วันที่ 22 ตุลาคม 2550
วันนี้เป็นวันจันทร์แรกของสัปดาห์ที่ 25 นับถอยหลังไปอีกนิดสิ อีกนิด ก็จะพบว่าเหลืออีก 23 วันแล้วเท่านั้น ผมเริ่มต้นวันแรกของสัปดาห์ใหม่นี้ด้วยความชุ่มฉ่ำ เพราะฝนตกหนักตั้งแต่ราวตี 4 กว่าๆ ทั้งฟ้า ทั้งฝนและลมแรกกระแทกตึกจนสั่น ผมต้องลุกขึ้นมาปิดพัดลมเพราะอากาศเย็นลงอย่างเร็ว จากนั้นมาก็หลับๆตื่นๆ นอนไม่ค่อยสบาย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ตื่นขึ้นมาปวดต้นคอไปหมด ร้าวไปจนถึงไหล่ขวา และปวดไปทั้งวัน สงสัยนอนตกหมอน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> วันนี้อดกินกาแฟตอนเช้า เพราะว่ามันเพิ่งหมดไปเมื่อวานนี้นี่เอง เลยนั่งส้วมไปตาปรือไป แต่ก็นั่นแหละ ยังอุตส่าห์อ่านหนังสือไปได้ตั้งหลายหน้า ไว้ค่อยไปกินที่ Kopitiam ก็แล้วกัน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ผมต้องขึ้นรถบัสไปทำงาน เพราะว่าฝนยังไม่ยอมหมดเม็ดซักที เช้านี้ผมต้องเข้าช่วยผ่าตัดกับหมอเรจิน่าตั้งแต่ 8.30 น. กว่าจะเลิกก็ปาเข้าไป 9.40 น.เข้าไปแล้ว ไปตรวจคนไข้ที่คลินิกกับครูลีต่อจนถึงบ่ายโมงพอดีพอดิบ จากนั้นก็ไปกินข้าวเที่ยงกับหมออัซมาที่มาจากบรูไน วันนี้เขาจะอยู่ที่หน่วยเราเป็นวันสุดท้าย เขาบอกว่าจะเลี้ยวข้าวผมเอง ผมจะจ่ายเธอก็ไม่ยอม เรานั่งคุยกันเรื่องประเทศของเขา ผมถามว่าผมสามารถไปทำงานที่บรูไนได้หรือไม่ เพราะเธอบอกว่าขาดแคลนสูติแพทย์ เธอตอบว่าไม่ได้ เลยได้ทราบว่าที่ประเทศบรูไนไม่มีหมอสูติผู้ชาย เล่นเอาผมงง เขาบอกว่าไม่มีใครเคยเขียนกฎการห้ามมีสูติแพทย์ผู้ชาย แต่ธรรมเนียมของประเทศเขา ห้ามผู้หญิงให้คนอื่นเห็นอวัยวะเพศของตนนอกจากสามีเท่านั้น แค่นี้แหละ หมอรุ่นเก่าๆที่มีอำนาจในการคัดเลือก ก็ไม่เลือกผู้ชายมาเรียนซะก็เท่านั้น อัซมาบอกว่า คนไข้ที่บรูไนบินมาสิงคโปร์หรือไปที่มาเลเซียเพื่อให้หมอสูติผู้ชายเป็นผู้ตรวจกันซะมากมาย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ช่วงบ่ายนี้ควรจะเป็นช่วงเวลาของการทำวิจัย แต่หว่องฟุกบอกผมว่าเขาอาจจะต้องผ่าตัดก่อน ผมจึงลงมาเพื่อช่วยครูหาญตรวจไปพลางๆ เมื่อเพื่อนผมลงมาผมก็แจ้นออกไปเลย ไปนั่งพักและทำงานเบาๆที่ภาควิชา แต่ก็ไม่ได้นานเท่าไหร่นัก ครูก็เรียกผมลงไปช่วยอีกครั้ง ตลกจริงๆ ท่านมาบอกผมว่า ต้องให้ผมลงมาช่วย เพราะว่าตอนนี้เพื่อนผม หว่องฟุกและนาตาลีท่าทางจะเหนื่อยกันหมดแล้ว ฮ่า ฮ่า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> กว่าจะเลิกงานก็ปาเข้าไป 6 โมงครึ่ง ผมรีบเดินกลับบ้านเพราะว่าลมแรง ฝนตั้งเค้า