ภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นทับเส้นประสาท พบมากในวัยทำงาน ผู้ที่มีภาวะนี้จะมีอาการปวดหลังบริเวณเอวอย่างมาก และมีอาการปวดร้าวลงไปที่ขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง อาจมีอาการชาที่ขาร่วมด้วย ภาวะนี้ถ้าเป็นขั้นรุนแรงอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเลยทีเดียว สาเหตุอาจเกิดจากการก้มตัวยกของหนักผิดวิธี เอี้ยวตัวยกของ หรือต้องทำงานอยู่ในท่าก้มตัวไปข้างหน้านานๆ ทำให้หมอนรองกระดูกฉีกและทำให้ของเหลวภายในปลิ้นออกมาทับเส้นประสาทสันหลังที่อยู่ใกล้เคียง เป็นเหตุให้เกิดอาการปวดหลังร้าวลงขา และชาบริเวณขา ถ้าเป็นรุนแรงจะทำให้เกิดการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อขาได้ ท่านที่ปวดหลังอยู่คงสงสัยว่าจะทราบได้อย่างไรว่าเป็นภาวะนี้หรือเปล่า ถ้าเป็นแล้วควรจะทำอย่างไรต่อไปและจะรักษาได้อย่างไรบ้าง
ดิฉันของแนะนำให้ไปพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด เพื่อตรวจดูว่าท่านเป็นโรคนี้หรือไม่ ถ้าถามว่า x-ray จะเห็นว่าหมอนรองกระดูกปลิ้นไหม คำตอบก็คือ ถ้าเป็น x – ray ธรรมดาจะไม่สามารถบอกได้ชัดเจน แต่ถ้าเป็นการตรวจด้วย MRI ก็สามารถบอกได้ แต่ค่าใช้จ่ายสูงกว่า แพทย์อาจจะรักษาโดยการให้ยาไปรับประทานและส่งท่านไปปรึกษานักกายภาพบำบัดค่ะ การรักษาทางกายภาพบำบัดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่อาจช่วยท่านให้หายจากภาวะนี้ได้นะคะ การรักษาทางกายภาพบำบัดสำหรับภาวะหมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาทมีหลายวิธี เช่น การดึงกระดูกสันหลังด้วยเครื่องดึงหลังอัตโนมัติ (ภาพที่ 1) เพื่อช่วยยืดถ่างกระดูกสันหลังทำให้ลดการกดทับเส้นประสาท และการรักษาด้วยการออกกำลังกายเพื่อปรับสภาพสมดุลย์ของหมอนรองกระดูก เพิ่มความแข็งแรงทนทานของกล้ามเนื้อ เป็นต้น ขอแนะนำอย่างยิ่งว่าควรไปปรึกษานักกายภาพบำบัด อย่าคิดท่าออกกำลังกายเอง เพราะถ้าท่านเป็นภาวะนี้จริง ๆ ถ้าออกกำลังกายไม่ถูกต้องอาจทำให้อาการของท่านแย่ลงได้
ภาพที่ 1
