(ไอ้ปืนโต ของจริง) 

ผมไม่เคยนอนหลับรวดเดียวเหมือนคนอื่นมาหลายสิบปีแล้ว จะเป็นแบบหลับๆตื่นๆทั้งคืน ช่วงที่ป่วยทุกคนบอกให้นอนพักมากๆ  พยายามนอนก็หลับสนิทนะ พอตื่นขึ้นมายังนึกในใจว่าน่าจะใกล้สว่างแล้ว ดูนาฬิกาที่ไหนได้เพิ่งเที่ยงคืน เอ้าไปล้มตัวนอนใหม่ก็หลับนะ ต่อมาก็ตื่นอีก นึกชมว่าตัวเองนอนรวดเดียวหลับยาวๆ แต่ดูเวลาก็ทราบว่านอนไม่เท่าไหร่แค่สองชั่วโมง เมื่อก่อนไม่รู้จักG2Kตื่นมาอ่านหนังสือ แต่ตอนนี้ตื่นมาเขียนBlog ฮะฮ่าๆๆ..ชอบและสนุกที่สุด

ผมนอนกับใคร หรือใครมานอนกับผมจะทรมานมาก เพราะเปิดไฟทิ้งไว้ทั้งคืน แล้วก็ตื่นผลุบๆโผล่มาทำงานกุ๊กกั๊กๆน่ารำคราญ มองเห็นคนนอนข้างๆเขาหลับอุตุก็เกรงใจ  แต่ก็ต้องจำใจลุกมาเปิดไฟเขียนหนังสือ ในกรณีที่นอนบ้านคนอื่นจะลำบากใจเรื่องนี้ แต่ถ้านอนที่โรงแรมเปิดไฟไว้เสมอ รู้ว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีสิ้นเปลืองพลังงาน  นอนที่บ้านจะมีคนมาคอยปิดไฟเหลือไว้1ดวง เวลาตื่นก็จะเปิดไฟเพิ่มทำงาน ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องที่นอนสักเท่าไหร่ 

หลายปีมาแล้ว เคยไปดูงานแสดงสินค้าเครื่องเรือน ไปเห็นเตียงไฟฟ้าราคา4หมื่นบาท เป็นชนิดที่กดปุ่มให้ยกหัวยกท้ายยกกลางตัวได้ หรือให้ยกเป็นพนักพิงนั่งเหมือนเตียงในโรงพยาบาล แต่อันนี้สะดวกกว่ากดรีโมทเปลืองไฟอีก ก็เห่อนอนแต่แรกๆ ตอนนี้ไม่นอนแล้ว ให้หนูกิ่งเอาเตียงไม้มาปูผ้าบางๆ ด้านข้างมีโต๊ะวางโน้ตบุคส์ ตื่นตอนไหนทำงานตอนนั้น ถือคติว่า..กินง่าย เฮง่าย นอนง่าย รักง่าย นอนไหนก็นอนได้..อย่านอนใกล้คนหลายใจก็แล้วกัน..อิอิ

พวกเจ้าลูกชาย ขจิต เอก ครูเสือ ดร.ศักดิ์พงศ์ แม้แต่ท่านเล่าฮูแสวง เมื่อก่อนไปประชุมเจอกันที่กรุงเทพ จะชอบนอนคุยกัน แต่เจอการนอนเปิดไฟทุกครั้ง เดี๋ยวนี้เผ่นไปนอนห้องอื่น มีคนเดียวที่ไม่อาทรเรื่องนี้ จำเจ้าเหมยหนิงได้ไหมครับ ลูกสาวตัวใหญ่ๆ บอกว่าจะมานอนเฝ้าพ่อดูแลพ่อ กินข้าวกินขนมเกลี้ยงแล้วก็หาวหวอดๆ ซัดรวดเดียวจนสว่างโร่ไม่เกี่ยงว่าไฟฟ้าจะสว่างแค่ไหน เพื่อนๆปลุกยังทำอู้อี้.. ด้วยข้อจำกัดนี้เอง ใครชวนไปที่นอนบ้านจึงไม่กล้า เกรงเขาจะว่าอีตาบ้าไม่รู้ภาษาเปิดไฟนอน 

คืนนี้นอนฝันประหลาดมาก ฝันว่าขึ้นเครื่องบินไปเชียงใหม่ ตอนใกล้จะลงพวกฝรั่งถ่ายภาพกันใหญ่ ตอนแรกผมดูเขาเฉยๆ ภาพค่อยๆใหญ่ขึ้นสวยขึ้นจึงควักกล้องขึ้นมาถ่ายรูปบ้าง ได้ภาพสวยๆ4-5ภาพติดตาติดใจ สะดุ้งตื่นขึ้นมามองเห็นกล้องวางอยู่ข้างๆ ยังนึกว่าภาพที่ถ่ายเมื่อคืนนี้คงสวยมาก เพราะฝันเป็นสีสวยสดใส ไม่ใช่ฝันเป็นขาวดำ

คิดว่าตนเองยังนอนไม่พอ เพื่อนบุญธรรมขู่เรื่องนี้อยู่เรื่อย นึกได้จึงล้มตัวลงนอนอีก หลับปั๊บก็ฝันต่อทันที ในฝันบอกว่าได้ไปเยี่ยมบ้านน้าอึ่งอ๊อบ เป็นบ้านสวนคล้ายๆแถวแม่ริมอะไรทำนองนั้น ปลูกผัก มีต้นไม้รื่นรื่น ลำธารน้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา หมอกลอยอ้อยอิ่ง เป็นบ้านแบบทางเหนือ2ชั้น ในบ้านมีของเก่าแปลกๆสวยๆ มีไม้แกะสลัก ถ้วยโถโอชาม ปืนแก๊ปโบราณ และภาพเก่าๆมากมาย ยังกับนอนที่พิพิธภัณฑ์ลุงจ่าที่พิษณุโลก 

ยังดีที่ในฝันไม่มีอาจารย์แสวงคนที่ชอบของเก่าอยู่ด้วย  ไม่งั้นก็จะฝันยาวไปกว่านี้ ตื่นขึ้นมาตี3ใกล้ตี4 ก็มานั่งคิดว่าทำไมเราถึงฝันต่อเรื่องราวกับตอนแรกได้เป็นตุเป็นตะ เพียงแต่ความฝันไม่ตรงกับความจริง เพราะบ้านน้าอึ่งอ๊อบอยู่ในเมือง ไม่ได้เป็นบ้านสวน แต่มีบางเรื่องที่ตรงกัน ในฝันเห็นมีปืนแก๊ป แต่ที่บ้านน้าอึ่งอ๊อบมีปืนลูกซองแฝดกระบอกโต ที่คุณพ่อยิงขู่จิ๊กโก๋บ้านนอกขี้หดตดหายมากี่คนแล้วก็ไม่รู้  อิอิ.