อันดับที่ 2 วันอาทิตย์ที 16 กันยายน 2550
(คอลัมน์ไทยโพสต์ วันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2550) “คุณธรรมแห่งการเลือกตั้ง”
ชำแหละคุณธรรม (2)
เมื่อวันที่ 27-28 สิงหาคม พ.ศ.2550 ได้มีโอกาสสนทนาคุณธรรมกับบรรดาผู้บริหารของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สนทนากันอย่างกันเอง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสนุกสนาน ตามหลักวิชาการพูดกันว่าคุณธรรมเป็นคุณสมบัติของมนุษย์ส่วนตัวแต่ละบุคคล มันคือความประพฤติดีจนชินเป็นนิสัย แต่ละอย่างๆเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่งๆ คนคนหนึ่งเป็นคนดีจะต้องมีคุณธรรมเป็นชุดเรียกว่าชุดจริยธรรม ชุดจริยธรรมใดของใครก็ตาม ตามหลักวิชาจริยศาสตร์สากลจะต้องประกอบด้วยคุณธรรมแม่บท 4 เป็นกรอบจึงจะมั่นคง ได้แก่รู้รอบ เข้มแข็ง พอเพียง และยุติธรรมขั้นชอบธรรม
ถามว่าความเป็นประชาธิปไตยเป็นคุณธรรมหรือไม่ ต้องตอบว่ามันเป็นจริยธรรมแห่งความเป็นประชาธิปไตย เพราะเป็นชุดของคุณธรรม ความเป็นประชาธิปไตยเป็นจริยธรรมสังคม คือจริยธรรมของหมู่ชนที่ประกอบกันอยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกันที่เรียกว่า
“สังคมประชาธิปไตย”
จึงเป็นจริยธรรมที่สลับซับซ้อนมาก ประกอบด้วยชุดคุณธรรมหรือจริยธรรมของประชาชน ชุดคุณธรรมหรือจริยธรรมของข้าราชการประจำ และคุณธรรมหรือจริยธรรมของข้าราชการการเมืองและแน่นอนจะต้องไม่ขาดชุดคุณธรรมหรือจริยธรรมขององค์พระประมุข ที่ได้ชื่อพิเศษว่าทศพิธราชธรรม ซึ่งเราได้เทิดไว้เหนือเกล้าฯ มิบังควรอาจเอื้อมไปวิเคราะห์ ณ ที่นี้ ตอนนี้เรากำลังรอคอยฤดูเลือกตั้ง การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นบททดสอบคุณธรรมการเลือกตั้งของคนไทยว่าเราจะเลือกตั้งกันอย่างผู้มีคุณธรรมหรือไม่
คุณธรรมเลือกตั้งเป็นคุณธรรมหนึ่ง และคุณธรรมที่สำคัญของชุดจริยธรรมของประชาชนพลเมืองไทยทุกคน วันเลือกตั้งเป็นวันที่พลเมืองไทยทุกคน อันได้แก่ ประชาชน ข้าราชการประจำและข้าราชการการเมือง ทำหน้าที่สำคัญแห่งการเป็นพลเมืองไทย คือแสดงคุณธรรมแห่งการเลือกตั้งที่ทุกคนมีเสมอหน้ากัน ไม่มีคุณธรรมใดจะแสดงความเท่าเทียมกันของคนไทยทั้งชาติให้ปฏิบัติเป็นรูปธรรมเท่ากับการเลือกตั้ง จึงเป็นโอกาสแสดงคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ของพลเมืองไทย หากคุณธรรมนั้นได้แสดงออกมาอย่างเป็นรูปธรรม ก็จะแสดงคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ของพลเมืองไทยทั้งชาติ หากตรงกันข้ามการเลือกตั้งมิได้แสดงคุณธรรมของพลเมืองไทยทั้งชาติ มันก็จะแสดงตรงกันข้าง คือ ความอัปยศไร้คุณธรรมของชนชาติไทย เป็นการประจานตัวเองต่อหน้าสังคมโลกอย่างน่าอัปยศอดสู อันมิควรให้เกิดขึ้นอย่างยิ่งแก่ชาติของเรา ซึ่งได้ชื่อเสียงเลื่องลือว่าเป็นชาติที่มีคุณธรรมระดับศีลธรรมบริสุทธิ์ผุดผ่อง คุณธรรมแห่งการลงคะแนนก็เช่นเดียวกับคุณธรรมอื่นๆ ต้องประกอบด้วยองค์ 4 ที่เรียกว่าคุณธรรมแม่บท 4 คือ รู้รอบ เข้มแข็ง พอเพียง และชอบธรรม