การป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้ เริ่มตั้งแต่ท่าทางการทำงานนะคะโดยเฉพาะท่ายกของ วิธีการยกของที่ถูกต้อง ท่านสามารถดูได้จาก http://gotoknow.org/blog/spinal-clinic/138291 การก้มหลังมากๆ นานๆ อาจทำให้หมอนรองกระดูกฉีกได้ง่าย ท่านั่ง ควรนั่งหลังตรง ไม่นั่งหลังค่อมนะคะ เพราะการนั่งหลังค่อมจะทำให้ความดันในหมอนรองกระดูกเพิ่มขึ้น http://gotoknow.org/blog/spinal-clinic/134055 ถ้าคุณมีท่าทางการทำงานที่เหมาะสม โอกาสที่จะเกิดโรคนี้จะก็น้อยลงมากค่ะ การออกกำลังกายบริหารเพื่อปรับสมดุลย์ของหมอนรองกระดูกสันหลัง ขอแนะนำให้ทำในช่วงเย็นหลังเลิกงาน โดยเริ่มด้วยการนอนคว่ำประมาณ 3-5 นาที (ภาพที่ 2) จากนั้นจึงเริ่มทำท่าบริหารโดยการใช้แขนทั้งสองข้างยันพื้นให้หลังแอ่นขึ้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยที่สะโพกไม่ลอยขึ้นจากพื้น (ภาพที่ 3) ควรทำซ้ำ ๆ กันประมาณ 10 ครั้ง/เซ็ท ทำ 2-3 เซ็ท ระหว่างทำอาจจะรู้สึกตึง ๆ ปวด ๆ ที่หลังส่วนเอวบ้าง แต่อาการเหล่านั้นควรจะหายไปเมื่อหยุดทำ สำหรับท่านที่ต้องยกของหนักบ่อย หรือต้องทำงานในท่าก้มหลังบ่อย ๆ ขอแนะนำให้ทำท่านี้ระหว่างวันด้วย ถ้าไม่สามารถนอนคว่ำได้ ควรทำในท่ายืนแอ่นหลังโดยใช้มือทั้งสองข้างวางตรงบริเวณเอวแล้วแอ่นหลังเช่นเดียวกับท่านอนคว่ำ

ภาพที่ 2 ภาพที่ 3
สวัสดีค่ะ อาจารย์ธนวัลย์ (ขอเรียกชื่อเก่สนะคะ คุ้นมากกว่า) ไม่รู้อาจารย์จะจำลูกสฺษย์คนนี้ได้รึเปล่า พอดีหลงทางเข้ามา ถือว่าโชคดีมากที่มีโอกาสได้อ่าน blog ของอาจารย์เป็น KM ที่มีประโยชน์สำหรับคนจบมานานอย่างหนูมากค่ะ จะพยายามเข้ามาดู KM ใหม่ๆ ของอาจารย์นะคะ และขออนุญาตนำไปประยุกต์ใช้ต่อด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์ธนวัลย์ (ขอเรียกชื่อเก่านะคะ คุ้นมากกว่า) ไม่รู้อาจารย์จะจำลูกศิษย์คนนี้ได้รึเปล่า พอดีหลงทางเข้ามา ถือว่าโชคดีมากที่มีโอกาสได้อ่าน blog ของอาจารย์เป็น KM ที่มีประโยชน์สำหรับคนจบมานานอย่างหนูมากค่ะ จะพยายามเข้ามาดู KM ใหม่ๆ ของอาจารย์นะคะ และขออนุญาตนำไปประยุกต์ใช้ต่อด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะรักษฎาภรณ์
คุณเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งที่จบไปแล้ว อาจารย์ยังได้ยินชื่อคุณอยู่บ่อย ๆในกิจกรรมพัฒนาคุณภาพต่าง ๆ แสดงว่าเป็นนักกายภาพบำบัดที่ไฟแรงมากคนหนึ่ง ดีใจที่หลงเข้ามาใน blog นี้ และขอบคุณที่เขียนถึงอาจารย์นะคะ มาช่วยตอบคำถามด้วยก็ดี เพราะว่าอาจารย์ยังมีปัญหาเรื่องเวลา บางทีก็ต้องออกพื้นที่เก็บข้อมูล เลยมักตอบข้อซักถามช้าไปหน่อย หวังว่าคงได้คุยกันอีกนะคะ
