ผมมอบโจทย์ใหญ่ให้กับอาจารย์ในคณะด้านการวิจัยไปเรื่องหนึ่งครับ คือ การทำวิจัยร่วมกับชุมชน อาจจะเป็นการวิจัยปฏิบัติการหรือการร่วมวิจัยกับคนในชุมชนเลยก็ได้ ซึ่งจริงๆ อาจารย์ก็มีทุนเดิมอยู่เยอะครับ โดยเฉพาะความเป็นคนในพื้นที่สามจังหวัด เพียงแต่ส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าใจกับคำว่า วิจัยปฏิบัติการ และการวิจัยแบบมีส่วนร่วม (ผมเองตอนเรียนในมหาวิทยาลัยได้ยินคำพวกนี้แค่พอผ่านหูเท่านั้นเอง)

ซึ่งคงต้องชี้แจงกันอีกสักเวทีสองเวที แต่หลังจากที่ประชุมเมื่อครั้งที่ผ่านมา มีอาจารย์หลายท่านตีโจทย์ออก แล้วก็นำประเด็นมาคุยกับผมต่อได้อย่างออกรส แต่ปัญหาก็ยังมีอยู่ครับ โดยเฉพาะ การรู้จักกับชุมชน หรือการหาชุมชนพันธมิตร เพราะถึงแม้ว่าอาจารย์จะเป็นคนในพื้นที่ แต่เครื่องมือที่จะสร้างให้เกิดกลุ่มเพื่อการวิจัยพัฒนาของอาจารย์นั่น อาจารย์ยังคิดไม่ออก  ผมเองก็คิดไม่ออก ว่าอยู่ๆ อาจารย์จะไปเริ่มคุยยังงัยกับชุมชน เพื่อให้เขาเห็นปัญหาแล้วแก้ปัญหานั่นด้วยการนำความรู้มาใช้  เพราะบางทีอาจารย์คิดว่ามันเป็นปัญหา แต่ชาวบ้านกลับคิดว่า อันนี้เรื่องปกติ 

ยิ่งงานวิจัยที่ตั้งโจทย์เพื่อการพัฒนา (ไม่ใช่นำปัญหามาก่อน) ยิ่งยาก เพราะคำพูดของชาวบ้านคือ เป็นอย่างนี้ก็ดีอยู่แล้ว

เมื่อเย็นวาน ได้มีโอกาสพูดคุยกับอ.มะสาวดี (ขออภัยลืมนามสกุลของท่าน แต่ก่อนเคยเป็นอาจารย์ รปศ. ครับ แต่ลาออกไปลุยงานมวลชน และพัฒนาชุมชน) ท่านตั้งประเด็นน่าสนใจให้ผมครับ คือ อาจารย์จะสร้างงานวิจัยชุมชน อาจารย์ต้องมีเครือข่ายก่อน

ผมถามต่อว่า สร้างอย่างไร?  คำตอบคือ ต้องทำความรู้จักกันก่อน ต้องให้เขารู้ว่าอาจารย์มีอะไรที่จะไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเขา  ถ้ายังไม่รู้จักกัน ก็ไม่สามารถเริ่มคิดเริ่มทำอะไรได้เลย

ฮาฮาฮา จริงอย่างอาจารย์มะฯ เสนอครับ แล้วอันนี้คณะฯ น่าจะเป็นคนจุดประกายให้เกิดกระบวนการของการทำความรู้จักระหว่างชุมชนกับอาจารย์นักวิจัย ของคณะ แล้วค่อยให้อาจารย์นำเสนอความรู้ที่จะไปแลกเปลี่ยนกับชุมชน ในขณะที่ชุมชนก็จะได้นำเสนอความรู้ ความต้องการ และปัญหาของชุมชนออกมา

คุยกันเสร็จ ผมเห็นงานใหญ่อีกชิ้นหนึ่งแล้วครับ ที่ต้องรีบดำเนินการ

ขอบคุณที่ช่วยกันอ่านจนจบครับ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยจะเป็นพระคุณมากครับ ฮิฮิฮิ