ชำแหละคุณธรรม

อันดับที่ 1 วันอาทิตย์ที 2 กันยายน 2550

(คอลัมน์ไทยโพสต์ วันเสาร์ที่1 กันยายน 2550)

คุณธรรมรู้คุณแผ่นดิน (Patriotism)

1. จุดประสงค์ : เพื่อรู้ว่าแผ่นดินไทยเป็นของใคร และทำไมจึงต้องรู้คุณแผ่นดินไทย

2. นิทานคติ : เรื่องที่ชาวแอฟริกันเล่ากันอย่างกว้างขวางมาสมัยหนึ่งว่า

ครั้งหนึ่งมีชาวแอฟริกันกลุ่มหนึ่ง (ประมาณ 70 คนเห็นจะได้) จำเป็นต้องเดินทางผ่านทะเลทรายซาฮาร่าร่วมกัน ต่างคนต่างเตรียมอาหาร น้า และยาประจำตัวอย่างพร้อมเพียงและเพียงพอจนกว่าจะเดินทางพ้นแดนทะเลทราย โชคร้ายที่ผู้นำทางจำทางผิดพลาด เป็นเหตุให้ต้องเดินอ้อมระยะทางไกลกว่าเดิม ทำให้เสบียงที่เตรียมไปเกิดขาดแคลน ถึงกับต้องขอและแย่งจากผู้ที่ยังมีเหลือ และผู้ที่ยังมีเหลือก็แสดงอาการหวงแหนและต่อสู้อย่างเต็มที่ เพราะกลัวว่าตนเองก็จะขาดแคลน ในที่สุด ผู้อาวุโสในกลุ่มมองเห็นสถานการณ์ชัดเจนว่า ถ้าปล่อยตามยถากรรมอย่างนี้อาจจะเกิดการฆ่ากันตายและในที่สุดทุกคนก็จะตายกันหมดกลางทะเลทรายแห่งนี้ ผู้อาวุโสจึงวางแผนเกลี้ยกล่อมให้ทุกคนยอมรับฟังท่าน โดยกล่าวว่า

“สหายที่รัก ในสภาวการณ์ของเราขณะนี้ ถ้าพวกเราต่างคนต่างคิดเอาตัวรอด จะไม่มีใครรอด ที่สุดจะตายกันทุกคน อาจจะตายก่อนตายหลังเท่านั้น โปรดฟังข้าพเจ้า หากท่านเชื่อและทำตามที่ข้าพเจ้าสั่ง เรายังมีหวังจะรอดตายกันได้ทุกคน ”

ทุกคนดีใจ เริ่มมีความหวังรำไร ทุกคนร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า

“เอายังไงก็ว่ามา”

ผู้อาวุโสเห็นว่ามีหวังจึงแถลงนโยบายออกมาว่า

“ท่านทั้งหลายขอให้ทุกคนเชื่อฟังข้าพเจ้าและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด คือให้ทุกคนหยุดดื่ม หยุดกิน และให้นำเอาน้ำและอาหารที่ยังเหลืออยู่มามอบให้ข้าพเจ้าเป็นกองกลาง ให้เราเลือกหาคนที่ยังแข็งแรงที่สุดในหมู่พวกเรา ขอมอบน้ำและอาหารที่รวบรวมได้เท่าที่ยังมีเหลืออยู่นี้ มอบให้จิตอาสาผู้นั้นเอาติดตัวไปยังชีพจนพบกองคาราวานที่จะมาช่วยพวกเราได้ ขอเตือนจิตอาสาว่าเมื่อเอาตัวรอดแล้วอย่าคิดเอาตัวรอดคนเดียว ให้ตระหนักว่ารอดไปได้บนความเสียสละของพวกเรา อย่าลืมบุญคุณพวกเรา ต้องกลับมาช่วยพวกเราอย่างเต็มความสามารถ เชิญไปได้โดยด่วน และด่วนมาช่วยพวกเราก่อนที่พวกเราจะตายกันตรงนี้อย่างช่วยตัวเองไม่ได้”

