เมื่อวานได้เขียนบันทึกเรื่อง
มองเวียดนามแล้วย้อนมองไทย...ฤาเราจะถอยหลังเข้าคลอง
ได้มีการกล่าวถึงประเทศเวียดนามว่าได้ให้ความสำคัญกับเรื่อง การศึกษาเป็นอย่างมาก
คราวนี้ลองมาดูพี่ไทยอย่างเรากันบ้างว่า...ในวันนี้ระบบการศึกษาของเราเป็นอย่างไรกัน
จากงานมหกรรม km ภูมิภาค จ.พิษณุโลก ได้ยินคำถามหนึ่งที่สะดุดใจมากเลยคือ "ทำอย่างไรครูไทยจะชนะครู google " บรรดาคุณครูทุกท่านคงคุ้นเคยกับครู google เป็นอย่างดี
ครู google นั้นใจดีมากเลย ไม่เคยบ่น ไม่เคยดุเด็ก ไม่เคยแว่บไปไหนเด็กอยากรู้อะไรเวลาคุณครูท่านอื่นสั่งงานมา แค่ถามไปนิดเดียวครู google ให้ข้อมูลมามากมาย แถมข้อมูลยังทันสมัยกว่าเอกสารประกอบการสอนของคุณครูอีกด้วย
จากนั้นเด็กๆก็ดำเนินการ copy & paste แล้วก็ print งาน พร้อมเย็บเล่มสวยงามส่ง ดังที่เคยเขียนไว้ในบันทึก
นักศึกษาในปัจจุบันถนัดแต่ copy&paste จริงหรือ????
คุณครูแต่ละวิชาจะสั่งงานแค่ไหนก็สบายมาก ครู google ช่วยเหลือได้ทั้งวันทั้งคืน ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เด็กๆ รักครู google กันเหลือเกิน....
ถ้าช่วงไหนคุณครูไม่ขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม คิดว่าสอนวิชาเดิมก็สอนตามตำราแบบเดิม อาจจะเจอนักศึกษาแย้งได้ว่า... "คุณครูครับผมอ่านจากเน็ตมันไม่ใช่แบบนี้แล้วนะครับ"
เป็นเรื่องที่คุณครูต้องช่วยกันคิดนะคะ
ว่า.....
"ทำอย่างไรครูไทยจะเก่งกว่า....
ครู google "
อย่าเพิ่งเศร้าใจไปนะครับ
ครูไทยมีหัวใจ แต่ครู google ไม่มีหัวใจครับ
สวัสดี ค่ะ อาจารย์
ครูไทยเก่งกว่าครู Google ไม่ได้หรอก เพราะครูไทยก็เป็นลูกศิษย์ครู Google เหมือนกันค่ะ อิอิ
สวัสดีครับคุณครูลูกหว้า
ผู้ประกอบอาชีพครู..ต้องพัฒนาตนเองอย่างรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงครับ สังคมการเรียนรู้ของมนุษย์ไปไกลกว่าที่คิดไว้ ครูจึงต้องเท่าทัน มิฉะนั้นจะเป็นอย่างที่คุณครูลูกหว้าบอกครับ
เราจะทำอย่างไรให้ครู รู้ตื่น รู้เบิกบานตลอดเวลา
ขอบคุณครับ
อาจารย์ลูกหว้ามีประเด็นน่าสนใจเรื่อยเลย :)
ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตมีข้อมูลและภาพให้ค้นหาเยอะแยะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเชื่อถือได้ทั้งหมด ปัจจุบันนักเรียนรวมทั้งผู้ใช้ทั่วไปคงจะเข้าห้องสมุดน้อยลง เพราะความสะดวกของอินเทอร์เน็ต
ถ้าต้องค้นคว้า นักเรียนคงจะท่องเว็บเป็นอันดับแรก แต่ครูต้องรู้ทันครับ ทำการบ้านมาก่อนเด็ก ที่สำคัญ สามารถชี้แนะเกี่ยวเนื้อหาในเว็บต่างๆ ได้ เป็นช่องทางให้นักเรียนนักศึกษารู้จักการวิเคราะห์ข้อมูล แทนที่จะลอกมาอย่างเดียว..
