(ภาพจากBlog คนเข็นครกขึ้นเขา) 

คนเรานี่นะครับ จะชวนกันยกโขยงไปไหน ก็ควรคุยกันก่อนว่า ไปทำไม ไปดูอะไรทำไมถึงเลือกพื้นที่ตรงนี้มีอะไรพิเศษ ขอตอบ..เฮฮาศาสตร์ให้ความสำคัญกับการปูพื้นฐานข้อมูลเบื้องต้น ดังที่ท่านบางทราบทำการบ้านเสนอมาเป็นระยะๆ ประมวลผลแล้วผมแอบดีใจลึกๆ กับความโชคดีของท่านทั้งหลาย ที่มีโอกาสได้มาร่วมค่ายดงหลวงในครั้งนี้ ..ถ้ามาแล้วไม่ประทับใจ ยินดีให้ลงโทษ ด้วยการกอดคนชอบวิ่งให้น่วมไปเล๊ย 

ผมคิดว่าเรากำลังตกอยู่กับภวังค์ของการพัฒนาที่อลวน ได้รู้ได้ยินมาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันโครง ทั้งที่ได้ร่วมทำ ได้รู้ ได้รับฟัง ได้สนใจอยู่ห่างๆ แต่เราก็สรุปทิศทางในการพื้นฟูชนบทไทยไม่ได้เสียที นี่คือโจทย์ที่หาคนตอบให้กระจ่างได้ยาก แทนที่เราจะมานั่งเหงาเหมือนเต่าป่วย ทำไมเราไม่ลุกไปหาคำตอบเองละ 

มองไปทั่วแผ่นดินนี้ ผู้ที่จะดำเนินการเรื่องนี้ได้ดีที่สุด มีคนเดียวชื่อว่าบางทราย(คนเข็นครกขึ้นเขา) จากประสบการณ์ตรง รวมทั้งทักษะแวดล้อมที่สะสมมาค่อนชีวิต ท่านงัดออกมาวางเดินพันให้งานนี้ เพื่อเป็นแบบอย่างในการศึกษาพัฒนาชนบทฉบับประชาชน ท่านทุ่มเทจัดให้เราแบบไม่รู้จะขอบคุณยังไงแล้ว 

 

เรื่องการตระเตรียมงานที่แง้มให้เราฟังนั่นเป็นส่วนหนึ่ง ในขณะเดียวกันก็พยายามเชิญชวนท่านผู้สันทัดกรณีระดับUN.เรียกเฮีย ท่านบำรุง บุญปัญญา มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์สดๆ แถมยังมีท่านพลเอกเอกชัย ศรีวิลาศ แห่งกองทัพบกไปร่วมสนทนา เฉพาะเรื่องนี้ ลูกหลานจะต้องเย็บกรวยข้าวตอกดอกไม้กี่พันกรวยไปคารวะ เรื่องผู้รู้ สถานที่เรียนรู้ เนื้อหา ประเด็นที่ควรรู้ ขนกลับห้าสิบรถ10ล้อ ก็ไม่หมด 

ยังมีสหายที่ผ่านบาดแผลประชาธิปไตยจนหัวใจตกตะกอนอีกละ เป็นตัวตนคนสู้เพื่ออุดมการณ์ในยุคตุลารุ่นสุดท้าย ไปฟังเรื่องจริงจากปากท่านบอกเล่าเองเถิดลูกหลานเอย จะได้ไม่ละเลยกำพรืดของเราเอง  มีทุนทางประวัติศาสตร์สังคมและการเมือง ไว้ไปเชื่อมโยงกับคลื่นวัฒนธรรมเถื่อน ที่จะไหลบ่าเข้ามาอย่างคนที่รู้เขารู้เรา 

ท่านบางทรายบันทึกไว้ว่า..เมื่อ20กว่าปีที่แล้ว ดงหลวงเป็นเมืองปิดและเป็นพื้นที่ปลดปล่อย จึงมีแต่ความดำมืด น่ากลัว ยิ่งใครชี้ให้ดูว่า คนนั้นเป็นไทโซ่มาจากดงหลวง รับรองว่าคนในเมืองมุกดาหารจะสำรวจทั่วตัวทีเดียวว่า ไทโซ่หรือนี่ แต่มาคราวนี้ เรากำลังจะไปบุกพื้นที่ปริศนา แทนที่จะย่องไประแวดระวังอย่างพวกคนเมืองหนีเข้าป่าสมัยก่อน พวกเรากลับได้ไปแบบอ้าซ่าผ่าเผย กระไรเลยจะไม่ชื่นมื่นเฮฮา 

ฟังดูเรื่องนี้ทำว่าจะเครียด ถ้าอมทุกข์งึมงำก็ไม่ใช่สไตส์เฮฮาศาสตร์นะสิ  ผมมั่นใจเหลือหลายว่าคุณสมบัติฮาในDNA.ของพวกเรา เอาแค่คนชอบถีบจักรยาน ที่พวกเรายกให้เป็นนักสร้างเสริมบรรยากาศ ก็ฮาจนน้ำตาเล็ดแล้ว ยังมีเรื่องเสื้อสวยประจำก๊วนของอ๊อต เรื่องปรุงอาหารประชันกัน ป้าแดงแรงฤทธิ์จะนำข้าวจี่ไปปิ้งให้ชิมแก้หนาว เจ้าบ้านจะทำน้ำพริกอ่องกับผักกาดจอ ถ้ามีวาสนาผมจะผัดต้นหอมให้ชิม แต่เมนูหลักกุ๊กตระกูลชูชกอุบไว้ชิงไหวชิงพริบ ระหว่างทีมเจ๊องุ่นคนสวย ทีมขาใหญ่หัวลำโพง ทีมเมือง2แคว แย้มมานิดๆว่าจะทำ KFJ (ไก่ทอดเจ)และทีมป้าจุ๋มกับแม่หวี รายนี้เขาจะเตรียมไปแกงส้มดอกมะรุม ไข่ไก่ มะนาวมีเยอะ จะขนไป5เข่ง อุ๊ย!!เกือบโดนงอนข้ามทศวรรษ ทีมปักษ์ใต้บ้านเรา แกงเหลือง แกงไตปลา ข้าวยำยังจำได้ อร่อยจนพยาธิถามถึง..อย่าขนมาเยอะนะแป๊ด เอาสักครึ่งโบกี้ก็พอ อิอิ.. 

เท่าที่ประเมินสถานการณ์ ท่านบางทรายคงจะได้รับแขกประมาณ 50 ชีวิต เราจะปิดรับที่ตัวเลขนี้ เป็นจำนวนเพิ่มจากที่ตั้งเป้าไว้แต่แรกมาก แต่ผมก็มีเหตุผลขอร้องเจ้าบ้าน ..แต่นี้ไปจะไม่มีใครจัดงานได้ดีเท่านี้อีกแล้ว จึงอยากให้ชาวเราไปสนุกกับการจัดการความรู้ที่ไม่ธรรมดา ..ทิวเขา วิถีชนเผ่า สายลมหนาว ไอหมอก แสงแดดอุ่น ร่องรอยประวัติศาสตร์ ตัวเป็นๆของวีระบุรุษไทโซ่ ถือว่าเป็นบรรณาการจากสวรรค์ ขาดเหลืออะไรเราจะช่วยกันดูแลร่วมกับเจ้าภาพ ตกลงตามนี้ดีไหมตาหวาน อิอิ.