มีคำกล่าวจากผู้ใหญ่ที่ทำให้คิด และค้างใจจนต้องขอนำมาเขียนเพื่อปล่อยความคิดแลกเปลี่ยนกันใน GotoKnow ที่ซึ่งเชื่อว่ามีคนเข้าใจความคิดของเรา และคงจะช่วยให้ความมั่นใจว่าคนคิดเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องประหลาด และโลกเราคงจะน่าอยู่น้อยลง หากเราทุกคนต้องการทำงานเพื่อให้ได้ค่าตอบแทนเป็นตัวเงินที่คุ้มค่ากับแรงหรืออะไรอื่นๆที่ลงไปอยู่ตลอดเวลา
ปกติก็ไม่ใช่คนที่เห็นว่าเงินคือสิ่งสำคัญอยู่แล้ว ไม่ว่างานอะไรที่ทำหรือรับทำก็จะตั้งอยู่บนหลักการที่ว่าเป็นหน้าที่และสิ่งที่สมควรทำ และเชื่อว่าตัวเองทำได้ เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เป็นโอกาสที่จะได้ใช้ความรู้ความคิดที่เรียนมาให้เกิดประโยชน์ สิ่งตอบแทนที่กลับมาในรูปของวัตถุสิ่งของ เงินทองหรือป้ายประกาศใดๆไม่ได้เป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ในการตัดสินใจ
การทำงานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน คือเป็นนักเทคนิคการแพทย์ ที่ทำงานตรวจวิเคราะห์สิ่งส่งตรวจจากผู้มารับบริการที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ของเรา เรียกได้ว่าเป็นงานในลักษณะปิดทองหลังพระ มีคนรู้จักพวกเราน้อยกว่าวิชาชีพสาธารณสุขอื่นๆ สิ่งที่พวกเราทำและทุ่มเทนั้น น้อยคนนักจะได้รับรู้ ความสุขใจ ความภูมิใจที่จะเกิดขึ้นต้องมาจากตัวเราเองเท่านั้น ทุกวันนี้ก็ยังคงทำงานหนักเท่าที่เคยทำก่อนที่จะไปเรียนจนจบปริญญาเอก มีภาระมากขึ้นอันเนื่องมาจากวุฒิที่ได้มา และเต็มใจที่จะอุทิศตัวเองเต็มที่กับทุกงานเท่าที่จะทำได้้ เลือกที่จะทำงานที่ให้ประโยชน์กับส่วนรวมมากกว่าส่วนตน ทางเลือกที่จะทำงานเพื่อให้ตัวเองรุ่งเรืองก้าวหน้า มียศมีตำแหน่ง มีเงินค่าตอบแทนมากๆนั้นไม่ยากเลย และหากคิดจะทำเพื่อให้ร่ำรวยนั้น ก็ทำได้ตั้งแต่ยังไม่ต้องจบกลับมาบ้านเราด้วยซ้ำ แต่รู้ว่าตัวเองไม่เคยต้องการสิ่งเหล่านั้นเลย หากเป็นคนตัวคนเดียวก็คงไม่มีคำถาม และคงไม่ต้องอธิบายอะไรกับใครว่าทำไมจึงเลือกที่จะอยู่ตรงนี้ ทำงานตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง (วันที่อยู่เวรเช้า เพราะหาคนอยู่ยากเหลือเกิน) จนถึงเกินเวลา 4 โมงครึ่งเย็นเสมอ และยังหอบหิ้วอีกหลายๆงานมาทำต่อในเวลาที่เหลืออยู่ของวัน หลังจากทำหน้าที่อื่นๆของชีวิต สำหรับลูก สำหรับครอบครัว สำหรับเพื่อนฝูง ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว
มีความสุขกับสิ่งที่ทำ โดยไม่เคยคิดถึงค่าตอบแทนที่เป็นจำนวนเงิน รู้สึกเสมอว่าสิ่งที่เราตั้งใจทำนั้นมีคุณค่า ผลแล็บที่รวดเร็วและถูกต้องก็จะทำให้คนไข้ได้พบแพทย์เร็ว การตรวจวินิจฉัยและการรักษาก็จะทำได้ถูกต้องรวดเร็ว งานอื่นๆทั้งหลายที่รับทำก็เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับส่วนรวม โดยมีเราเป็นส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งที่ทำให้งานเดินไปได้ แม้อาจจะมีคนว่า ว่าไม่รักความก้าวหน้าก็ไม่รู้สึกเดือดร้อน แต่ก็อยากให้เขาเข้าใจ แม้จะรู้ว่าสิ่งที่เราคิด เรารู้สึกนี้ คงจะอธิบายให้คนที่คิดอีกแบบเข้าใจได้ยากเหลือเกิน แต่โลกใน GotoKnow ทำให้มั่นใจค่ะว่า มีคนที่คิดเหมือนเรา และทุ่มเททำความดีเพื่อส่วนรวมได้ดียิ่งกว่าเราอีกมากมาย เป็นกำลังใจให้ตั้งใจมั่นได้ต่อไป และยินดีจะให้กำลังใจทุกๆท่านด้วยเช่นกันค่ะ ขอบคุณ GotoKnow (เป็นครั้งที่นับไม่ถ้วน)
อ.โอ๋ค่ะ โลกGotoknow มากเกินกว่าจะเอ่ยคำใด ๆ ได้จริง ๆ คะ
ขอบคุณ Gotoknow อย่างที่สุดคะ
สวัสดีค่ะพี่โอ๋
เห็นบันทึกนี้ของพี่โอ๋ตอนเช้า แอมแปร์เลยรีบล็อกอินเข้ามาก่อน อ่านไฮไลต์ข้างบนแล้วรู้สึกเข้าใจชะมัด
"คนที่จะเข้าใจ ก็คือคนที่คิดเหมือนกันกับเรานั่นเอง"
พี่โอ๋ใช้คำได้ตรงใจเหลือเกิน
บางทีแอมแปร์ก็รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในโลกที่ซ้อนกันอยู่สองโลก โลกหนึ่งเป็นโลกแบบที่เราคิด และอีกโลกหนึ่งเป็นโลกแบบที่คนอื่นคิด และหาคนที่คิดเหมือนเรายากชะมัด สงสัยว่าเราจะคิดไม่เข้าพวก : )
แอมแปร์ก็เลยเลือกที่จะอยู่อย่างสงบเสงี่ยมในโลกเงียบๆของตัวเองคนเดียวเป็นส่วนมาก แต่ก็ยังตั้งคำถามอยู่เสมอว่าในโลกที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย (อันแปลว่ามีทั้งที่เหมือนและที่ต่าง) จะไม่มีคนที่คิดคล้ายๆกันบ้างเลยหรือ
ตอนแอมแปร์อ่านหนังสือ ก็ได้เห็นว่าเราคิดคล้ายๆกับคนมากมาย อย่างน้อยก็คนที่เขียนหนังสือที่เราชอบอ่านเหล่านั้น แต่นั่นก็ยังเป็นโลกเงียบๆ เป็นการสื่อสารทางเดียว ผู้เขียนกับผู้อ่านไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ (ทั้งที่บางทีเราคิดด้วยประโยคเดียวกันเป๊ะ)
เมื่อได้เข้ามาสื่อสารใน GotoKnow แอมแปร์ก็รู้สึกเหมือนพี่โอ๋นะคะ การได้เห็น(อ่านถ้อยคำ ดูรูป อ่านระหว่างบรรทัด คิด วิเคราะห์ และตรองแล้ว)ว่ามีผู้ "ทุ่มเททำความดีเพื่อส่วนรวมได้ดียิ่งกว่าเราอีกมากมาย" เป็นหลักฐานยืนยันสิ่งที่เราเชื่ออย่างป็นรูปธรรม ทำให้เรามั่นใจในสิ่งที่เราเชื่อขึ้นอีกมาก
