เพลงนี้เป็นบทเพลงที่ฟังแล้วโดนมากเลยครับ

สำหรับผมเอง มีความรู้สึกว่าเป็นเหมือนคล้าย ๆ เด็กชายปึก แป้นปีก ( ชาวอิสานมักเรียกเด็กที่เรียนไม่เก่งว่า  ปึกปานแป้นปีก หรือความหมายในเชิงดูถูกเหยียดหยาม ว่า โง่ ถึง โง่มากที่สุด )  และสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อที่บั่นทอนระบบการศึกษา ( อิอิ แอบเหน็บนิดนึงครับ ) เกี่ยวกับการสอนว่า สอนให้เรียนเก่ง ๆ ได้เกรดดีดี  สอนให้ท่อง ๆ ๆ  จำ ๆ ๆ  แล้วก็ยกย่องเด็กที่สอบได้เกรดดีดีหรื่อเกรดสี่ ว่าเป็นเด็กที่ควรเชิดชู เป็นเกียรติเป็นศรีสำหรับครูที่ได้สอน

ด.ช. ปึก แป้นปีก  เป็นบทเพลงที่มีท่วงทำนองสนุกสนาน แต่แฝงไปด้วยแง่คิดของสังคมการศึกษาไทยได้อย่างชัดเจน  ลองฟังดูนะครับ หลังจากได้ฟังแล้วท่านรู้สึกอย่างไร อย่าลืมบอกกันให้ทราบด้วยนะครับ  อิอิ



เนื้อเพลง พร้อม กับคำแปล ( จากความรู้สึกครับ )

เป็นเด็กชายที่สมองซึมเซา  ก.ไก่ ตัวเท่าเล้าอ่านเขียน บ่เป็นดอก
จบ ป.6 เกือบเอาไก่แลกออก  จนครูเว้าหยอกว่าปึกปานแป้นปีก
อ่านเขียนก็เงิ่นๆ งกๆ กว่าจะจบ ป.หก สอบตกแล้วตกอีก
เพื่อนเขาแซวว่าบักปึกแป้นปีก ครูบางคนหลีกแทบสิบ่อยากสอน
         แปลว่า .. ปึก คือเด็กชายที่เรียนไม่เก่งครับ  ขนาด กอไก่ ตัวใหญ่ขนาดเล้าข้าวยังอ่านไม่ออก อิอิ ถึงขนาดครูและเพื่อน ๆ แซวว่าเรียนจบชั้น ป.หกมาได้เพราะเอาไก่ไปแลก  ครูและเพื่อน ๆ เลยขนานนามว่า เด็กชายปึก แป้นปีก

สะออนแต่พวกสมองดีดี สอบได้เกรดสามเกรดสี่รักเรียนดีครูออนซอน
ถือเป็นเกียรติเป็นศรีครูที่ได้สอน  พวกสมองอ่อนๆ สอนไปก็ไล้ท์บอย
จบประถมเพื่อนเขาได้เรียนต่อ  บักปึกนั่นหนอมาต่อที่หลักควายน้อย
ช่วยพ่อแม่ทำนาจนว่าจ่อย  พอโตขึ้นหน่อยจึงหลอยจากบ้านนาไป
         แปลว่า... ทุกคนให้ความสนใจและให้ความสำคัญเฉพาะเด็กที่เรียนดี และเรียนเก่ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นหน้าเป็นตาของทางโรงเรียนและครูผู้สอนเอง    พอเรียนจบชั้นประถม บักปึกก็ไม่ได้เรียนต่อครับต้องออกมาเลี้ยงความ ทำนา ทำงานช่วยที่บ้าน พอโตเป็นหนุ่มก็ได้ออกไปหางานทีที่ต่างจังหวัด จึงถือได้ว่าเป็นก้าวแรกที่บักปึกได้ออกเผชิญสู่โลกภายนอก

บักปึกหายไปหลายปีผ่านผัน  แต่วันหนึ่งนั้นครูทุกคนก็แปลกใจ
ปึกกลับบ้านนาพร้อมผ้าป่ากองใหญ่ นำเงินมาให้ครูพัฒนาโรงเรียน
ขณะที่คนเรียนดีหนีหาย เป็นเจ้าเป็นนายไม่เคยมาแวะเวียน
แต่บักปึกแป้นปีกในวัยเรียน กลับมาแวะเวียนด้วยน้ำใจที่งดงาม
          แปลว่า .. อันนี้คงไม่ต้องแปลครับ อิอิ ควรส่งเสริมด้านคุณธรรมและจริยธรรมให้มากขึ้นควบคู่ไปกับด้านวิชาการครับ อิอิ ( แอบเหน็บอีกแล้ว )

สิ่งตอกย้ำถึงความเป็นคน ใช่อยู่ที่ผลของการเรียนดี
คนเรียนเก่งคดโกงก็มากมี  คนเรียนดีขี้โกงก็มากมาย


เห็นอะไรไหมครับจากบทเพลง  สะท้อนความรู้สึกจนสะท้านเข้าไปถึงก้นบึ้งแห่งคำว่า " คน "  จริง ๆ ครับ  แต่บทเพลงนี้ก็เพียงแต่สะท้อนอีกแง่มุมหนึ่งของสังคมที่เกิดขึ้นจริงกับความเชื่อของระบบการศึกษาไทย ( แอบเหน็บครั้งที่สาม )

ปล.ครับว่า ถ้าบทเพลงและบทความนี้ไปทำให้ท่านผู้อ่านและผู้ฟังขัดเคืองในต่อมอารมณ์ กระผมนายสายลมก็ขอกราบอภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ และด้วยความรู้สึกว่าเพลงนี้บทเพลงนี้มันเข้ากับตัวกระผมเองเสียจริง ๆ ครับ อิอิ

อันนี้ บทกวีแห่งความรัก  เพราะมาก ๆ ครับ เข้าไปวังเลยนะครับ