หนูก็ใช้ google เยอะนะพี่ แต่ข้อมูลใช่ว่าจะเชื่อได้ทั้งหมด บางอันก็หน้าตาดูดีเชียวแต่มั่ว ถ้าไม่ใช่เพราะอ่านหนังสือเยอะ มีความรู้เป็นทุนเดิมก็คงเชื่อไปแล้ว น้องชายตอนเขาเรียนที่ศิลปากร อาจารย์ห้ามเอา Google เป็นแหล่งอ้างอิงข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เพราะมันมั่วเยอะ ไม่มีใครตรวจ เชื่อได้เลยว่าเด็ก copy มาเนี่ยต้องมีผิดพลาด คราวนี้มันอยู่ที่เราตรวจแล้วล่ะ ต้องตรวจให้เจอแล้วเรียกเด็กมาคุย ถ้าพลาดแบบไม่ตั้งใจ ไปหาข้อมูลมาวิเคราะห์แล้วเขียน อย่างนี้พออภัยได้ แต่ถ้าผิดเพราะ copy เขามาทั้งดุ้นไม่อ่าน อย่างนี้ต้องตกสถานเดียวเลยพี่
ถ้าอาจารย์ในเมืองไทยมัวแต่ใจอ่อน กลัวลูกศิษย์ตกเยอะแล้วสถาบันเพ่งเล่ง จะทำให้มีเด็กคุณภาพต่ำอย่างทุกวันนี้เกลื่อนเต็มไปหมด ต้องเข้มกว่านี้ ทำไม่ได้ก็ต้องไม่ให้ผ่าน ไม่ให้จบ แล้วมาตรฐานมันจะดีขึ้นเองค่ะ เสียดายเดี๋ยวนี้สถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งเห็นแก่เงินมากกว่าเกียรติของตนเอง
รุ่นหนูสอบเข้าได้ 45 จบจริง 18 คน ที่เหลือเรียนต่อไปอีกปี หรือสองปี ในที่สุดก็จบเพิ่มอีก 5 คน นอกนั้นอาจารย์บอกอย่าเรียนต่อเลย เรียนไปก็ไม่ผ่านหรอก ไปหาอาชีพอื่นทำเหอะ จบไปก็สู้คนอื่นเขาไม่ได้ ต้องบอกว่าอาจารย์กล้ามาก และพูดตรง มีบางคนฝืนทำงานสายนี้ทั้งๆ ที่ฝีมือไม่ดีและไม่จบ ทุกวันนี้ก็กินเงินเดือนต๊อกต๋อยอย่างที่อาจารย์ว่าจริงๆ เพราะฝีมือไม่ถึงอ่ะ
บ่นมั่งอ่ะ เครียด เจอแต่เด็กงี่เง่าทำงานไม่เป็นมาสมัครงาน ปีนี้ไม่รับเด็กใหม่สักคน ทั้งๆ ที่ต้องการ เพราะมีแต่เด็กห่วยๆ ทำงานไม่เป็นมาสมัครทั้งนั้น มาจากสารพัดสถาบันเลยนะ คนเก่งคนที่มีประสบการณ์บริษัทอื่นๆ ก็หวงตัวไว้ ไม่ปล่อยมาง่ายๆ เซ็งชมัดเลยเนี่ย ไม่รู้สอนกันออกมาอีท่าไหน ปล่อยมาตรฐานต่ำแบบนี้ให้จบมาได้ไง ตอนพวกหนูเรียนปีสองยังทำงานดีกว่าพวกนี้หลายขุม
google เหมือนมหาวิทยาลัยเปิด ครูไทยเหมือนมหาวิทยาลัยปิด
มหาวิทยาลัยปิดได้เปรียบตรงที่อาจารย์(ครู)มีโอกาส face2face กับนักศึกษา(นักเรียน)...มีเวลาสนทนาอภิปราย ต่อเวลาไปคุยกัน ค้างคำถามมาต่องวดหน้า...ลองตั้งโจทย์ด่วนๆกระตุ้นให้หัดคิด สอนมารยาททักษะชีวิตฯลฯ
แต่ส่วนมากคนในมหาวิทยาลัยปิดกลับไม่มองโอกาสตรงนี้ค่ะ ครูไทยจำนวนหนึ่ง(จำเป็นและไม่จำเป็น) ที่ผลักให้เด็กนักศึกษาไปเรียนแบบมหาวิทยาลัยเปิด..โดยสั่งงาน ให้ส่งรายงาน แทนการเจอกัน....เวลาสงสัยอะไรครูก็ไม่อยู่ให้ถามแต่ติดภาระคำสั่งด่วนถึงด่วนที่สุดให้ไปสัมมนาในโรงแรม......แล้วยังแย่กว่ามหาวิทยาลัยเปิดจริงๆ ตรงที่ไม่มีช่องทางให้เด็กติดต่อเลย....เด็กไม่สามารถ e-mail ไปหาครูได้ซะอีกแน่ะ
ครูไทยมีโอกาสดีกว่าครูต่างประเทศ...และดีกว่าครู google ที่นักเรียนนักศึกษายังมี "วันไหว้ครู" ให้เกิดปิติในวิชาชีพ...และมีโอกาสได้แสดงความเมตตาให้ปรากฎเป็นแบบอย่างกับศิษย์....เพื่อการดำเนินชีวิตที่ดีต่อไปภายหน้าของเด็ก..........แต่ว่าครูไทยกลับทิ้งโอกาสแล้วไปหยิบฉวยวิธีของครู google และครูต่างประเทศโดย....อยากเจอเธอต้องมานัดล่วงหน้า(เหมือนจ่ายค่าอินเตอร์เนตก่อนได้ความรู้) ...หมดชั่วโมงสอนแล้วหมดกัน.....แลกเปลี่ยนกันแต่เรื่องวิชาการไม่มีวิชาชีวิต....