แฟนผมโรคนี้มีทางบำบัดให้หายขาดได้หรือไม่ครับ หรือมีสถาบันใดเชี่ยวชาญในการรักษาโรคนี้ครับ
สวัสดีปีใหม่ครับ คุณหมอปนดา
ผมต้องการ gotoknow เรื่องนี้อยู่พอดี จึงทั้งดีใจและเป็นสุขที่ได้อ่านบล็อกนี้ครับ เขียนไปเรื่อยๆนะครับ บล็อกดีๆอย่างนี้หาได้ไม่ง่ายนักครับ
สวัสดีครับ ผมรบกวนขอคำปรึกษา เพราะตอนนี้ผมมีอาการคล้ายหมอนรองกระดูกปลิ้น ขออนุญาติเล่าโดยละเอียดครับ ผมมีปัญหาเรื่องปวดหลังแต่ไม่มากมานาน แก้ไขเบื้องต้นด้วยการนอนคว่ำแขนแนบลำตัว แล้วตะแคงหน้าซ้าย-ขวาสลับกันไป ซึ่งก็ได้ผลดี จนเมื่อปี2549 เริ่มผิดปกติ คือนอนคว่ำแตะแคงหน้าด้านขวาได้ปกติ แต่ด้านซ้ายรู้สึกว่ามีอาการฝืน ไม่สามารถตะแคงได้เต็มที่ จนถึงปลายปี2550ไปตัดผมและนอนหงายโกนหนวดกับแคะหู บนเก้าอี้ของร้านตัดผม แคะหูด้านขวาได้ พอแคะหูด้านซ้ายมีอาการปวดที่แขนด้านซ้าย และเริ่มชามากขึ้นเรื่อยๆจนไม่สามารถทนได้ ต้องขอหยุดทันที หลังจากวันนั้นก็มีอาการปวดที่หัวไหล่ซ้าย เหมือนโดนไฟช๊อตที่แขนบริเวณกล้ามเนื้อด้านบน ใต้ข้อศอกลงมาและชาไปที่นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ อาการชาจะต่อเนื่องตลอดเวลา อาการไฟช๊อตจะเป็นๆหายๆ เวลาที่เกิดอาการไฟช๊อต ถ้าค้อมตัวมาทางด้านหน้าจะรู้สึกดีขึ้น ตอนนี้ปรึกษาคุณหมอทั่วไปท่านหนึ่ง แนะนำให้ทานยากับวิตามิน และรอดูอาการ6เดือน หลังจากทานยาไปแล้วมีอาการดีขึ้นบ้างเล็กน้อย ตอนนี้ทานยามา1เดือน ผมอยากขอคำแนะนำว่าอาการอย่างนี้คือหมอนรองกระดูกปลิ้นใช่หรือไม่ และผมควรจะทำอย่างไร ถ้าเป็นไปได้ การทานยากับวิตามินร่วมกับการทำกายภาพบำบัด จะมีโอกาสหายหรือไม่ครับ ขอบคุณครับ
เรียนคุณ Chamdol
ไม่ทราบว่าอายุเท่าไรคะ เพราะถ้าอยู่ในวัยทำงาน ก็มีโอกาสเป็นโรคหมอนรองกระดูกปลิ้นทับรากประสาทมากกว่า แต่ถ้าอยู่ในวัยสูงอายุอาจเป็นจากการเสื่อมของหมอนรองกระดูกและหินปูนอาจไปรบกวนรากประสาทได้ค่ะ อย่างไรก็ตามทั้งสองอย่างน่าจะได้รับการรักษาให้หายเป็นปกิได้ค่ะ ไม่ทราบว่าได้เริ่มทำกายภาพบำบัดบ้างหรือยังคะ ขอแนะนำให้ทำกายภาพบำบัดร่วมกับการรับประทานยาและวิตามินค่ะ ที่สำคัญคงต้องหลีกเลี่ยงท่าทางที่จะไปรบกวนเส้นประสาทด้วย เพื่อไม่ไปทำให้เส้นประสาทบาดเจ็บมากขึ้น เช่น