เหล่านักวิจัยยกพลเทคโนโลยีไฮเทคสำหรับสวมใส่ยุคใหม่มาประชันกันเต็มที่ในงาน ISWC หรือ International Symposium on Wearable Computers ครั้งที่ 11 เมื่อวันที่ 10-13 ตุลาคมที่ผ่านมา งานนี้สะท้อนให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนว่าอุปกรณ์ไฮเทครุ่นใหม่กำลังมีขนาดเล็กลง และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ใช้สามารถทำกิจกรรมอื่นๆร่วมไปด้วยในโลกยุคดิจิตอล เปลี่ยนแนวจากเดิมที่วงการนักวิจัยเคยเน้นพัฒนาสิ่งประดิษฐ์แปลกแหวกแนวเป็นหลัก เช่น เสื้อที่มีเซ็นเซอร์บอกอารมณ์ผู้ใส่ เป็นต้น
       
       แม้อุปกรณ์ไฮเทคสวมใส่ได้หรือที่ฝรั่งเรียกกันว่า wearable computing จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งประดิษฐ์ต้นแบบซึ่งกลุ่มนักวิจัยนำมาแสดงและสนทนาเกี่ยวกับแนวคิดในการประดิษฐ์นั้นยังคงเรียกเสียงฮือฮาได้มากมาย โดยเป้าหมายสำคัญในงานนี้คือการทำตลาดเสื้อผ้าคอมพิวเตอร์ให้เป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ให้ได้
       
       ฝังเซ็นเซอร์หัวจรดเท้า
       
       หนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกความสนใจในงานนี้คือผลงานของนักวิจัยจาก Swiss Federal Institute of Technology (รู้จักในชื่อ ETH Zurich) โชว์เซ็นเซอร์ที่ยืดได้และมีสภาพเหมือนเส้นด้าย ซึ่งสามารถถักเป็นเสื้อผ้าซึ่งสามารถตรวจจับท่าทางของผู้ใส่ ผู้ที่ปวดหลังหรือมีการบาดเจ็บที่หลังอาจใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เคลื่อนที่อื่นๆเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายได้
       
       Stephane Beauregard จากมหาวิทยาลัยเบรเมนของเยอรมันนี โชว์รองเท้าที่มีเซ็นเซอร์ซึ่งคำนวณพิกัดที่อยู่ของผู้ใส่ผ่านระบบดาวเทียม ขณะนี้พิกัดดังกล่าวไม่สามารถคำนวณด้วยวิธีธรรมดา และเซ็นเซอร์ถูกฝังในเชือกรองเท้า แต่อนาคต Beauregard วางแผนจะติดเซ็นเซอร์ในส้นรองเท้าและพัฒนาให้รองเท้าอัจฉริยะมีความยืดหยุ่นในการใช้งานมากขึ้น โดยกลุ่มตลาดอันดับต้นๆคือกลุ่มนักดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยฉุกเฉินต่างๆ
       
       ด้านนักศึกษาจากสถาบันเอ็มไอที (Massachusetts Institute of Technology) โชว์เข็มกลัดพลาสติกสีดำสำหรับติดรอบคอ ความสามารถของอุปกรณ์นี้คือการวิเคราะห์นานาปัจจัยแวดล้อมผู้สวมใส่ เช่น การเคลื่อนไหวและรูปแบบคำพูดของคู่สนทนา เข็มกลัดดังกล่าวมีน้ำหนักเพียง 2-3 ออนซ์และมีขนาดเล็กกว่าความหนาของไพ่ 1 สำรับ
       
       ข้อมูลจากเข็มกลัดจะส่งตรงไปยังคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือโดยเทคโนโลยีไร้สาย เพื่อให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สวมใส่ได้ เช่น พนักงานขายอาจรู้ได้ว่าความสนใจของลูกค้ากำลังหายไป หรือหมออาจจะสามารถรับรู้ความผิดปกติของคนไข้ได้จากทางไกล
       
       เชื่อว่าอุปกรณ์นี้จะประเดิมใช้กับการวิเคราะห์ด้านสังคมเป็นอันดับแรก เช่นการศึกษารูปแบบการจัดตั้งกลุ่มสังคมและปฏิสัมพันธ์ภายในกลุ่ม เพื่อไขความลับวิธีการสื่อสารของมนุษย์ โดยหนึ่งในนักศึกษาเอ็มไอทีให้ข้อมูลว่าเคยทดลองใช้อุปกรณ์นี้กับพนักงานธนาคารในประเทศเยอรมันจำนวน 25 คน ผลการทดลองที่ได้ทำให้รู้ถึงสาเหตุที่ส่งให้งานออฟฟิศน่าเบื่อ โดยขณะนี้ บริษัท ฮิตาชิ เริ่มสนใจที่จะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้เพื่อวิเคราะห์ลูกค้าแล้ว
       
       “แหนบเข็มแต่ละอันมีต้นทุนราคาไม่ถึง100ดอลลาร์ และแน่นอนว่าในอนาคตมันจะเล็กลงอีก และอาจถูกรวมเข้ากับป้ายชื่อของคุณ” Olguin กล่าว
       
       ด้านสถาบัน Colorado School of Mines ปิ๊งไอเดียฝังเซ็นเซอร์ไว้ในถุงมือ เพื่อให้นักเล่นกีฬาสโนว์บอร์ดหรือนักขับมอเตอร์ไซด์สามารถควบคุมการเล่นเพลงบนเครื่องเล่น MP3 ได้โดยการบีบมือเท่านั้น ไม่ต้องละสายตาจากหิมะหรือถนน
       
       “ไอเดียก็คือการสวมใส่รีโมทไม่ใช่การถือรีโมท” Carsten Mehring ผู้สาธิตเทคโนโลยีถุงมืออัจฉริยะกล่าว
       
       ขณะที่มหาวิทยาลัยโกเบ (Kobe University) ของญี่ปุ่นโชว์ตัวหน้าจอสวมศีรษะและคีย์บอร์ดเปียโน ซึ่งได้รับการันตีว่าทำให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์ภาษาญี่ปุ่นได้เร็วกว่าคีย์บอร์ด QWERTY แป้นพิมพ์มาตรฐานทั่วโลก
       
       Company Related Links :
       ISWC