ผมนึกย้อนหลังไปเมื่อสมัยทำงานในชนบทที่เชียงใหม่ มีสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจพี่น้องชาวเชียงใหม่  จริงๆก็เหมือนทุกจังหวัดในภาคเหนือ ไม่ว่าลำพูน เชียงราย ลำปาง แม่ฮ่องสอน ฯ คือ เกือบทุกบ้านจะมีตุ่มน้ำดื่มเล็กๆวางอยู่หน้าบ้าน บางบ้านก็จะทำศาลาเล็กๆมีหลังคาแล้วเอาตุ่มน้ำดื่มเล็กๆนี้วางไว้ พร้อมกับกระบวยตักน้ำที่ทำด้วยกะลา ซึ่งมีด้ามที่สละสลวยสวยงาม   

สิ่งที่ผมต้องการจะกล่าวมิใช่ศิลปะบนด้ามกระบวยที่ตักน้ำดื่มครับ แต่ต้องการกล่าวถึงวัฒนธรรมการสร้างตุ่มน้ำดื่มไว้หน้าบ้าน สำหรับใครก็ได้ที่หิวกระหายก็มาดื่มกินได้ ทุกวันเจ้าของบ้านก็มาดูว่าปริมาณน้ำในตุ่มเล็กๆใบนั้นพร่องน้ำหรือไม่ หากพร่องก็เอาน้ำดื่มมาเติม  ในความรู้สึกนึกคิดของผมต่อสิ่งนี้นั้นมีดังนี้ 

  • เป็นพฤติกรรม ในวัฒนธรรมที่ดีงามสูงส่งเหลือเกิน
  • เป็นวัฒนธรรมที่บ่งบอกถึงน้ำใจ ไมตรีที่คนพึงมีต่อทุกคน ใครๆก็ได้ ไม่ว่าผู้นั้นจะมีฐานะทางสังคมอย่างไร  
  • น้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญมากต่อสุขภาพร่างกาย หากร่างกายขาดน้ำเป็นระยะเวลานานก็อาจจะเสียชีวิตได้  การนำเสนอน้ำดื่มที่หน้าบ้านจึงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต
  • การที่เจ้าของบ้านนำน้ำ ไปวางไว้หน้าบ้านเช่นนั้น เป็นอิสระ ไม่มีใครมาบังคับ  ไม่มีใครมากะเกณฑ์
  • ในชุมชนที่ประพฤติแบบนี้ ผู้กระหายมีความเป็นอิสระที่จะเดินมาดื่มบ้านหลังนี้ หรือเดินผ่านไปบ้านหลังอื่นๆก็ได้
  • หลังดื่มแล้วจิตใจผู้ดื่มจะต้องนึกขอบคุณผู้ให้ นึกถึงน้ำใจผู้ให้ ส่งจิตแผ่กุศลแด่ผู้ให้ และนี่เองคือราก คือสายจิตสายใจ ที่ผูกแก่กันโดยไม่ต้องขอร้อง ไม่ต้องเรียกร้อง ไม่ต้องผลักดัน ไม่ต้องรณรงค์ ไม่ต้องจัดงานวันน้ำใจ แต่เป็นไปโดยธรรมชาติ  
  • เมื่อหมู่บ้านใดๆมีตุ่มน้ำเล็กๆเช่นนี้ที่หน้าบ้าน ทุกหลังคาเรือน ไม่ว่าบ้านหลังเล็กหรือหลังใหญ่ ไม่ว่าคหบดี หรือคนธรรมดา แม้คนยากจน บ้าน ผู้ให้ก็เย็น  ผู้รับก็เย็น มีแต่ความเย็นเกิดขึ้น หมู่บ้านจึงเย็น สงบสุข
  • เป็นการปฏิบัติธรรมโดยแท้จริง เพราะตั้งใจให้แก่สาธารณะผู้ผ่านทางโดยมิได้หวังผลตอบแทน

 เจ้าของบ้านเป็น ผู้ให้ ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์  ผู้กระหายมาดื่มน้ำ เป็น ผู้แสวงหา หรือ ผู้รับ ที่รับแล้วก็อิ่มเอิ่บ   เมื่อหิวอีกก็สามารถดื่มได้อีก ไม่รู้จบตราบใดที่ผู้ให้ยังให้อยู่ตลอดเวลา ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ ผู้ให้ก็อิ่มอกอิ่มใจ  ผู้รับก็หยุดการกระหาย เมื่อเติมเต็มแล้ว  