จิตอาสาผู้นั้นได้เก็บน้ำและอาหารทั้งหมดที่ผู้เสียสละมอบให้ใส่ไว้ในไถ้ รีบออกเดินทางจากไปอย่างรีบเร่ง เขามีน้ำและอาหารเพียงพอที่จะเดินทางอย่างแข็งแรงและรวดเร็ว เขาโชคดีไปพบกองคาราวานก่อนที่จะขาดเสบียงจนเดินต่อไปไม่ไหว เขาได้ถือความสัตย์ โดยนำทางกองคาราวานนั้นกลับมาช่วยผู้อ่อนเปลี้ยทั้งกลุ่มรอดตายได้ทันการณ์พอดี

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนกลุ่มเดินทางผ่านทะเลทรายนั้นได้แก่ คนไทยทั้งชาติ 70 ล้านคน บรรพบุรุษของเราเดินทางบนผืนแผ่นดินนี้ แม้จะอุดมสมบูรณ์ ไม่ใช่ทะเลทราย แต่ทรัพยากรก็ร่อยหรอไปเกือบจะต้องอดอยากขาดน้ำดื่มกันอยู่แล้ว แต่บางคนก็ยังมีเหลือเฟือ เราเลือกผู้แทนให้บริหารทรัพยากรแทนเรา มีการเจียดทรัพยากรเพื่อให้บางคนมีโอกาสใช้ทรัพยากรอย่างเต็มที่ เพื่อสามารถแก้ปัญหาให้คนทั้งชาติ คนกลุ่มนี้ได้แก่ข้าราชการทั้งประจำและการเมืองที่ได้รับมอบหมายให้มีอำนาจอยู่ในมือ พ่อค้าวานิชที่มีทุนเป็นกำเป็นก้อนอยู่ในมือ ท่านที่ได้รับอำนาจก็ดี ทุนที่เป็นทรัพย์ก็ดี มันคือทรัพยากรที่ยังหลงเหลือในชาติไทย ซึงเป็นทรัพยากรของคนไทยทั้งชาติ ที่มอบหมายให้ท่านเหล่านั้นใช้ตามกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ของคนไทยทั้งชาติ อยากจะขอให้ทุกท่านมีเจตนาใช้ทรัพยากรดังกล่าวด้วยคุณธรรมรู้คุณแผ่นดินเป็นตัวอย่างแก่คนอื่นต่อไป

3. ช่วยกันขยายความโดย

3.1. ช่วยกันหาคติพจน์ส่งเสริมคุณธรรมข้อนี้ เช่น- หากสยามพินาศลง ไทยอยู่ได้ฤา- รักชาติยิ่งชีพของเรา เหมือนดังพงศ์เผ่า ต้นตระกูลไทย- รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์

3.2. ช่วยกันหาคำสอนของศาสนาต่างๆที่ส่งเสริมคุณธรรมข้อนี้- พลัง สังฆัสสะ สามัคคี สามัคคีคือพลังของหมู่คณะ(พระพุทธเจ้า)- หน้าที่ต่อพระเจ้าจงคืนแก่พระเจ้า หน้าที่ต่อแผ่นดินจงคืนแก่แผ่นดิน (พระเยซู)

หมายเหตุ ให้ช่วยกันหา การหานั้นเองจะช่วยการรู้รอบชนิดฝังในจิตใจ เพราะตัวเองได้ใช้ความพยายามหา ดังปรัชญาไทยว่า “สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ สิบมือคลำไม่เท่าทำเอง” ถ้าท่านพบอะไรดีๆ ขอความอนุเคราะห์ส่งอีเมล์ไปที่ [email protected] เพื่อพิจารณาเพิ่มเข้าไปในฐานข้อมูลคุณธรรมของเว็บไซต์ www.kirti.bunchua.com ขอบคุณล่วงหน้าครับในความร่วมมือ

4. ฝึกความประพฤติให้เป็นคุณธรรม

4.1. ฝึกให้รู้รอบ พฤติกรรม (behavior) ได้แก่การกระทำที่คนหรือสัตว์ทำไปโดยอัตโนมัติ ขาดความสำนึกดี-ชั่ว ความประพฤติ(conduct) คือ การกระทำของมนุษ์ที่ผ่านความสำนึกดี-ชั่ว และมีการตัดสินใจตามมาว่าทำตามความสำนึกดังกล่าวหรือไม่ หากทำตามเรียกว่าประพฤติดี (good conduct) หากฝ่าฝืนเรียกว่าประพฤติชั่ว (bad conduct) ส่วนคุณธรรม (virtue) ได้แก่ ความประพฤติดีจนเคยชินเป็นนิสัยดี (good habit) เพื่อให้เกิดความเคยชินจำเป็นต้องมีข้อต่อไป

