Misguided concept of duty  ในที่นี้คือการที่ยอมรับเอาความคิดจากสังคมมาครอบงำความคิดของตัวเองในการมุ่งทำสิ่งต่างๆไป

concept of duty หรือแนวคิดของหน้าที่ ที่อยากกล่าวถึงคือแนวคิดว่า ทุกคนต้องทำหน้าที่  เป็นแนวคิดที่ถูกถ่ายทอด ปลูกฝัง กำหนด ผ่านระบบครอบครัว จากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่ง ผ่านการครอบงำด้วยความเชื่อ ความหวัง และความต้องการ มีลากจูงเอาความกลัวว่าหากไม่ทำหน้าที่จะถูกต่อต้านจากสังคมภายนอกครอบครัวเข้าไปด้วย นอกจากนั้นการสร้างภาพของบทบาททางเพศก็จะถูกผนึกเข้าไปอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งทำให้บุคคลนั้นมีกรอบปฏิบัติที่สังคมนั้นๆยอมรับโดยแต่ละสังคมก็มีองค์ความเชื่อ มีวิถีปฏิบัติต่อสิ่งที่เรียกว่า หน้าที่ แตกต่างกันไป

หน้าที่ต่อสังคม ยังถูกเบี่ยงเบนได้ด้วยวิธีการทางความคิดแบบนี้ มีการให้รางวัลและทำโทษ หากผู้หนึ่งผู้ใด ทำหรือไม่ทำ ตามสิ่งที่สังคมคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่ควรทำ จนบางครั้งแทบจะไม่มีใครแม้แต่คนเดียวจะหยุดคิด หยุดมอง ว่าสิ่งที่กำลังทำนั้น ฉุดกระชากและปิดกั้นความงอกงามทางความคิดที่แตกต่างของบุคคล ไปอย่างไร

ทั้งๆที่ความแตกต่างทางความคิด คือสิ่งที่จะช่วยให้เกิดความสมดุลทางปัญญาทั้งของตนเองและสังคมและทำให้เกิดความเจริญต่อไป

อันที่จริง การทำอะไรตามๆ กัน คิดอะไรตามๆ กัน มันย่อมง่ายกว่า การที่จะหยุดคิดให้รอบด้าน ยิ่งถ้ามีศรัทธาในผู้นำทางความคิดด้วยแล้ว...โอกาสที่จะไปคิดต่างให้ขัดใจกัน ก็ยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดก็อาจจะเลิกคิดกันไปเลยทีเดียว แล้วจุดจบของสังคมนั้นก็จะใกล้เข้ามาเร็วกว่าที่ควรจะเป็น

หน้าที่ทางสังคมบนโลกไซเบอร์ ก็ไม่ต่างจากหน้าที่ทางสังคมอื่นๆ ที่มีการจำลองความสัมพันธ์ มีความเชื่อ มีการปลูกฝังวิธีคิด และการสร้างภาพเชิงสังคมที่ "ควรจะเป็น" ผ่านผู้นำทางความคิด ด้วยขบวนการวิธีการที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น มีระบบการให้รางวัลและลงโทษผ่านวิธีการที่เป็นนามธรรมละเอียดอ่อน แต่ก็ไม่หลุดจากวงจรพิศดารของการครอบงำความคิด...

และหน้าที่ทางสังคมบนโลกไซเบอร์ก็มีเรื่องราวของความเชื่อ การสร้างภาพ และวิถีปฏิบัติที่แตกต่างกันไปตามสภาพของแต่ละสังคมไซเบอร์เช่นกัน

ในสังคมทั่วไป การเคลื่อนตัวเข้าหากันของบุคคลเพื่อ ทำหน้าที่ มีความเป็นกลุ่มก้อนชัดหรือกระจัดกระจาย มีการขยายวงหรือยุบเลิกวง ล้วนขึ้นอยู่กับความสามารถที่จะคงเสถียรภาพของสังคมนั้นๆ โดยสังคมที่ยอมให้มีความคิดแตกต่าง ก็ย่อมจะมีสมดุลและมีเสถียรภาพได้ดีกว่าสังคมที่เบ้ทางความคิดหรือมี misguided concept of duty มาก

สังคมไซเบอร์ก็คงไม่แตกต่างไปจากนี้มากนัก มีวัฎจักรของสภาพสังคมเช่นกัน การที่จะคงเสถียรภาพของสังคมไซเบอร์หนึ่งไซเบอร์ใดได้ ก็ต้องยินดีต่อความคิดที่แตกต่างเพื่อก่อเกิดสมดุล เกิดความงอกงามทางปัญญาของบุคคลและสังคมไซเบอร์นั้นๆ

จึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักที่การรวมกลุ่มสังคมคนไซเบอร์ไม่ว่าจะผ่านทางหน้าจอ หรือผ่านทางสัมผัสซึ่งหน้า จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจเช่นกัน น่าสนใจที่ยังมองเห็นรายละเอียดของการชักนำทางความคิด ภาพของการยอมรับความแตกต่างทางความคิดที่ชัดเจนยังคลุมเครือ มีการแบ่งแยกบทบาทหญิง-ชาย มีการกระตุ้นปลุกเร้าให้ "ทำหน้าที่ทางสังคม" ผ่านกระบวนการที่ซับซ้อน มีเรื่องราวของความเชื่อ และวิถีปฏิบัติอันเป็นวัฒนธรรมที่น่าจับตามองอีกลักษณะสังคมหนึ่ง

 

******************************

 

บันทึกนี้มิได้เจตนา ทำให้เกิด misguided concept of duty กับผู้หนึ่งผู้ใด ผู้บันทึกเลือกที่จะบันทึกด้วยความรื่นรมย์ในใจที่มีต่อสิ่งที่ดำเนินไปของสังคมไซเบอร์หนึ่งเท่านั้นเองและเพื่อน้อมรำลึกพระคุณพระปิยะมหาราชผู้ทรงเลิกทาสของไทย.....23 ตุลาคม 2550