เรื่องนี้ถ้าจะมีผู้สันทัดกรณีมาจัดแจงความรู้ในBlogเป็นหมวดหมู่ ผมก็เกรงว่าจะเอาความมีชีวิตชีวาไปดองเค็มไว้อย่างที่เห็นในเว็ปไซด์ของหลายหน่วยงาน คุณค่าของการดำรงไว้ซึ่งความมีอิสระ น่าจะถือเป็นหลักการของชาวเรา ถ้าใครจะมาเตะระบบตรงนี้ ก็ควรคำนึงถึงว่าจะกระทบอิสรภาพของใครหรือเปล่า
เราต้องการรักษาเสน่ห์ของBlog..คุยกันได้ทุกเรื่อง ผิดก็ให้อภัย ใครรู้เรื่องไหนก็สอนกันได้ เศร้ามาก็มีคนฟัง อกหักก็มีอกให้ซบ...อยากหัวเราะก็มีคนเล่าเรื่องตลก..”
ดังนั้น : ญาติมิตรที่รัก
ที่ผมขออนุญาตชวนท่านให้ประลองเขียนประวัติในสไตล์ตัวเอง หรือเลือกเรื่องที่ดีของท่านมาให้กองเลขารวบรวมเพื่อทำการพิมพ์ จุดประสงค์หนึ่งก็เพื่อแสวงหาช่องทางตอบคำถามที่ว่า ..เข้ามาดูแล้วก็ไม่เห็นใคร ทำอะไร ต่อไปนี้เขาก็จะได้เห็นตัวตนของพวกเรา ว่าเป็นไผ ผ่านอะไรมา ทำอะไรบ้าง มีทักษะและศักยภาพในด้านใด
ผมคิดว่าเรื่องนี้สามารถทำได้หลายวิธี แต่ถ้าผมหาช่องทางให้ท่านแนะนำตัวเองจะมิจ๊าบกว่าหรือ ได้หลายลีลา ได้อรรถรส ได้เสน่ห์การเล่าที่พิลึกพิลั่น เมื่อก่อนนี้ผมคิดว่านี่คือการทำเรื่องธรรมดา ให้เป็นเรื่องพิเศษ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว มันยกชั้นไปถึงขั้นทำเรื่องพิเศษ ให้เป็นเรื่องพิสดาร พ่อ-แม่เจ้าประคุณเอ๋ย เขียนกันได้น่าปลื้มจริงๆ ผมคิดผิดที่เคยเขียนแนะนำบางท่านในBlog ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว ท่านเขียนเรื่องของตนเองได้ดีกว่าใครในโลกนี้
บทชีวิต: ที่ชาวเฮฮาศาสตร์ถอดใจเขียน มีมุมเด็ดๆมากมาย เช่น
ข้าน้อยคิดว่าเฮฮาศาสตร์ คือ เพื่อน คือ กัลยาณมิตร คือ ผู้รู้ คือ หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างที่ข้าน้อยขาดไป (เฮฮาศาสตร์เติมเต็ม)
ส่วนชื่อเล่น น้ำผึ้ง ย่าเป็นคนตั้งให้เพราะย่าชอบคนอ่อนหวาน จึงตั้งชื่อหลานขึ้นต้นด้วยน้ำทุกคน ส่วนผึ้งเป็นคนสุดท้าย เพราะรู้สึกจะดื้อไม่เหมาะกับชื่อ (ผึ้งขอโทษนะคะย่า)
“อืดดดดดดด..โอ้วววว..มันจะออกแล้ว”
ภรรยาร้องเสียงลั่นอย่างตกใจ
“ไม่เป็นไร ให้มันออกมาเถอะ เปื้อนพี่ก็จะล้างเอง”
สามีบอกด้วยความรักและห่วงใย
“มันจะอออกแล้วว.....ไม่ใช่อึ
...ลูก ลูก มันจะออกแล้ว”
เป็นเสียงร้องที่แสดงความตกใจมากขึ้นไปอีก
"อุแว้ ๆ ๆ ๆ"
ชีวิตผกผันเพราะคิดไม่เหมือนใคร ..ไม่นานแรงฝันที่อยู่ในตัวเองก็เกิดขบถ ผมตัดสินใจลาออกจากราชการแบบเฉียบพลัน ท่ามกลางความฉงน ตกใจของทุกคนรอบข้าง แต่ผมได้บอกกับทุกคนว่าผมคิดดีแล้ว และต่อแต่นี้ผมจะเดินทางไปตามฝันของตัวเอง...ผมเชื่อมั่นตัวเอง สิ่งที่ผมเป็นห่วงที่สุดคือครอบครัวของผมเองที่ยังหวั่นไหว เมื่อพวกเขาให้ความเชื่อมั่นและกำลังใจผมเขียนใบลาออกจากราชการในทันที
ทุกวันนี้คนเราล้วนใส่หัวโขนกันทั้งนั้น ยึดติดกับตำแหน่ง หน้าที่การงานกัน จนก่อเกิดเป็นกำแพงขึ้นมาในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แต่พอเกิดก๊วนเฮฮาศาสตร์ขึ้นมา จึงเกิดการพังกำแพงทั้งหลาย ทุกท่านกล้าเปิดใจซึ่งกันและกัน เข้าถึงกันได้อย่างรวดเร็ว เกิดจิตอาสา เกิดก๊วนเฮฮาศาสตร์ตั้งแต่เหนือจรดใต้ และจะขยายไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้จักจบสิ้น..
ที่ผมหยิบมานี้เป็นแค่น้ำจิ้ม เอาไว้อ่านยกชุดในหนังสือเฮฮาศาสตร์เล่ม1 ดีไหมครับ ทุกบาททุกสตางค์ เราจะรวบรวมสมทบทุนบริหารจัดการGotoKnow.org& Learners.in.th
โจทย์อีกอย่างที่ผมคิดว่า จะทำอย่างไรให้สมดุลย์กันได้ระหว่าง หัวโขน และ ไม่มีหัวโขน ครับ
ขอบคุณครับ
ได้อ่านความรู้ที่หลากหลายมีประโยชน์มากค่ะ จะเก็บเกี่ยวสิ่งดีๆ ไว้เป็นครูค่ะ และการได้อ่านการเขียนที่มีอรรถรส ตัวหนังสือบ่งบอกควารู้สึก ความคิด และจิตใจที่อยู่ภายใน เห็นด้วยนะค่ะความคิดเห็นของคุณสายน้ำแห่งความคิดค่ะ
สวัสดีครับท่านพ่อ ครูบาสุทธินันท์
สวัสดีคะ พ่อครูบา
เรื่องของตัวเรา...ยากกว่าเขียนเรื่องอื่นๆ หลายเท่านัก แต่ใครจะรู้จักเราเท่าตัวเรา
กำลังพยายามเขียนอยู่คะ ก็อยากรู้เหมือนกันว่าตัวเราเป็นใคร...
---^.^---
โห ยังไม่ได้เขียนเลยค่ะ สงสัยต้องออกเล่มที่ 17 แน่เลยฮ่าๆๆๆ ไว้หลังเสร็จงานจะเริ่มสะสางค่ะ ตอนนี้หัวมึน ๆ ค่ะ อิอิ จะตามไปอ่านตอนที่ 4 ค่ะ
ชอบมีกัลยาณมิตรมากๆ ครับ