4.2. ฝึ กให้เข้มแข็ง การทำตามความสำนึกดี-ชั่ว แต่ละครั้งเรียกว่าความประพฤติดี ทำครั้งเดียวไม่เป็นคุณธรรม เป็นเพียงความประพฤติดีเฉยๆ เพื่อจะทำซ้ำๆจนเกิดความเคยชินได้ ต้องมีการตัดสินใจทำดีเป็นครั้งแรก ใครที่ไม่เคยตัดสินใจทำดีในเรื่องใดก็ตาม ต้องตัดสินใจทำครั้งแรกให้ได้ ต้องการความเข้มแข็งและพลังใจ อาจจะได้รับแรงเชียร์ การชักชวน การกระตุ้นหนุนใจ ฯลฯ จากผู้อยู่รอบข้าง หรืออาจจะเกิดจากการเกลี้ยกล่อมตัวเองด้วยเหตุผลต่างๆนานา เตรียมไว้รับมือล่วงหน้า จนกว่าการตัดสินใจทำดีครั้งแรกจะเกิดขึ้นจริง แล้วครั้งต่อๆไปจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้นทีละน้อยๆตามลำดับ และจะกลายเป็นความเคยชินหรือนิสัยประจำตัวไปโดยอัตโนมัติ ต่อไปมีโอกาสจะฉวยโอกาสทำทันทีโดยไม่มีการลังเลใจและไม่ต้องตัดสินใจถึงตรงนั้นจึงเรียกได้ว่ามีคุณธรรม คือทำจนเป็นนิสัย

4.3. ฝึ กให้พอเพียง คือไม่ขาดไม่เกิน ขาดก็คือรักชาติจนน้ำลายไหล ชาติพังช่างมัน ขอให้ฉันได้ๆๆก็แล้วกัน ทำราวกับว่าชาติเป็นขุมทรัพย์ให้ทุกคนฉกฉวยได้แบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา เสียสละให้ใครต่อใครได้ แต่เสียสละให้ชาติกลับทำไม่เป็น เพราะมองไม่เห็นคิดไม่ออกว่าชาติคืออะไร อยู่ตรงไหน รู้แต่ว่าตรงไหนที่ฉันรู้สึกว่าเอามาฟรีๆได้โดยไม่ต้องกลัวใครตำหนิ เพียงแต่ดูตาม้าตาเรืออย่าให้ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเท่านั้นซึ่งถือว่าเป็นความซวยเฉพาะครั้ง มีโอกาสยึดของสาธารณะหรือของหลวงมาเป็นของตนอีกเมื่อไรก็เอาอีก โดยไม่รู้สึกว่าผิด เพราะถือว่าของสาธารณะเป็นของไม่มีเจ้าของ แทนที่จะคิดว่าของสาธารณะเป็นสมบัติของทุกคน ต้องช่วยกันดูแล หากเอาไปเป็นสมบัติส่วนตัวต้องรู้จักเกรงใจผู้ที่เป็นเจ้าของร่วมกันทั้งชาติ แต่ที่ไม่รู้สึกเกรงใจก็เพราะเจ้าของร่วมไม่ยอมหวงแหน เห็นอยู่กับตาก็ไม่โวยวาย เพราะรู้สึกว่าฉันไม่เกี่ยว เหล่านั้นคือรู้คุณแผ่นดินไม่เพียงพอตรงกันข้าม รู้คุณเกินไปก็ไม่ดี เกินไปอย่างไร ก็เช่นใช้ความเก๋ากึ๊กกว่ารวมหัวกันเอาเปรียบชาติที่ด้อยพัฒนากว่า เพื่อให้ชาติของตนได้เปรียบเป็นพอ ชาติอื่นจะล่มจมอย่างไรก็ช่าง หรืออีกกรณีหนึ่งก็คือรู้คุณต่อชาติเสียจนไม่ไว้ใจใครทั้งสิ้น ประกาศออกมาอย่างหน้าตาเฉยว่า“ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว” ราวกับว่าประเทศชาติเป็นของเขาคนเดียว คนอื่นไม่ต้องรับผิดชอบร่วมกับเขา อย่างนี้เรียกว่าเกินไป ไม่ว่าขาดไม่ว่าเกินถือว่าไม่อยู่ในทางสายกลาง ไม่พอดี ไม่พอและไม่เพียง แม้ว่าด้านอื่นจะดีครบถ้วน ก็ไม่อาจจะเป็นคุณธรรมได้เพราะขาดความพอเพียงเพียงอย่างเดียวก็ไม่ถือว่าดีไปได้

