แม่จำไม่ได้เหรอ ที่ครูใหญ่ในหนังบอก การทำงานหนักเป็นดอกไม้ประดับชีวิตน่ะ

            

           

                 บ่ายวันหยุดสุดสัปดาห์ ดิฉันเอ่ยชวนลูก ๆ (10,6 ขวบ)   ใครสนใจดูหนังบ้าง แม่มีหนังดี ๆ จะให้ดู  หนังอะไร การ์ตูนหรือเปล่าแม่   น้องเอม ลูกชายวัย 6 ขวบ เอ่ยถาม เดี๋ยวดูก่อน แล้วจะรู้เอง   แม่ตอบแบบทิ้งเงื่อนไข  ว่าแล้วดิฉันก็เอาแผ่นซีดีใส่เครื่องเล่น  ฉากแรกปรากฏขึ้น หนังอะไรแม่ เก่าจังมีฝนตกด้วย  (ฝนตก หมายถึง ฉากในหนังเป็นเส้น ๆ )  น้องอาย ลูกสาวคนโตร้องถาม เมื่อหนังจบ  เป็นไง ดีไหม๊ลูก   แม่ถาม  ดีแม่ แต่สงสารครูใหญ่น่ะ  น้องอายให้ความเห็น  ขอดูอีกรอบแม่  น้องเอมร้องขอ    ดิฉันทำตามที่น้องเอมขออย่างว่าง่าย  น้องอายดูได้สักพักก็ออกไปถีบจักรยานเล่น  ปล่อยให้น้องเอมนอนดูจนจบ  ก่อนนอนคืนนี้ แม่ลูกนอนคุยกันถึงหนังที่ดูเมื่อตอนบ่าย เด็ก ๆ สะท้อนความคิด มุมมองตามวัย

                  หลายสัปดาห์ผ่านไป ดิฉันกลับจากทำงานที่ต่างอำเภอ เข้ามาถึงบ้านค่ำแล้ว รู้สึกเหนื่อยและอยากพัก  อาบน้ำเสร็จมาเอนตัวนอนใกล้ ๆ น้องเอม ที่กำลังสาละวนกับการบ้าน มีเสียงถามข้อสงสัยโจทย์การบ้านเป็นระยะ ดิฉันตอบบ้างหลับบ้าง  สักพักจึงเอ่ยชวนลูก การบ้านเสร็จยัง จะสามทุ่มแล้ว ขึ้นนอนเถอะ เดี๋ยวตื่นไม่ทันไปโรงเรียนสายนะ  การบ้านยังไม่เสร็จเลยแม่  ยังมีใบงานอีก นี่เห็นไหม๊   น้องเอม คว้ากระดาษใบงานที่ว่ามายื่นให้ดู   ทำไมครูให้การบ้านเด็ก ป.1 เยอะยัง  ดิฉันเริ่มบ่น  แม่จำไม่ได้เหรอ ที่ครูใหญ่ในหนังบอก การทำงานหนักเป็นดอกไม้ประดับชีวิตน่ะ    ถึงตอนนี้อาการง่วงนอนของดิฉันหดหายไปเหลือแต่รอยยิ้มเข้ามาแทนและยินดีนั่งรอลูกทำการบ้านจนเสร็จ.............