ผมนี่แทบจะวิ่ง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีฝนสักเม็ด กลับถึงบ้านก็เก็บประเป๋าตังค์ เหลือบไปเห็นรูปพี่แป้งก็เลยมองแว๊บหนึ่ง เห็นรูปแม่ผมอยู่ข้างหลัง ก็เลยขยับมาดูให้ชัดๆอีกที พลันก็รู้สึกว่า เออแฮะ ทำไมแป้งมีรูปเหลี่ยมหน้าเหมือนย่าจังเลย อดรนทนไปไหว อารามคิดถึงแม่เหมือนกันเลยโทรหาท่านเลย แค่นี้ก็คลายความคิดถึงไปได้เยอะเชียวแม่</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
สวัสดีค่ะ
พี่แป้งยิ้มแป้นแล้น
น่ารักเจง ๆ
มิน่าละ พ่อรัก พ่อหลง พ่อรัก พ่อหลง
เอิ้ก ๆๆๆ
สวัสดีครับคุณกุ้ง
ตอนนี้ยิ้มที เห็นถึงลิ้นไก่เลยครับ ฟันน้ำนมเริ่มผลัดครับ
สวัสดีครับคุณหมอแป๊ะ
ขอบคุณครับ
พี่สะมะครับ
ถ้าเผลอให้นามบัตรหมอเรจิน่าไป สงสัยเป็นโดนนินทา เพราะว่าเธอสวยเหลือเกิน ฮ่า ฮ่า
โรงพยาบาลที่เมืองไทยที่ใครๆก็รู้จัก กลับกลายเป็นโรงพยาบาลเอกชน นามว่า บำรุงราษฎร์ครับ ใครก็อยากมารักษาที่นี่ หมอที่โรงพยาบาลที่สิงคโปร์หลายคนก็อยากมาทำงานที่นี่
แปลกแต่จริง
สวัสดีครับพี่หลวง
ทำไปทำมา มันก็เหมือนกันทั้ง 2 คนนั่นแหละครับ
มองบางมุมแล้วต้องกลับไปเอารูปตัวเองตอนเด็กมาดู เหมือนกันยังกะเป็นรูปเดียวกันไปเสียหลายรูป
ทำไมผมจึงเกิดมาหน้าตาเหมือนลูกก็ไม่รู้นะท่าน
คุณหมอแป๊ะครับ
สวัสดีครับพี่สะมะ
สาเหตุที่ต่างชาติรู้จักก็เพราะการประชาสัมพันธ์ครับ
ในนิตยสารของสายการบินตราเสือก็ยังมีโฆษณาของโรงพยาบาลเอกชนบ้านเราด้วย
เล่นกันถึงขนาดเปรียบเทียบราคากันเลยครับพี่ เติมนม แต่งจมูก แปลงเพศ หัวใจ ...ฯลฯ สุดยอดเลยครับ และก็หลุดโลกไปแล้วด้วยซ้ำ
สงสัยผมก็ไม่มีโอกาสได้เงินจากโรงพยาบาลเหล่านี้ด้วย เพราะว่า ความสามารถคงไม่เทียบเท่าผู้มีวิทยายุทธเหล่านั้น...ฮา
แวะมาเยี่ยมครับ
ผมชอบอ่านบันทึกของคุณหมอ มีอะไรสนุกดี ผมรู้จักเพื่อนหมอ โดยเฉพาะหมอสูติ มีโจ๊กเยอะเลย ทั้งที่เป็นนิทานและเรื่องจริง เพื่อนเคยเล่าว่า...
มีหมอตาคนหนึ่งรักษาจิตรกรสาวซึ่งเกิดอุบัติเหตุจนตามองเห็นเป็นปกติ ด้วยความรู้สึกขอบคุณจึงวาดรูปคุณหมออยู่ในดวงตาของเธอ ภาพนี้คุณหมอชื่นชมมาก นั่งดูก่อนนอนทุกคืน
๑อาทิตย์ผ่านไป ภรรยาหมอเริ่มจะหน้ามุ่ย แต่วันต่อมาภรรยาหมอก็เริ่มยิ้มออก พอหลังจากนั้นอีก ๑ วัน หลังจากหมอเข้าห้องนอนมาแล้วหยิบภาพวาดมาดูภรรยาหมอหัวเราะก๊าก...หมอถามว่าหัวเราะอะไร ภรรยาหมอตอบว่า
ดีนะที่คุณเป็นหมอตา ถ้าคุณเป็นหมอทำคลอดละก็.......เอาไป ๑๐ อิ
คุณบัณฑูรครับ
ถ้าเป็นหมอสูติแล้วเป็นไงครับ ฮ่า ฮ่ ฮ่า
ยังไม่เคยมีคนไข้คนไหนวาดรูปส่งมาให้ผมดูบ้างเลย เสียด๊าย เสียดาย