ใครว่าคนไทย...ไม่ชอบ

อ่านหนังสือ...

ผมไม่เชื่อ

 

       เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๐ ผม เดินทางไปที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อไปเที่ยว หา ดู และซื้อหนังสือ ในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ

 

      วิธีเดินทางของผมก็คือขับรถไปจอดแถวบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี แล้วขึ้นรถโดยสารประจำทางอีก ๒ ต่อ เพราะผมไม่กล้าขับรถเข้ากรุงเทพฯกลัว ๒ อย่างคือกลัวรถติด และกลัวหลง แต่กลัวอย่างหลังเสียมากกว่า

     ผมไปถึงงานราวๆ ๑๑.๑๐ น. ก็พบว่ามีหนอนหนังสือและผู้สนใจหนังสือจำนวนมากมายเข้าไปแออัดยัดเยียดกัน ในโซนต่างๆที่ผู้จัดแบ่งเป็นซอย หรือตรอก โดยใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ จากซอย A ถึง Z แต่ละซอยก็มีร้านหนังสือ จากสำนักพิมพ์ หน่วยงาน องค์กรต่างๆ ทั้งเอกชนและราชการ เรียงรายกันไป เป็นจำนวนมากมหาศาล อีกส่วนหนึ่งจะเป็นบริเวณจัดนิทรรศการ และอีกส่วนจะเป็นห้องจัดเสวนาเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการอ่านเกี่ยวกับหนังสือ หรือวิชาการที่น่าสนใจ

     ผมเริ่มเดินเข้าโซน B ไล่จากซอย L เพื่อหาหนังสือ และสื่อการสอน ให้ลูกชาย ๒ คน คนหนึ่งอยู่ชั้นอนุบาล ๑ อีกคนอยู่ ป.๕ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และให้ภรรยาและเพื่อนภรรยา

    พอเดินเข้าไปได้เล็กน้อยก็พบร้านหนังสือ "ฮาสุดขีด"ของคุณสมคิด ลวางกูร นักคิด นักเขียน ชื่อดัง เป็นเพื่อนรุ่นน้องแต่อายุใกล้เคียงกัน เป็นคนบ้านเดียวกัน ผมมัก จะไปเสนอหน้าให้คุณสมคิดเห็น เพื่อรับหนังสือฟรี ทุกครั้งที่ไปเที่ยวงานนี้ เป็นไปตามแผนพอคุณสมคิดเห็นหน้า ก็ทักทาย เฮ้ย ..สูจน์..แล้วถามว่าเล่มไหน..ยังไม่ได้อ่าน..แล้วสั่งเด็กๆหยิบหนังสือมา ๑ กล่องหยิบขึ้นมาแล้วถามทีละเล่ม จนมีอยู่ ๒ เล่มที่ผมยังไม่ได้อ่าน แกก็หยิบส่งให้ผมไปอ่าน ผมรับหนังสือฟรีแล้วกล่าวขอบใจ แล้วก็คุยเรื่องเพื่อนๆนิดหน่อยแล้วก็เดินต่อไปด้วยความกระหยิ่มใจที่ได้ของฟรี มูลค่าราคาปก เล่มละ ๑๔๕ บาท

     ยิ่งเวลาบ่ายลงคนก็ยิ่งทวีจำนวนมากขึ้น ผมแทบไม่ต้องเดินเพราะคลื่นฝูงชนทำให้เราไหลไปเอง ผมเดินซื้อหนังสือและสื่อการสอนที่ต้องการจนครบก็ ๑๖.๓๐ น. จึงต้องรีบเดินทางกลับ

    ใครว่าคนไทยไม่ชอบอ่านหนังสือ ผมไม่เชื่อจริงๆ ทั้งลูกเด็กเล็กแดง ผู้เฒ่าผู้แก่ แม้แต่คนพิการ มาเบียดเสียดยัดเยียดแย่งกันดู แย่งกันชม แย่งกันเลือกหนังสือ นี่คือบรรยากาศที่ผมเห็นมาครับ