โรงเรียนประถมภาคเหนือโรงที่ ๓ ของสิงคโปร์ (N3) ใน 14 COE

        เป็นโรงเรียนสุดท้าย โรงที่ ๕ ที่เรามาดูงาน วันที่ ๒๖ ก.ย. เวลา ๑๔.๓๐-๑๖.๐๐ เป็นโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่จนต้องเรียน ๒ ผลัด เรามาดูงานช่วงบ่ายจึงพบนักเรียนชั้นประถมตอนต้น ชื่อโรงเรียนนี้คือ Punggol Primary School (PPS) ครูใหญ่ ชื่อ Miss Chua Soh Leng เว็บไซด์โรงเรียน http://www.punggolpri.moe.edu.sg

       เหตุผลที่ขึ้นหัวเรื่องว่า Centre of Exellence (COE) นั้น เพราะว่าโรงเรียนนี้

  • School based Programme : Character Development Programme, Science Learning House, Lesson @ PPS Ecogarden, Leadership Training Camp.
  • ในภาพเราจะเห็นสิ่งที่โรงเรียนจัดให้ตามที่กล่าวมา คือ (ภาพเล็กซ้ายจากบน-ล่าง) บริการเกมส์คอมพิวเตอร์ตามผนังอาคาร, บริเวณหน้าห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์, และเด็ก ๆ กับโครงงานหุ่นยนต์ (ภาพเล็กกลาง คือ ผนังอาคารที่ให้นักเรียนออกแบบตามที่เขาไปศึกษาและสนใจ ในภาพเป็นสัตว์ทะเล)  ส่วนภาพเล็กด้านขวาจากบนลงล่าง คือ บันไดขึ้นลงอาคารที่มีสูตรคูณเขียนให้เห็นติดตา, ผนังอาคารที่นักเรียนประถมแต่ละรุ่นจัดทำเป็นปฏิมากรรมไว้ให้แก่โรงเรียน, ที่เห็นคนสวนกำลังอธิบายคือ Ecogerden ที่จัดไว้ระหว่างอาคาร คนสวนคนนี้จบการศึกษาเพียง ป.๖ แต่ก็ถือว่าเป็นครูสอนนักเรียนได้ และล่างสุดคือภายในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ๑ ในหลายห้องที่ออกแบบแตกต่างกันไป มีห้องเรียนที่ติดห้องพักครูและติดกระจกที่มองเห็นได้ด้านเดียวเพื่อเอาไว้สังเกตการสอน หรือสังเกตครูที่ต้องผ่านการทดลองสอนอย่างน้อย ๓ เดือนก่อนได้รับการบรรจุ
  • ส่วนภาพใหญ่ที่เห็นนักเรียนตัวน้อย ๆ กำลังเล่นฮอกกี้ นั้น โรงเรียนจ้างนักกีฬาอาชีพมาเป็นครูสอนนักเรียน และตรงนี้เป็นลานเล่นกีฬาของโรงเรียน
  • นอกเหนือจากความเด่นเรื่องห้องวิทยาศาสตร์ที่เป็นศูนย์อบรมครูในกลุ่มภาคเหนือแล้ว symbol ของโรงเรียนที่เราเห็นเขาใช้สัญญลักษณ์ตัว I ยกกำลัง3 ซึ่งหมายถึง Ignite Inspire และ Innovate และเลข ๓ ยังหมายถึงกลุ่มโรงเรียน(Cluster)ที่โรงเรียนนี้เป็น Training Centre ให้ทั้ง ๓ กลุ่ม

