ตอนที่ 1 (click) ตอนที่ 2 (click)
ผมเสนอความเห็นต่อที่ประชุมว่า ระบบวิจัยของประเทศไทยตกยุค (obsolete หรือ outdated) เป็นระบบที่ใช้กระบวนทัศน์ของโลกเมื่อ 50 - 100 ปีที่แล้ว ถ้าเราไม่จัดระบบภายใต้ mindset ใหม่ เราก็จะวนเวียนอยู่กับระบบเดิม ๆ เปลี่ยนแปลงไม่ได้
mindset ที่ผิดคือ
- หลงเน้นสร้างความรู้ หลง KC (Knowledge Creation) ไม่เน้นใช้ความรู้ - KT (Knowledge Translation)
- หลงวนเวียนอยู่กับความรู้ของประเทศไทย ไม่มียุทธศาสตร์ใช้ความรู้ของโลก
- จัดการระบบวิจัยแยกส่วนออกจากระบบอื่น ๆ ของประเทศ มองระบบวิจัยเป็น end มากกว่าเป็น means
ย้ำว่า นี่คือ mega - mistake ระดับชาติ ที่ผู้เกี่ยวข้องกับระบบวิจัย (ผมเป็นคนหนึ่งในนั้น แม้จะไม่มีตำแหน่งเป็นราชการแล้วก็ตาม) จะต้องรู้สึกผิด ที่ปล่อยให้ระบบวิจัยของประเทศตกอยู่ในภพภูมิแห่งความหลงผิดเช่นนี้
ผมใช้ถ้อยคำรุนแรง เพื่อบอกว่าปัญหามันอยู่ลึกและกัดกร่อนอยู่ในสังคมของเรา เป็นตัวบั่นทอนโอกาสก้าวหน้าของสังคมทั้งสังคม
อ้าว!! ผมทำผิดกติกาการเขียนบล็อกอีกแล้ว
การเขียนบล็อกต้องเน้นบรรยากาศเชิงบวก ไม่มุ่งโจมตีผู้ใด
และที่สำคัญวิธีเขียนความคิดของผมตามข้างต้น เป็นการเขียนแบบที่เรียกว่า Shock Strategy
ในความเป็นจริง เราต้องส่งเสริมทั้ง KC และ KT แต่ควรมีสัดส่วนประมาณ 10:90 หรือ 20:80
และต้องใช้ความรู้ทั้งความรู้ในประเทศและความรู้ในโลก ซึ่งผมมองว่าในความเป็นจริงสัดส่วนน่าจะ 1:1,000 หรือ 1:10,000
วิจารณ์ พานิช
9 ต.ค.50
ผมเขียน บันทึก ชื่นชม ยกย่อง เล่าเรื่องความสำเร็จไปสักพัก รู้สึกว่า หัดมองต่างมุม สวนกระแสบ้าง ได้ปัญญา ความคิดดี และ เบิกบานอารมณ์บ้างที่เราสังเกตุ ปรากฎการณ์อะไรได้ใหม่ๆ
แล้วเริ่มรู้สึกว่า ตัวเอง ทำผิดมารยาท การเขียนบันทึกตอนหลังก็เริ่มเขียนบันทึก แบบ ปิด ไว้อ่านคนเดียว ในกรณี แย้ง หรือ ติติงเพื่อพัฒนา
แต่ก็มีความสุข เมื่อสิ่งที่เราคิด ในบ้าน ขัดกับ คนอื่น แต่ ไปตรงกับ กระแส กุศลกรรม น้อยๆ ในสังคม
สงสัยศิษย์ ก็ติดเชื้อ (ดี ? ) จากครู
อาจารย์คะ
อยากอ่านเรื่องสวนกระแสบล็อกบ้างคะ มุมบวกมากไปทำให้มองข้ามปัญหาที่ทุกคนควรมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา นะคะ