GotoKnow เป็นโลกของการสื่อสารกันทางความคิด ที่มีอิทธิพลต่อวิธีคิดของเราในระดับหนึ่งทีเดียว
(ที่ใช้คำนี้เพราะแอมแปร์ไม่ได้ทำวิจัย แต่รู้สึกเอา) : )
ถ้าไม่มีพื้นที่ที่"มีวุฒิภาวะในการสื่อสาร" เช่นนี้ บางทีกว่าจะ"หา"กันเจอ และ"เห็น"กันจริง นี่ก็ยากเหมือนกันนะคะ (เลยนึกขอบพระคุณอาจารย์ทั้งสองท่านและทีมงานทุกครั้ง เพราะขณะที่เราๆคุยกันอย่างสนุกสนานในห้องรับแขกนั้น หลังบ้านต้องทำงานกันอย่างหนัก)
บางทีแอมแปร์ก็นึกชอบใจวิธีคิดเรื่องเงินนะคะ พอมนุษย์หาตัวกลางในการแลกเปลี่ยน แล้วไปให้คุณค่ากับตัวกลางนั่นมากกว่าของจริงๆที่จะแลกเปลี่ยน ก็เลยทำให้เวียนหัวกันไปทั้งโลก แลกเปลี่ยนแค่ของยังไม่พอ ยังคิดจะแลกเปลี่ยนวิถีชีวิตอีกด้วย (เพียงเพื่อจะให้มูลค่าของตัวกลางนั่นเพิ่มขึ้น) แต่คุณค่าของชีวิตอาจลดต่ำลง นึกถึง "ต้มยำกุ้ง" ขึ้นมาเลย
แอมแปร์อ่านบันทึกนี้ของพี่โอ๋ด้วยความรู้สึกเข้าใจและชอบใจมากนะคะ พี่โอ๋เขียนตรงๆจากใจดีจังเลย แอมแปร์เชื่อว่าคนที่มองเห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงของทุกสรรพสิ่ง จะเห็นคุณค่าของทุกสิ่ง แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆ เพราะต่างก็เป็นองค์ประกอบของกันและกัน
โรงพยาบาลเป็นสถานที่เริ่มต้นและสิ้นสุดของมนุษย์จำนวนมาก ไม่แปลกเลยที่บุคลากรด้านนี้จะเห็นสัจธรรมก่อนมนุษย์ชุดอื่น (โดยเฉพาะชุดที่อยู่แต่ในรั้วอย่างแอมแปร์) และที่น่าชื่นชมยินดีที่สุด คือเมื่อบุลากรด้านนี้ เห็นคุณค่าของชีวิตมนุษย์(ที่ไร้กำลังจะสู้เหล่านั้น) และทำหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด เพื่อใครก็ไม่รู้ที่เราอาจไม่มีโอกาสแม้แต่จะพบหน้า
อุดมการณ์เช่นนี้มิได้สร้างง่ายๆเลยนะคะ แอมแปร์ดีใจแทนสามหนุ่มของพี่โอ๋ เพราะเขาจะได้เรียนรู้สิ่งดีงามเช่นนี้จากคุณแม่ทุกวัน
ขอบพระคุณพี่โอ๋ที่สุดสำหรับบันทึกจากใจบันทึกนี้นะคะ ..พี่โอ๋เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้แอมแปร์กล้าที่จะสื่อสาร แล้วยังเป็นต้นแบบในการทำงานที่เรารักอย่างมั่นใจอีกด้วย และแอมแปร์ได้เห็นอย่างสม่ำเสมอในบันทึก ว่าพี่โอ๋ "มีความสุขกับสิ่งที่ทำ" จริงๆ
และพี่โอ๋ทำให้แอมแปร์เห็นจริงอีกครั้งว่า