     เราใช้เวลาศึกษาดูงานนานพอควร และได้สอบถามหลาย ๆ เรื่องที่เราอยากรู้ ครูที่พาเราเดินชมตามห้องต่าง ๆ นั้น ครูชายพึ่งเป็นครูได้ ๓ เดือน(เอกวิทยาศาสตร์) ครูหญิงทำงานมาแล้ว ๓ ปี ทั้งสองคนเก่งมากในการนำเสนอและอำนวยความสะดวกพวกเราพร้อมท่านครูใหญ่ เราจึงสอบถามได้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องบุคลากรว่า กระทรวงฯจ้างครูมาให้ตรงตามที่โรงเรียนต้องการ ครูที่สอนประถมศึกษาไม่ต้องจบปริญญาตรี เพียงจบ Junior colledge ก็เป็นครูประถมได้เลย แต่ต้องฝึกงาน ๓ เดือน และต้องเป็นครูอยู่โรงเรียนเดิม ๓ ปี จึงขอย้ายได้ การให้ความชอบแก่บุคลากรนั้น Head of Department จะเป็นผู้เสนอผลการประเมินเป็นเกรด A B C ให้แก่ Principal แล้ว Principal ก็จะแจ้งผลไปยัง MOE (กระทรวงศึกษาฯ) ซึ่งกระทรวงฯจะเป็นผู้สั่งให้โบนัสแก่ครูเอง ตามเกรดที่ได้โดยให้เป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน เช่น ๖, ๔, ๒ เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น หากใครไม่ผ่านการประเมินก็ให้โอกาสปรับปรุง มิฉะนั้นคงถูกเลิกจ้าง อีกอย่างหนึ่งที่เราเห็นทุกโรงจะมี รปภ.ประจำโรงเรียน เป็นข้อบังคับของกระทรวงฯให้มีและจ้างให้เพราะหลายปีก่อนหน้านี้เคยมีผู้ปกครองมารับเด็กออกนอกโรงเรียนไปและนักเรียนฆ่าตัวตายซึ่งเป็นผลกระทบที่แรงมากสำหรับสิงคโปร์

     ผมพาท่านเยี่ยมชมโรงเรียนในสิงคโปร์มาครบ ๕ โรงเรียนแล้วครับ มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างเล่าสู่กันฟังเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้นะครับ ในความรู้สึกของพวกเราที่ไปดูงานจริง ได้ยิน ได้เห็น ได้พูดคุย ยอมรับว่ามีหลายสิ่งที่ดีกว่าเรา แต่ก็มีหลายอย่างที่ไทยเราก็มีดีพอสู้ได้ ข้อได้เปรียบที่เขามี คือ ทุกคนเคารพกฏหมาย กฏหมายค่อนข้างแรง ค่าปรับสูง แต่ค่าครองชีพก็สูง สินค้าแพงเช่นกัน สิ่งที่เราพบว่าสิงคโปร์ใช้สมองอย่างเดียวทำให้ประเทศเจริญได้เป็นเรื่องจริง เขาจึงให้ความสำคัญเรื่องการศึกษามาก มีโรงเรียนทุกระดับอยู่ใกล้บ้าน มีมหาวิทยาลัยเพียง ๓ แห่ง แต่ก็สนับสนุนให้ทุกคนได้เรียนตามศักยภาพ จบมามีงานทำ ใครเรียนเก่งมีทุนให้ไปเรียนต่างประเทศในเครือจักรภพ เรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย(สำหรับคนสิงคโปร์) แม้มี ๔ เชื้อชาติดั้งเดิมก็ให้โอกาสเท่าเทียมกันหมด แม้แต่ชาวต่างชาติที่สนใจไปเรียนก็ไม่ปิดกั้นขอให้ผ่านการทดสอบ แต่ต้องเสียค่าเล่าเรียน มีการสอนภาษาแม่ (Mother Tongue)ทุกภาษาที่ใช้ในประเทศ วิสัยทัศน์ด้านการศึกษาของผู้นำประเทศ ของกระทรวงฯเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

   หากมีเวลาจะเล่าเรื่องทั่วไปให้ฟังอีกครับ

บรรจง  ปัทมาลัย ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๐ ๐๘.๒๑ น.