เสีย self ไปกว่าครึ่ง

"เพื่อน" คำๆ นี้มีความหมายกับดิฉั้นนักเพราะในชีวิตดิฉั้นมีเพื่อนนับคนได้  1..... 2..... 3 ...คนที่ 4 เป็นใครยังไม่กล้านับ"  นอกนั้นเป็นคนรู้จักแปลกแต่จริงดิฉั้นเป็นคนรู้จักคนง่าย..ประมาณยิ้มง่าย..สบายทักรักผู้อื่นตื่นอยู่เสมอ..แต่ดิฉั้นกลับคบคนยาก ถึงยากมาก..จากภูมิเดิมที่โดนกระทำจึงถูกปลูกฝังเลือกคบคนจะสนิทหรือรักชอบอย่างไรก็ต้อง"ขีดวง"ตัวเองไว้และเนื่องจากเวลาส่วนใหญ่อยู่กับการทำงาน..ไม่สุงสิงกับใครเป็นพิเศษ

ว่าด้วย...เพื่อน...เวลาเหงามีเธอเป็นเพื่อนก็ดีนะ...ไม่ค่อยเหงาเลยไม่ค่อยมีเพื่อนไว้บริการแก้เหงา

ว่าด้วย...เพื่อน...เวลามีปัญหาหัวใจ..เอาไว้ปรึกษาก็ดีนะ..ไม่ค่อยมีปัญหาหัวใจซะอีก

ว่าด้วย....เพื่อน...เอาไว้พึ่งพา อาศัย..ผลัดกันอาศัยในเรื่องเล็กน้อยสม่ำเสมอก็ดีนะ..อาสัยเค้าบ่อยๆ เค้าจะได้เลิกคบเราซะเท่านั้นเอง..

ว่าด้วย....เพื่อน...เอาไว้ชวนเที่ยว...ไม่ค่อยชอบเที่ยวอีกนั่นหล่ะ

ว่าด้วย....เพื่อน...เอาไว้ปรับทุกข์...ที่มีอยู่2-3คนก็เอาไว้ปรับทุกข์นี่หล่ะ เล่าสู่กันฟังสัพเพเหระ สารทุกข์สุกดิบ 2-3 คนที่ว่าดิฉันวางใจมาก..แม้ไม่คุยกันทุกวันบางคนเป็นเดือนไม่เจอกันเลยแต่เมื่อไรที่ดิฉันออกปากว่า..วันนี้รู้สึกไมค่อยดีเลย..เธอก็พร้อมที่จะมาอยู่ข้างๆ กินข้าวด้วยเดินให้ดิฉันจับมือถ่ายทอดพลังจิต..มองตาส่งกำลังใจโดยไม่ต้องพูดกันสักคำตลอดทาง

ว่าไปแล้วดิฉั้นก็เห็นดีเห็นงามไปกับการมีเพื่อนรอบตัวดังคำพังเพย "สัตว์ไม่มีขน..คนไม่มีเพื่อน...อยู่ยาก"

แต่ทว่าไม่กี่วันมานี้..เพื่อนเป็นเหตุทำกันได้"
เรื่องมันมีอยู่ว่าดิฉันมักมีราชการการเดินทางไปมาบ่อยการนอนคนเดียวเป็นเรื่องปกติก่อนหลับอาจยากนิดหน่อยเพราะชินกับการนอนที่ต้องเคล้าคลอกับลูกๆก่อนนอนถึงกระนั้นดิฉั้นก็มีวิธีจัดการตัวเองให้หลับได้ยามที่ต้องไปราชการไม่ใชเพราะดิฉั้นเก่งแต่อย่างใดแต่ด้วยเพราะคุณสมบัติพิเศษของมนุษย์เลยก็ว่าได้ที่สามารถปรับตัว..เร็ว..รักษาตัวให้มีสุขได้ในทุกสถานการณ์ได้อย่างไม่ยาก (นี่ภูมิในนะเนี่ยที่เกิดเป็นมนุษย์)

ปลายเดือนนี้ดิฉั้นต้องไปราชการในเมืองหลวงแถวๆถนนราชดำเนิน...ดิฉั้นได้รับความกรุณาจากผู้ใหญ่ที่ใช้บริการโรงแรมแห่งนี้เป็นประจำ..ในการสำรองห้องพักให้โดยดิฉั้นไม่ต้องเสียค่าโทรศัพท์โทรทางไกลจากหาดใหญ่เอง ครั้นพอแม่เพื่อนตัวดีของดิฉั้นเธอรู้ว่าดิฉั้นพักที่นี่เธอดัน..โพล่งออกมาว่า..เธอไม่กลัวผีเหรอ..

ชั่วนาตาปีดิฉั้นก็ไม่เคยนึกถึงผีมาก่อนเรียกว่าไม่กลัวว่างั้นเถอะ สอนลูกเสมอว่า"เชื่อแม่เถอะลูกคนตายกลายเป็นผงธุรีดิน...เป็นอากาศธาตุไม่ต้องกลัวเลยผีไม่มีในโลก..หากใครกลัวผี..แม่จะกล่าวโทษว่าเป็นคนเหลวไหล"  (ต้องอ่านพลางนึกภาพ..ตามไปพลางว่า..คุณแม่จอมหลักการสอนลูกน้อยที่นั่งตาแป๋วแห๋ววกำลังอยู่ในวัยกำลังเรียนรู้โลกเธอกำลังสับสนระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องหลอกที่เธอพบเจอมากขึ้นตามวัยแม่ต้องขึงขังและจริงจังในการสอนลูกให้เชื่อตามโดยเฉพาะเรื่อง ผี ผี..ที่ทั้งเด็ก..ผู้ใหญ่ชอบหลอกกัน)

แต่ครานี้ด้วยคนที่ดิฉั้นวางใจให้เป็นเพื่อนคนหนึ่งออกปากทัก"ผีวีระชนเชียวนะเธอ.....เป็นฝูงๆเลย มากกว่าข่าวที่ออกในโทรทัศน์ซะอีก" ถ้าฉั้นเป็นเธอ..ฉั้นคงหวั่นใจบ้างหล่ะ..

"นี่แม่คุณไม่ต้องมาโน้มน้าวให้กลัวหรอกเธอก็รู้ว่าฉั้นเป็นหญิงเหล็กขนาดไหน"ดิฉั้นสวนกลับในทันที
 
ยิ่งใกล้วันเดินทาง..ดิฉั้นนับ 1 ถึง 10 หลายรอบ..เปลี่ยนโรงแรมดีมั้ยเนี่ย!งานนี้เพื่อนไม่น่าเปิดประเด็นเล้ย! ทำให้เสีย self ไปกว่าครึ่ง