ท่าเงยศีรษะ เป็นต้น อาการชาแขนของคุณน่าจะมาจากการรบกวนรากประสาทคอเส้นที่ 6 หรือ 7 ควรปรับปรุงท่าทางในการทำงานให้ถูกต้อง (ดูรายละเอียดในเรื่องการนั่งที่ได้บอกไปแล้วนะคะ) และท่าทางการนอนด้วย ซึ่งก็ได้ให้รายละเอียดเรื่องนอนไปแล้ว อยากแนะนำให้ไปทำกายภาพบำบัดเร็วๆ ค่ะ ปล่อยทิ้งไว้นานจะรักษายากนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ปนดา
เรียน คุณ Chamadol
ยินดีค่ะ อายุ 47 ปี ก็มีโอกาสที่จะเป็นได้ทั้งหมอนรองกระดูกปลิ้น และกระดูกคอเสื่อม แต่เชื่อว่าอาการยังไม่รุนแรงมาก ถ้าเป็นรุนแรงจะมีอาการอ่อนแรงของแขนด้วย
สำหรับอาการปวดหลังที่เล่าว่าตอนเย็นๆจะต้องนอนคว่ำแล้วอาการดีขึ้น ก็อยากแนะนำว่า นอกจากนอนคว่ำแล้วควรใช้วิธีการแอ่นหลังขึ้นโดยใช้แขนยันพื้น แต่ไม่ให้สะโพกยกขึ้นจากพื้นค่ะ ทำได้แค่ไหนแค่นั้น (ดูภาพข้างบน)ท่าบริหารท่านี้จะช่วยปรับสมดุลย์ของหมอนรองกระดูกค่ะ สำหรับการนอนคว่ำในระยะนี้ควรให้ศีรษะตรงอย่าหันคอนะคะ ควรใช้ผ้าขนหนูบางๆ รองไว้ที่หน้าผากจะได้ไม่เจ็บหน้าและจะได้หายใจสะดวกขึ้นค่ะ อาการปวดหลังแบบนี้ถ้ารู้วิธีบริหารน่าจะหายได้ง่ายค่ะ และระหว่างวันควรลุกขึ้นจากเก้าอี้บ่อย ๆ อย่านั่งนานเกินไปนะคะ
ขอให้หายเร็วๆ นะคะ
ปนดา
สวัสดีค่ะ อาจารย์ ตอนนี้คุณหมอวินิจฉํยว่าพ่อเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทค่ะ ทำให้รู้สึกเป็นห่วงท่านมาก ท่านยังไม่เคยทำ MRI เพียงแต่มีการตรวจเอ็กซเรย์ธรรมดาค่ะ แต่ด้วยอาการต่างๆ หมอจึงวินิจฉํยว่าเป็นโรคดังกล่าว อาการของท่านคือ มีอาการปวดที่กล้ามเนื้อตรงกลางบริเวณก้นทั้งสองข้างและปวดกระดูกใต้เอวลงมา ปวดร้าวลงมาจนถึงบริเวณขาด้านหลัง จนถึงปลายเท้า เป็นมาตั้งแต่เดือนเมษายน จนปัจจุบันยังไม่หายค่ะ ตั้งแต่เดือนก่อนเริ่มมีอาการกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ชาที่ฝ่าเท้าร่วมด้วย ทำให้เดินไม่เป็นปกติเพราะไม่มีแรง ต้องใช้ไม้เท้าช่วย ไปหาหมอ หมอฉีดยาและให้ยามากินแล้วนัดใหม่อยู่อย่างนี้ตลอดเลยค่ะ อาการทรงตัว ตอนนี้อยากจะขอคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง และบริหารร่างกายที่บ้าน เผื่อจะช่วยให้อาการดีขึ้นค่ะ รบกวนขอคำแนะนำด้วยนะคะ อ้อ ตอนนี้มีนวดแผนไทยไปด้วยค่ะไมทราบว่าจะทำให้เกิดการบอบช้ำเกินไปไหมคะ
ขอบคุณมากนะคะ