4.4. ฝึกให้ชอบธรรม ไม่เพียงแต่ยุติธรรมตามกฎหมาย ความยุติธรรมตามกฎหมายค้ำประกันว่าไม่ผิดกฎหมายและจะไม่ต้องถูกลงโทษตามกฎหมายเท่านั้น หลายต่อหลายกรณีมิได้ดีจริง เพราะดีจริงจะต้องยอมเสียสละอะไรบางอย่างที่กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่เห็นความจำเป็นของประเทศชาติแล้วก็ยินดีเสียสละเกินที่กฎหมายบังคับ เช่นการรู้คุณต่อประเทศชาติเรียกร้องให้ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย นั้นถือความยุติธรรมตามกฎหมาย แต่ถ้าเป็นคนไม่มีภาระผูกพันมาก โชคดีมีเงินเหลือกินเหลือใช้ หากรู้คุณแผ่นดินจริงพึงสำนึกได้ว่าสิ่งเหลือกินเหลือใช้นั้น แท้จริงก็ได้มาจากการได้อาศัยแผ่นดินไทย เป็นผลประโยชน์ที่เกิดบนผืนแผ่นดินไทย จึงควรบริจาคให้สาธารณประโยชน์ เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลคนด้อยโอกาส แม้กฎหมายไม่บังคับ ถ้าไม่ทำถือได้ว่ามีความยุติธรรมตามกฎหมาย แต่ยังไม่มีความชอบธรรมตามมาตรฐานคุณธรรม ซึ่งเป็นความยุติธรรมตามมนุษยธรรมหรือตามกุศลธรรม การอบรมคุณธรรมไม่ว่าในเรื่องใด จึงต้องมีการลงมือปฏิบัติจนเคยชิน มิฉะนั้นไม่เรียกว่าคุณธรรม อาจจะเรียกได้ว่าเป็นความรู้เรื่องคุณธรรมเท่านั้น แต่ไม่ใช่คุณธรรม และเมื่อทำการฝึกฝน ก็ต้องฝึกฝนให้ครบทั้ง 4 ด้านที่เรียกว่าคุณธรรมแม่แบบ 4 คือ รู้รอบ เข้มแข็ง พอเพียง และชอบธรรม อบรมให้เด็กอนุบาลมีคุณธรรมรู้คุณแผ่นดิน เป็นเรื่องยากไหม คงไม่ยากนักหากรู้เทคนิคการอบรมดังได้สาธยายมาแล้ว แต่รู้วิธีอบรมเด็กอนุบาลให้รู้คุณแผ่นดินย่อมไม่ง่าย เพราะผู้อบรมต้องรู้ทั้ง 7 แท่งจึงสรุปเป็นเทคนิคการอบรมเด็กอนุบาลได้ 7 แท่งดังกล่าวได้แก่มิติวิทยาศาสตร์ มิติจิตวิทยา มิติสังคมวิทยา มิติปรัชญา มิติภูมิปัญญาไทย ฐานนิยาม และฐานประวัติศาสตร์ สำหรับเด็กอนุบาลจะมีคุณธรรมรู้คุณแผ่นดิน ไม่ต้องมีความรู้ 7 แท่งเหล่านี้ขืนเอาไปสอนเด็กอนุบาลก็ไม่มีทางจะรู้เรื่อง แต่ผู้อบรมเด็กอนุบาลจำเป็นต้องรู้ทั้ง 7 แท่ง เพื่อสรุปออกมาเป็นเทคนิค นำไปใช้เพื่อหวังผลระดับเด็กอนุบาล ความใดไม่ชัดเจน หาตัวช่วยได้จาก www.kirti.bunchua.com

ปรัชญาคติประจำสัปดาห์

มองโลกและชีวิตตามความเป็นจริง

แต่ปิ้งเฉพาะแง่ดีเป็นอารมณ์

Look at the World and Life according to Reality.

But enjoy only the happy sentiments. <p ศาสตราจารย์กีรติ บุญเจือ ประธานอนุกรรมาธิการคุณธรรมและจริยธรรม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