ผมนึกถึงหมู่บ้าน G2K ของเราครับ

  • เรามีบล็อก เสมือนบ้าน ที่บางบ้านก็ตกแต่งสวยงาม หรูหราดั่ง คหบดี บางบ้านก็เรียบๆ
  • เจ้าของบ้านเขียนบทบันทึกลงในบล็อกเหมือนเราเอาน้ำดื่มไปใส่ตุ่มหน้าบ้าน  บางบ้านคนชอบมาดื่มน้ำครับ ดื่มแล้วอร่อย ชื่นใจ(ประเภทสร้างสรรค์สร้างชีวิต ได้มุมคิด) บางบ้านมาดื่มแล้วรู้สึกมีพลังวังชาแก่ชีวิต มีสติ(ประเภทธรรมมะชูใจ) บางบ้านเสกน้ำดื่มด้วยเมื่อผู้คนมาดื่มแล้วคึกคัก ซู่ซ่า(ประเภทสบายๆ ขำขัน) ฯลฯ
  • ผู้บันทึกกระทำด้วยอิสระไม่ได้มีใครบังคับ ขู่เข็น บางท่านทำบันทึกเพื่อให้แก่สาธารณะแล้วแต่ท่านผู้ใดจะเข้ามาเรียนรู้ คิดต่อ นำไปดัดแปลงใช้ ขยาย เสมือนดื่มน้ำแล้วมีพลังงานไปทำการสร้างสรรค์ชีวิตต่อไป
  • แม้ว่าบันทึกนี้จะไม่เหมือนน้ำเสียทีเดียวเพราะ บันทึกมีสีสันกว่า มีอารมณ์ความรู้สึกใส่เข้าไปด้วย ใส่ความคิดเห็นเข้าไปด้วย และบางครั้งบางทีก็เป็นประโยชน์แก่หลายคน แต่เป็นพิษกับบางคน แต่ก็เป็นส่วนน้อยครับ หากเป็นพิษบันทึกนั้นก็จะไม่มีใครไปดื่มไปบริโภคเพราะกลัวจะเป็นพิษครับ
  • แต่โดยรวมแล้วเป็นประโยชน์มากกว่าเป็นพิษ สร้างสรรค์มากกว่าสร้างเสื่อม หลายเท่าตัวนัก
  • หมู่บ้านนี้ ผมคิดว่าเหมือนหมู่บ้านที่ตั้งน้ำดื่มไว้หน้าบ้านของภาคเหนือที่ผมกล่าวมาในช่วงต้นครับ เป็นสังคมใหม่ องค์กรใหม่ มีบล็อกเป็นตุ่มน้ำดื่ม เจ้าบ้านเป็นผู้สร้างและเติมน้ำดื่ม และก็บล็อกเกอร์อีกนั่นแหละเป็นผู้เดินทาง เป็นผู้ผ่านทางมาและแวะดื่มน้ำ แวะมาอ่านบันทึก  และผ่านไปดื่มน้ำบ้านหลังอื่นอีก ติดใจน้ำบ้านใดก็หวนกลับมาใหม่อีก จนเป็นแควนประจำ และเข้าไปในบ้าน ไปคุยกับเจ้าของบ้าน  หยอกล้อกันบ้าง ถามไถ่กันบ้าง ต่อเติมเสริมความรู้แก่กันบ้าง
  • บล็อกเกอร์เป็นเจ้าของบ้าน เป็นผู้ให้เมื่อเป็นผู้บันทึกลงบล็อกตัวเอง และบล็อกเกอร์อีกนั่นแหละที่เป็นผู้รับเมื่อไปเยี่ยมบล็อกท่านอื่น (G&T = Give and Take)

 ไม่ว่าเราจะเรียก G2K เป็น Cyber community หรือ อาจารย์หมอคนชอบวิ่งตั้งประเด็นที่น่าคิดว่าเป็น Chaordic Organization หรือไม่ อย่างไร ก็ตาม  แต่บ้าน G2K มีลักษณะเดียวกันกับชุมชนภาคเหนือที่ผมกล่าว  

หากเป็นดังนี้แล้ว ? การจัดเฮฮาศาสตร์ ก็เป็นการประชุมหมู่บ้านกัน เพื่อเปิดเวทีให้ประชากรมาพบปะกันแล้วปรึกษาหารือกัน แล้วแต่จะกำหนดสาระขึ้น โดยใช้สถานที่บ้านใดบ้านหนึ่งแล้วแต่จะตกลงกัน หมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างมิตรภาพ และสมัครใจ   

เพื่อนบ้านใกล้เคียงต่างก็มาช่วยบ้านเจ้าภาพกันตามสภาพ  บ้านไกลก็มาเป็นแขกแก้ว แขกคำ ต่างก็เป็นกัลยาณมิตรแก่กัน   

บางท่านติดธุระไปประชุมไม่ได้ยังมีน้ำจิตน้ำใจส่งข้าวของไปฮอม ไปร่วม ไปสนับสนุน  

จะหาหมู่บ้านไหนเป็นอย่างนี้บ้างละในปัจจุบัน   

ผมขออุทิศบันทึกนี้แก่ท่านครูบาสุทธินันท์ครับ ที่ท่านเฝ้าสร้างชุมชนคนน้ำใจแห่งนี้ โดยสานต่อจากท่าน ดร.ธวัชชัยและ ดร.จันทวรรณ น้องมะผางส้ม และทีมงาน ผมขออุทิศบันทึกนี้แก่คุณ Conductor ผู้ปิดทองหลังพระ ขออุทิศให้บล็อกเกอร์ทุกท่านที่มีใจให้แก่กัน ดุจน้ำทิพย์จากตุ่มน้ำดื่มหน้าบ้านของท่าน ที่ท่านเติมน้ำใจให้แก่กันทุกวัน ทุกวัน  

จบงานเฮฮาศาสตร์ 3 เหลืองบประมาณเท่าใด จะร่วมทอดกฐิน G2K ครับ และในงานจะเปิดรับบริจาคด้วย เพื่อบ้านของเรา เพื่อเราจะได้มีตุ่มน้ำดื่มให้ชื่นใจตลอดไปครับพี่น้องครับ