เคยผ่าตัดกระดูกทับเส้นที่หลังมาแล้วเพิ่งครบสามปี มีบางครั้งก็ยังปวดเอวอยู่ จะเป็นอะไรไหม การป้องกัน หรือการบริหาร เพื่อป้องจะต้องทำอย่างไร
และปัจจุบันปวดไหล่ ขึ้นคอ และปวดหัวมาก เหมือนเป็นไมเกรน ไปหาหมอ x-ray แล้วหมอบอกว่ามีกระดูกหงอกทับเส้นแล้ว จะทำอย่างไรดีคะ ที่จะไม่ต้องผ่าตัดอีก ตอนนี้อายุ 43 ปี ไม่อยากผ่าตัดแล้ว
เรียนคุณนงนุช
สำหรับปัญหาของคุณ อยากแนะนำให้คุณไปปรึกษานักกายภาพบำบัดโดยตรง เพื่อที่จะได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม และอาจต้องทำการตรวจร่างกายด้วยวิธีทางกายภาพบำบัด เพื่อจะได้หาปัญหาที่แท้จริง จะได้รับการรักษาทางกายภาพบำบัดที่ตรงกับปัญหา คุณอายุแค่ 43 ปี อายุยังไม่มากน่าจะตอบสนองต่อการรักษาได้ดี ปวดหัว ปวดคอ ปวดศรีษะมีความสัมพันธ์กันได้ค่ะ และกายภาพบำบัดน่าจะช่วยคุณได้ดี ลองไปปรึกษาและรับการรักษาทางกายภาพบำบัดก่อนนะคะ ถ้าหายจะได้ไม่ต้องผ่าตัด เป็นกำลังใจให้นะคะ
ปนดา
เรียนอาจารย์ปนดา
ผมมีอาชีพเป็นผอ.โรงเรียน ปวดหลังและชาที่ขาซ้ายเวลาขับรถไกลๆหรือนั่งนานๆมาปีเศษ เข้ารักษาคลินิกหมอเฉพาะทาง(โรคกระดูก) ท่านให้ยากิน 3-4 เดือน ไม่หายได้แต่ทุเลา ผมจึงมาตรวจรักษาที่รพ.ศิริราช คุณหมอสั่งเอ็กซ์เรย์ทันที ท่านบอกว่าหมอนรองกระดูกปลิ้นให้ยามารับประทานดูอาการ 6 เดือน ขั้นสุดท้ายคือผ่าตัด ทานยาก็รู้สึกดีขึ้น มาพบท่านเดือนที่ 2 ท่านแนะนำให้ไปทำกายภาพบำบัด โดย 1)อบแผ่นร้อน 2)ดึงหลัง และ3)อินเตอร์ อ.นักกายภาพแนะนำให้ทำกายภาพที่บ้านโดยใช้มือจับเอวแล้วแอ่นไปข้างหน้าเป็นเซ็ท ผมไปทำก็รู้สึกดี แต่ก็ชาขาบ้าง ประมาณ 1 อาทิตย์ ผมมาทำกายภาพอีก เปลี่ยนอ.นักกายภาพ(เหตุที่เปลี่ยนเพราะผมไม่ทราบวิธีการจับคิว และลงชื่ออ.เพราะไม่ชินกับวิธีการของจนท.รพ.) ก็ทำ 3 ขั้นตอนเหมือนเดิม แต่อ.นักกายภาพให้นอนและมือจับเข่าและยกก้นโดยใช้เอว และอีกท่าให้นักกับเก้าอี้ก้มใช้มือลูบขาและแตะพื้น
ความผิดสังเกต คือ ผมกลับชาตรงหน้าขาซ้ายมากขึ้น เพิ่มจากชาที่สะโพกซ้าย
ปัญหา คือผมต้องทำอย่างไร กับท่ากายภาพที่ถูกต้องสำหรับโรคผม แอ่นหน้าหรือก้มกันแน่ และผมอยากได้รูปภาพและวิธีทำกายภาพเองที่บ้านจะได้หาที่ไหน
ขอกราบขอบพระคุณครับ
สามารถ วิเศษสิงห์
เรียนท่านผอ.ที่เคารพ