"ความสุขที่ใช้เงินซื้อไม่ได้ คือความสุขที่เราสร้างด้วยตัวเราเอง"
ขอบพระคุณพี่โอ๋มากๆอีกครั้งนะคะ : )
some types of a deffense mechanism
ขอบคุณอ.MOOที่มาช่วยกันรัก GotoKnow นะคะ
และขอส่งกอดแน่นๆมาถึงน้องแอมแปร์สำหรับความเห็นที่ทำให้พี่โอ๋น้ำตาซึมค่ะ รัก GotoKnow ก็เพราะเหตุที่น้องแอมแปร์เขียนมาทั้งหมดจริงๆค่ะ พลังที่คนคิดแบบเราส่งถึงกันนั้นมีคุณค่าอย่างหาอะไรเปรียบไม่ได้จริงๆ ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ และขอให้มั่นใจได้เลยว่าพี่โอ๋ชื่นชมและศรัทธากับสิ่งที่คุณครูอย่างน้องแอมแปร์กำลังทำอยู่ค่ะ อาชีพที่เปรียบเหมือนเรือจ้างก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคนมากมาย เราต้องภูมิใจกับสิ่งที่ทำอยู่เงียบๆ เพราะหลายๆครั้งตัวตนของคนที่เขาเป็นอยู่นั้นก็เกิดมาจาก"ครูที่เป็นต้นแบบดีๆ" ซึ่งแม้แต่ตัวคนคนนั้นเองก็คงนึกไม่ถึงค่ะ
ขอบคุณน้องแอมแปร์มากๆที่ลงมือเขียนความเห็นนี้นะคะ มีคุณค่ากับจิตใจพี่โอ๋มากจริงๆค่ะ (บางครั้งแม้เราจะดูเหมือนมั่นใจในตัวเอง แต่จริงๆแล้วเราต้องการกำลังใจจากคนที่เข้าใจมากมายเหลือเกินค่ะ)
พี่โอ๋คนดี
แอมแปร์ล็อกอินเข้ามาหาพี่โอ๋อีกครั้งอย่างตั้งใจ และจะทำในสิ่งที่แอมแปร์ตั้งใจจะทำเมื่อเช้า แต่ยังเขินๆอยู่ ทำไม่ต้องเขินด้วยก็ไม่รู้ แอมแปร์ต้องใช้เวลาสักนิดเสมอในการแสดงความรู้สึกแท้ๆจากใจ ต้องขอบคุณเบิร์ดเพราะความเป็นมิตรของน้องทำให้แอมแปร์มีกำแพงน้อยลง และรู้สึกขอบคุณทุกคนใน GotoKnow ซึ่งคงรู้สึกแบบเดียวกันกับที่พี่หมูและพี่โอ๋รู้สึก เมื่อเราได้สัมผัสมิตรภาพเช่นนั้น
แอมแปร์ขอกอดพี่โอ๋แน่นๆและนานๆ ด้วยความรักพี่สาวที่ยังไม่เคยพบหน้า(แต่ได้เห็นหัวใจกันแล้ว)คนนี้ อย่างที่สุดนะคะ : )
ผมทำงานในหน่วยงานเอกชน(โรงงานอุตสาหกรรม) มา 5 ปีกว่าๆ ได้คติมาประโยคหนึ่งจากกลุ่มคนที่ทำงานด้วยกันว่า "ถ้าทำแล้วไม่มีความสุข ก็หยุดทำงานซะ แต่ถ้าเราตัดสินใจว่าทำแล้วก็ต้องเต็มที่ เพราะเราเป็นคนเลือกเอง" และสิ่งที่เป็นจริงของมนุษย์เงินเดือนคือ "ไม่มีงานไหน หน่วยงานไหนในโลกใบนี้ที่มีแค่คำว่าไม่มีปัญหาและอุปสรรค" เพราะไม่นั่นเขาคงไม่จ้างเราหรอกครับ
มนุษย์เงินเดือน
อาจารย์ครับ
ผมทำ"ขายตรง"
งานผมเป็นงานที่เห็นแก่ "เงิน" หรือ
เป็นงานที่สร้าง"ประโยชน์"ให้กับสังคมครับ?
เมื่อ จ. 22 ต.ค. 2550 @ 08:52
430849 [ลบ </div><div class="info">พี่โอ๋ที่คิดถึง</div><ul>
</ul>