พระพุทธองค์ทรงหยิบใบไม้ประดู่ลายมากำไว้ในมือ

ยามเช้าอากาศสงบนิ่งเย็นสบายบนยอดเขาเกาะยอกลางทะเลสาบสงขลา  มองเบิ่งท้องฟ้าเห็นสีฟ้าถึงแม้เมฆจะยังมีอยู่เป็นกลุ่มก้อนสีขาว ๆ

 บรรยากาศแบบนี้เหมือนที่ครั้งหนึ่งยูมิเคยเดินอยู่ในเมืองโกสัมพีเมืองของพระเจ้าอุเทนในอดีตผ่านป่าไม้ประดู่ลายขึ้นไปชมกำแพงโบราณแล้วไปยืนอยู่ริมท่าน้ำยมุนาที่อยู่ข้างหลังวังเก่านี้ 

นึกถึงสภาพธรรมทั้งหลายมีอยู่มากมาย  แต่สิ่งที่พระพุทธเจ้านำมาแสดงนั้นมีเพียงน้อยนิด  เช่นมีเรื่องเล่าว่า  พระอานนท์ทูลถามธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงนั้นมีมากเท่าใด 

 พระพุทธองค์ทรงหยิบใบไม้ประดู่ลายมากำไว้ในมือแล้วตรัสถามว่า  ใบไม้ในกำมือเรา  กับใบไม้ที่อยู่ในป่าอะไรมีมากกว่ากัน  ใบไม้ในป่ามีมากกว่าขอรับกระผม 

 พระพุทธองค์จึงตรัสว่า  ธรรมะที่เรานำมาแสดงแก่พวกเธอทั้งหลายเหมือนใบไม้ในกำมือ  แต่ที่เหลือเหมือนใบไม้ในป่านั่นเอง  แสดงว่าธรรมะที่เป็นสภาวะธรรมที่แท้จริงมีมาก  ถ้าผู้ใดมีปัญญาก็สามารถมองเห็นสัจธรรมได้ 

 ยกเว้นผู้ใดมีจิตใจมักโกรธ  ดวงตาแห่งปัญญาจะถูกปิดแล้วจะมองสัจธรรมได้อย่างไร  ท่านผู้รู้จึงกล่าวว่า  ผู้มักโกรธย่อมไม่เห็นธรรม ...ฮา ๆ เอิก ๆ...