ก่อนที่จะตอบคำถามต้องขออธิบายก่อนว่า โรคหมอนรองกระดูกปลิ้นเกิดจากส่วนของเหลวที่อยู่ตรงกลางของหมอนรองกระดูก ยื่นออกมาทางด้านหลังแล้วไปรบกวนรากประสาทที่ไปเลี้ยงขา ทำให้ท่านปวด หรือชาลงขา สาเหตุเกิดจากการนั่งในท่าค่อมหลังนาน ๆ ยิ่งถ้าต้องนั่งขับรถมีแรงสั่นสะเทือนร่วมด้วยหมอนรองกระดูกทางด้านหลังอาจปริฉีกขาด ทำให้ของเหลวมันปลิ้นออกมาได้ ดังนั้นเพื่อลดอาการปลิ้น คือท่านต้องใช้การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มแรงกดทางด้านหลังของหมอนรองกระดูก จะได้ดันของเหลวกลับไปทางด้านหน้า ดังนั้นวิธีการแอ่นหลัง น่าจะเป็นการช่วยให้หมอนรองกระดูกกลับเข้าที่ได้ดีกว่าการก้มตัวไปทางด้านหน้า ขอเสนอแนะให้ท่านหยุดทำท่าก้มไปข้างหน้าก่อนนะคะ จนกว่าร่างกายจะหายดีขึ้นกว่านี้ การแอ่นหลังทำได้หลายวิธี จะยืน หรือนอนคว่ำก็ได้ (ดูในภาพที่ 2-3 ใน post 1 นะคะ)จริงๆ หลังจากเสร็จภาระกิจอยากให้ท่านนอนความเล่นๆ ประมาณ 10-15 นาทีจากนั้นจึงทำท่านแอ่นหลังโดยการใช้มือ 2 ข้างยันพื้น ขึ้นมาจนถึงจุดที่สะโพกเริ่มลอยขึ้นจากพื้น ทำบ่อยๆ ประมาณ 10 ครั้ง 3-4 sets ระหว่างทำท่าบริหาร ถ้ามีอาการปวดไม่เป็นไร แต่หลังจากทำครบ 10 ครั้ง ให้พักดูอาการ ถ้าอาการเท่าเดิม หรือดีขึ้น คืออาการปวดไม่วิ่งไปไกลจากเดิม ก็ค่อยทำต่อ ถ้าอาการปวดหดเข้าใกล้กระดูกสันหลังก็ยิ่งดี แต่ถ้าทำเสร็จแล้วอาการปวดกลับวิ่งไปไกลจากหลังยิ่งมากขึ้น เช่น จากที่เคยปวดถึงเข่ากลับวิ่งไปปวดที่ข้อเท้า หรือมีอาการชาเพิ่มขึ้น ให้หยุดทำทันที เพราะแสดงว่าไม่ได้ผล และอาจเกิดผลไม่ดี
ควรหลีกเลี่ยงการนั่งนานๆ เปลี่ยนอิริยาบทบ่อยๆ ถ้าต้องนั่งนานให้มีหมอนรองตรงบริเวณบั่นเอวด้วยจะช่วยได้ ค่ะ
ปนดา
อาจารย์คะ
คนไข้ถ้าเป็น Spon ในการรักษาคนไข้แล้วจะใช้วิธีดึงหลังรึเปล่าคะ
เท่าที่จำได้ตอนเรียนและอ่านหนังสือ เป็นข้อควรระวังในการดึงหลังเท่านั้น ไม่ได้เขียนไว้ว่าเป็นข้อห้าม ซึ่งกำลังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ระหว่างนักกายภาพบำบัดกับหมอ PM&R ส่วนใหญ่แล้วที่โรงพยาบาลที่หนูอยู่นักกายภาพจะไม่ดึงหลังถ้าผู้ป่วยเป็น spon แต่หมอสั่งให้ดึง
หนูจึงอยากเรียนปรึกษาอาจารย์คะ
สวัสดีค่ะคืออยากถามว่าตอนนี้แม่เป็นกระดูกทับเส้นประสาทอยู่ค่ะ จะเจ็บและชาบริเวณส่วนล่างของคอและชาที่ขา