1. รู้รอบ เพื่อให้การลงคะแนนเป็นคุณธรรม จะต้องรู้รอบอะไรบ้าง ผู้ลงคะแนนทุกคนพึงรู้ก่อนไปลงคะแนนว่า การลงคะแนนเป็นการใช้สิทธิอันยิ่งใหญ่แห่งการเป็นพลเมืองควบคู่กันกับการแสดงความรับผิดชอบต่อความยิ่งใหญ่ของการเป็นพลเมืองไทยท่านเป็นพลเมืองไทย ท่านมีสิทธิลงคะแนนเลือกผู้แทนไปปกครองประเทศแทนท่าน สถาบันกษัตริย์ซึ่งแต่ก่อนเป็นเจ้าของประเทศไทยอย่างเบ็ดเสร็จ ได้ทรงมอบอำนาจเบ็ดเสร็จนั้นไว้ในอุ้งมือของท่าน ด้วยเสียงลงคะแนน 1 เสียงของท่านนั้น ท่านชี้ขาดว่าจะให้ประเทศไทยเป็นอย่างไรตั้งแต่วันลงคะแนนเป็นต้นไป องค์พระประมุขจะลงพระปรมาภิไธยตามใจท่าน แล้วพระองค์ก็จะลงพระปรมาภิไธยตามใจท่านจริงๆตามที่ได้ทรงตั้งพระปณิธานไว้ ณ วันพระราชทานรัฐธรรมนูญไทยฉบับแรกเป็นต้นมา พระองค์ตรัสแล้วไม่ทรงคืนคำ ดูเอาเถอะตัวท่านยิ่งใหญ่ขนาดไหน การไปลงคะแนนของท่านนั้นมันแสดงอำนาจยิ่งใหญ่ของท่านขนาดไหน หากท่านรู้รอบอย่างนี้แล้ว ท่านจะดูดายไม่ไปลงคะแนนได้อย่างไร และเมื่อท่านเข้าคูหากาหมายเลขนั้น ท่านจะกาอย่างมั่นใจว่าท่านกำลังใช้อำนาจสั่งคนที่ไว้ใจได้ไปบริหารประเทศให้เจริญรุ่งเรืองตามพระราชปณิธานให้ได้ท่านจะยอมเสี่ยงลงคะแนนให้ผู้ที่ไว้ใจไม่ได้เทียวหรือ ยิ่งท่านรู้อยู่แก่ใจว่าใครเป็นโจรปล้นบ้านปล้นเมือง ฉุดบ้านฉุดเมืองให้ล้าหลังเพื่อนบ้าน ท่านจะส่งเสริมให้เขาไปยึดอำนาจการปกครองไว้ในเงื้อมมือเขาได้ลงคอเชียวหรือ นี่คือความรู้รอบที่พลเมืองไทยทุกคนพึงรู้ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง รู้อย่างเดียวยังไม่เป็นคุณธรรม เพราะอาจจะไม่ปฏิบัติ จึงต้องประกอบให้ครบอีก 3 ด้าน คือ เข้มแข็ง พอเพียง และชอบธรรม
2. เข้มแข็ง ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดมีถมไป คือ รู้ทั้งรู้ แต่ไม่ลงมือทำตามที่รู้ เมื่อไม่ปฏิบัติความเคยชินก็ไม่เกิด คุณธรมก็ไม่เกิด ความเข้มแข็งจึงเป็นปัจจัยสำคัญให้เกิดคุณธรรม หมายความว่าเมื่อรู้รอบแล้วว่าการลงคะแนนเลือกตั้งที่มีเกียรติสมศักดิ์ศรีแห่งความเป็นพลเมืองไทย อันหมายถึงเป็นทายาทแห่งผืนแผ่นดินไทยจากสถาบันกษัตริย์ไทยแห่งจักรีวงศ์ ผู้รู้รอบและประเมินรู้คุณค่าแห่งมหาสมบัติอันศักดิ์สิทธิ์ประเสริฐยิ่งนี้ กอปรทั้งสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสถาบันกษัตริย์ไทยอันยาวนานบนผืนแผ่นดินนี้ ไม่ว่าท่านจะเป็นชนเชื้อชาติใดที่โชคชะตานำท่านมาเกิดและเติบใหญ่บน ผืนแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนี้ ย่อมจะต้องตระหนักอยู่ในใจอย่างลึกซึ้งว่า </p> “โอกาสแรกที่ข้าฯจะได้ทำดีฝากไว้บนผืนแผ่นดินนี้ ข้าฯจักไปลงคะแนนเพื่อเลือกคนที่ไว้ใจได้มากที่สุดมาบริหารประเทศให้เจริญรุ่งเรืองคู่บารมีเสด็จพ่อที่มอบอำนาจให้ข้าฯได้ตอบสนองพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการหย่อนบัตรลงคะแนนด้วยความรับผิดชอบ ข้าฯรู้ดีว่าหากแต่ก่อนแต่ไรมาข้าฯมิได้ลงคะแนนอย่างมีคุณธรรม แต่ลงคะแนนเพราะความมักได้ของเล็กน้อยเฉพาะหน้าจนเป็นนิสัย การที่จะมาลงคะแนนเสียงครั้งนี้โดยสละความมักได้ส่วนตัวเป็นครัเงแรกและเป็นครั้งแรกที่ข้าฯจะลงคะแนนเพื่อประเทศชาติและเพื่อแสดงความรู้คุณต่อแผ่นดิน มันยากที่จะทำด้วยความสำนึกในหน้าที่อย่างบริสุทธิ์ใจ ข้าฯรู้ดีว่ามันยาก แต่มันจะยากเฉพาะครั้งแรก ข้าฯต้องเข้มแข็ง ต้องตัดใจทำให้ได้ในครั้งแรกนี้ทันที มิรอครั้งหน้า แล้วครั้งต่อไปมันจะง่ายขึ้น ง่ายขึ้นเรื่อยๆไปจนกลายเป็นคุณธรรมคือความเคยชินเป็นนิสัย ข้าฯจะทำ ข้าฯต้องทำ และข้าฯจะทำได้เพื่อแผ่นดินไทยที่ข้าฯรัก เพื่อเสด็จพ่อที่ข้าฯบูชา และเพื่อลูกหลานของข้าฯ จะได้ ทัดเทียมชาติอื่นๆ ข้าฯต้องทำให้ได้ ข้าฯจะทำ ข้าฯจะลงคะแนนอย่างใช้เหตุใช้ผลเป็นครั้งแรกในชีวิตให้ได้”
3. ความพอเพียง พอดี ไม่ขาดไม่เกิน ตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงอันเป็นคุณธรรมและเป็นปรัชญา จะต้องไปลงคะแนนตามความรู้ความสามารถ และด้วยความเข้มแข็งที่จะลงคะแนนให้เป็นคุณธรรมให้ได้ ถ้าไม่ไปลงคะแนนก็จะขาด ไม่เป็นคุณธรรม และต้องไม่เกินจนกลายเป็นบัตรเสีย ต้องไม่เกินด้วยการเวียนเทียน ต้องไม่เกินด้วยการขายเสียง ต้องไม่เกินด้วยการขายบัตรประชาชน และต้องไม่ เกินด้วยการยอมให้มีการทุจริตใดๆโดยมีส่วนร่วมหรือรู้เห็น เพราะจะทำให้การลงคะแนนครั้งนี้ไม่เป็นคุณธรรมไปอย่างน่าเสียดาย
4. ความยุติธรรม เอาผิดด้วยกฎหมายไม่ได้ นั่นเป็นความยุติธรรมตามกฎหมาย แต่มันอาจจะไม่ชอบธรรมก็ได้ หากไปล่วงละเมิดสิทธิคนอืนโดยกฏหมายเอาเรื่องไม่ได้ คุณธรรมเรียกร้องให้เสียสละเกินกว่าที่กฎหมายเรียกร้อง เพื่อให้เกิดความดีมากขึ้นแก่ตัวเองและ/หรือส่วนรวม ความชอบธรรมจึงลึกซึ้งมากกว่าความยุติธรรม ซึ่งอาจจะพอเพียงตามกฎหมาย แต่ยังไม่พอเพียงสำหรับผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์อย่างแท้จริง ขอให้ชั่งน้ำหนักศึกษาเรื่องนี้ให้ลึกซึ้ง จะได้เป็นผู้ชอบธรรม คือ มีคุณธรรมจริงๆอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่สักแต่ว่ามีความยุติธรรมตามกฎหมาย
<p ศาสตราจารย์กีรติ บุญเจือ ประธานอนุกรรมาธิการคุณธรรมและจริยธรรม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