ตอนที่ 3 (click) 

         ไม่ว่าระบบวิจัยของประเทศไหน ๆ ต้องเป็น KT - Led Research Systems ทั้งสิ้น

         ยิ่งระบบของประเทศไทย  สัดส่วน KT : KC ยิ่งต้องหนักที่ KT ยิ่งกว่าของสหรัฐอเมริกา,  เยอรมัน,  ญี่ปุ่น,  เกาหลี

         และเราต้องสร้างระบบ  สร้างวิธีการจัดการระบบวิจัยที่เน้นความเป็นระบบที่ KT เป็นตัวขับเคลื่อนระบบ   และเป็นตัวส่งสัญญาณไปสู่การสร้างโจทย์วิจัยของส่วน KC

         KT = Knowledge Translation  หมายถึงการวิจัยส่วน downstream หรือส่วนประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อประโยชน์เชิงสังคม   เชิงธุรกิจ  และประโยชน์ด้านอื่น ๆ   เรียกสั้น ๆ ว่าการวิจัยเพื่อประยุกต์ใช้ความรู้หรือเอาความรู้ไปใช้ประโยชน์

         KC = Knowledge Creation หมายถึงการวิจยเพื่อสร้างความรู้   ถ้าเป็นการสร้างความรู้ใหม่  อาจเรียกการวิจัยพื้นฐาน (basic research)    งานวิจัยแบบนี้เน้นให้อิสระแก่นักวิจัยในการคิดโจทย์   เพื่อใช้ creativity ของนักวิจัย   แต่เราควรมีวิธีส่งสัญญาณมาให้คิดโดยมีเป้าหมายไปหนุน KT ของประเทศ

         ที่จริงการจัดการระบบวิจัยแบบแยก KT กับ KC ออกจากกันน่าจะผิดเพราะจริง ๆ มันอยู่ด้วยกัน   ระบบวิจัยที่ดีของประเทศต้องจัดการ KT กับ KC เป็นเนื้อเดียวกัน   แต่เมื่อเอา "แว่น" ส่องดู   ก็จะรู้ว่าเน้น KT มากน้อยแค่ไหน   ผมมองว่าระบบวิจัยของประเทศใดก็ตามเน้น KT น้อยกว่า 80% น่าจะถือได้ว่าผิด

         ยิ่งไม่มีการจัดการ KT อย่างเป็นระบบ  ยิ่งผิด

         ยิ่งระบบ KT ไม่บูรณาการอยู่กับการพัฒนาประเทศ   ยิ่งผิด

         พูดใหม่  ระบบการพัฒนาประเทศส่วนใดไม่มี KT เป็นเนื้อใน  ระบบนั้นบกพร่องอย่างร้ายแรง

         วช. ซึ่งมีหน้าที่พัฒนาระบบวิจัยของประเทศ   ต้องตีโจทย์ KT ให้แตก   และพัฒนาขีดความสามารถของ วช. ในการประเมินว่า เวลานี้ระบบ KT ของประเทศเป็นอย่างไร   ในความเป็นจริงควรเป็นอย่างไร   และ วช. จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระบบ KT อย่างไร

วิจารณ์  พานิช
 9 ต.ค.50