พี่เห็นอย่างนี้ค่ะน้องลูกหว้า...ครูไทยมีทั้งโอกาสและมีทั้งเวลาที่จะทำได้ดีกว่าครู google ...แต่กลับแพ้ครู google ไปได้...อยากเก่งกว่าต้องมองตัวเองก่อนว่าเป็นอย่างไรค่ะ
สวัสดีครับ .อ.ลูกหว้า
หวัดดีจ๊ะหว้า
สอบปลายภาครึยังจ๊ะเนี่ย ของพี่กำลังตีลังกาตรวจข้อสอบหูตาลายตามแบบฉบับครูไทย ที่ทำยังไงก็ไม่เร็วเท่า อาจารย์กุ๊กเกิ้ล คลิกเดียวอยู่ (นามสกุลแกเก๋แฮะ) : )
หว้าตั้งประเด็นดีจังเลย แต่พี่ตอบไม่ถูก เอ่อ... สงสัยต้องบอกเด็กว่า "ความเก่งไม่สู้ ความรู้ไม่เท่า แต่ความเร้าใจน่ะสูสี" ไม่เชื่อมาเจอครูแบบตัวเป็นๆดูดิ่ พอเธอหลงมาเราเก๊าะจับฝึกงานให้น่าดู ให้กูเกิ้ลชิดซ้ายตกคูไปเลย อิอิ
พี่ยังเชื่อเรื่องความเป็นมนุษย์อยู่เสมอจ๊ะ และจะยังคงเชื่อต่อไป พี่เชื่อว่าตราบเท่าที่เรายังมีความเป็นมนุษย์ เราก็ยังต้องการการสื่อสารแบบที่เห็นตัวตน จับต้องได้ และมีหัวใจ คือการรับรู้สุขทุกข์ของอีกฝ่าย แบบเอาใจไปใส่ใจ ส่งใจถึงกัน และแบบนั้นแหละที่สมองกลทำไม่ได้
พวกเขาเป็นได้แค่คลังความรู้ให้เราไปคุ้ยหา แต่พวกเขา"สร้าง"ความรักความผูกพัน และความปรารถนาดีต่อกันแบบที่มนุษย์สร้างให้แก่กันและกันไม่ได้
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว แวะมาแล้วจะจากไปเสียเฉยๆกระไรได้ พี่เลยขออนุญาตเอาเพลงยาวเอ๊ยเอากลอนบ้านๆที่แต่งไว้สมัยโพสต์ที่วิชาการด็อตคอม มาแอบแปะไว้ที่บล็อกหว้าอีกหนึ่งที เพี่อเป็นที่ระลึกสำหรับอาจารย์กุ๊กเกิ้ลที่นับถือของพี่
ครู กับ คอมฯ ย่อมช่วย อวยเรียนรู้
คอมฯ มี ครู สรรค์สร้าง วางทิศให้
ครู มี คอมฯ เป็นเครื่องมือ ถือคู่ใจ
จำลองให้ ศิษย์ได้เห็น เหมือนเป็นจริง
คอมฯ จำลอง ที่ว่าแน่ ได้แค่เห็น
แต่ครูชี้ สิ่งที่เป็น ทุกๆสิ่ง
ว่าที่เห็น ..และเป็นไป.. อาจไม่เป็นจริง
"ครู"ฝึกให้ ศิษย์ใจนิ่ง เห็น"จริงแท้"
คอมฯมาช่วย ให้รู้ ให้ดู ให้เห็น
แต่คอมฯ "ทำให้เป็น" ไม่ได้แน่ๆ
หน้าที่ครู สร้างคนดี มิผันแปร
หน้าที่คอมฯ เสริมซอฟต์แวร์ ช่วยคุณครู ..
: ) อิอิ พี่ว่าของพี่ไปเรื่อยเจื้อยเลยจ๊ะ ขออภัยที่ยาวไปห้ากิโลแม้วเช่นเคย คืนนี้ขอให้หว้าหลับฝันดี และหายปวดข้อเท้าเร็วๆนะจ๊ะ
สวัสดีค่ะน้องหว้า
สบายดีนะคะ