ไม่ทราบว่าจะมีโอกาสเป็นอัมพาทหรือเปล่าคะ แล้วจะรักษาด้วยวิธีไหนบ้างคะคุณหมอ
เรียนคุณแหวน
ปกติแล้วถ้าแม่เป็นกระดูกทับเส้นประสาทคอ น่าจะชาลงไปที่แขน แต่ถ้ามีอาการชาที่ขาด้วยนี่อาจเป็นไปได้ 2 อย่าง คือ ที่ขาอาจมีปัญหาการกดเส้นประสาทส่วนอื่นที่ไม่เกี่ยวกับกระดูกคอ หรืออาการกดที่เส้นประสาทคอมีความรุนแรงมากขึ้นคือนอกจากจะกดที่เส้นประสาทแล้ว อาจมีการกดที่ไขสันหลังบางส่วนด้วย ซึ่งถ้าเป็นแบบที่สองก็น่าเป็นห่วงเรื่องอัมพาท จึงควรพาแม่ไปพบแพทย์ทางออโธปิดิก หรือแพทย์ทางระบบกระดูกเพื่อให้เขาช่วยตรวจวินิจฉัยให้แน่ชัด เพื่อให้รักษาที่เหมาะสมต่อไป ก่อนที่จะมีปัญหามากกว่านี้ค่ะ
ปนดา
สวัสดีค่ะคุณหมอคือว่าหนูอยากจะถามอีกนิดนึงค่ะ แม่หนูปวดขาลามไปถึงที่เท้ามานานมากแล้ว และอีกไม่นานก็มีอากรชาที่คอส่วนล่างหรือบริเวณไหล่แล้วอีกไม่นานถึงจะชาที่ขาค่ะ แต่วันนี้ไปหาหมอที่โรงพยาบาลหมอบอกว่าเป็นกระดูกทับเส้นประสาทแต่ไม่รู้ว่าเป็นกระดูกส่วนไหนเพราะไม่ได้X-RAYดู เลยเอายามาให้กินถ้ากินหมดค่อยมาดูอาการใหม่ คุณหมอคิดว่าแม่หนูควรX-RAYดูมั้ยคะ
แล้วค่อยรักษา แล้วหมอด้านกระดูกโรงพยาบาลมีทุกที่หรือเปล่าคะ
เรียน คุณหมอ
หนูอายุ 24 ปีค่ะ ทำงานแล้วคือนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ก็มีลุกนั่งบ้างเป็นระยะๆ เคยมีอาการปวดหลังมาก่อนแต่ก็เป็นๆหายๆมาตลอด แล้วมีวันหนึ่งหนูก้มลงหยิบของแล้วมีอาการปวดหลังตรงเอวอย่างเฉียบพลันขยับตัวไม่ได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แล้วก็ขับตัวขึ้นมาได้ แล้วก็มาทำงานเลยรู้สึกปวดตรงเอวเจ็บแบบเสียวๆค่ะ เดินเอวเบี้ยวๆอยู่ตอนนี้ และหนูก็กินยาตัวเก่าที่เคยไปหาหมอมาครั้งที่แล้วรู้สึกว่าจะเป็นยาคลายกล้ามเนื้อค่ะ หนูรบกวนคุณหมอช่วยตอบอาการของหนูด้วยนะคะ
ขอบคุณอย่างสูง
เรียนคุณแหวน
แพทย์ทางระบบกระดูกคงมีเกือบทุกรพ.ทั่วไป รพ.ศูนย์ แต่ในรพ.เล็กๆ อาจไม่มีแพทย์เฉพาะทางด้านนี้ จริงๆ อยากให้ไปพบแพทย์เฉพาะทางดีกว่าเพราะคุณแม่ของคุณน่าจะต้องได้รับการดูแลที่เหมะสม ถ้าแพทย์ตรวจแล้วไม่มีปัญหากดทับรากประสาทอะไร ก็อาจส่งปรึกษานักกายภาพบำบัด ก็จะดีมาก คุณแม่คุณควรได้รับคำแนะนำจากนักกายภาพบำบัดในการดูแลตนเอง เช่นการออกกำลังกาย การปรับปรุงท่าทางการทำกิจวัตรประจำวันให้ถูกสุขลักษณะขึ้น ข้อต่อจะได้ชลอความเสื่อมลงค่ะ
ปนดา