่เฒ่าของสาวน้อยไปช่วยทำครัวและนอนเฝ้าศพตลอดงานอยู่แล้ว เราก็เหมือนเจ้าภาพ น้าๆ ช่วยกันตักข้าว ตักแกง น้ำแข็ง น้ำดื่ม และล้อมวงรับประทานอาหารบนโต๊ะที่จัดไว้เป็นอย่างดี ผมกระซิบกับสาวน้อยว่า ทำไมงานศพจึงมีการตั้งเต็นท์ ตั้งโต๊ะจัดเลี้ยงใหญ่โตเหมือนงานแต่งงานเลยหรือ อาได้ยินคำถามนี้จึงตอบแทนสาวน้อยไปว่า ที่นี้ เขาทำกันอย่างนี้แหละ <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">  </p>                นั่งทานข้าวไป คุยกันไป ตามประสาญาติสนิท มิตรสหาย หลังจากกินข้าวเสร็จ จึงช่วยกันเก็บภาชนะไปสู่โรงครัว เป็นที่น่าสังเกตว่า ทำไมผู้ชายจึงปล่อยให้ผู้หญิงทำหน้าที่ทั้งตั้งอาหาร ตักข้าว ตักแกง ไปเอาของเพิ่ม หรือว่า ที่แห่งนี้เขาเป็นอย่างนี้อีก แต่ปัญหานี้ก็ไม่ได้ถูกถามออกไปจากปากของผม เพราะหากผมถามออกไป ผมก็เกรงว่า ผมจะกลายเป็นผู้ชายแปลกปลอมในสายตาของผู้ชายทั้งหลาย ตอนท้าย ผู้หญิงวัยกลางคน-สูงอายุ ประมาณ ๖๐ กว่าๆ เดินถือขนมต้มโยนมาให้ และพูดกล่าวต้อนรับด้วยอัธยาศัยไมตรีเป็นอย่างดี ทราบภายหลังว่า เป็นภรรยาของลุงผู้ตาย และญาติฝ่ายสาวน้อยก็คุยกันเหมือนกับคุ้นเคยกันมากๆ ไม่นานแม่เฒ่ามาสมทบด้วย