ผมติดลมเล่าเรื่องการประชุมเสียแล้ว ปล่อยไปเรื่อยๆ ก็แล้วกันนะครับ
จะทำอะไรต้องทำให้สนุก มัน ในระดับเกิดความหฤหรรษ์ (pleasure) นี่คือหลักการดำเนินชีวิตของผม เมื่อเป็นประธานการประชุมผมก็เรียกร้องสภาพนี้จากตัวเอง และเผื่อแผ่แก่ผู้เข้าร่วมประชุมด้วย แต่มีข้อจำกัดตรงที่ผมพูดตลกไม่เป็น ไม่ร่ำรวยอารมณ์ขัน ฝึกเท่าไรก็ไม่ได้ผล จึงต้องหาเครื่องมือช่วย ก็มาเจอ KM เอาตอนแก่นี่แหละครับ
ผมจะบอกที่ประชุมว่า เป้าหมายของการประชุมไม่ใช่แค่ได้ข้อยุติหรือข้อสรุป แต่อยู่ที่การได้วางแนวทางไปสู่การปฏิบัติ หรือลงมือทำ แล้วเกิดผลอย่างแท้จริงต่อบ้านเมืองของเรา ไม่ใช่แค่ผลงานแบบตื้นๆ ของบางหน่วยงาน ดังนั้นเราอยากได้ความเห็นที่หลากหลาย ไม่มีผิดไม่มีถูก ขอให้พูดออกมาจากใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะตรงกับความเห็นของคนอื่นหรือไม่ และถ้าจะพูดไม่ตรงกับนโยบายของหน่วยงานของตนก็ได้ เราเน้นการประชุมแบบ dialogue ไม่ใช่ discussion เราเน้นที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่พุ่งเป้าไปสู่การกระทำ โดยเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่คือผลประโยชน์ของบ้านเมืองของเรา
ใครไม่พูด ผมก็จะยุให้พูด ใครพูดประเด็นที่ใหม่ออกมา ผมก็จะโยนให้คนอื่นออกความเห็น ผมบอกว่า เราจะไม่ลงมติ แต่เมื่อ ลปรร. กันแล้วผมจะลองสรุปให้ทุกคนได้พิจารณา ว่าเป็นข้อสรุปร่วมกันในท่ามกลางความแตกต่างได้ไหม เท่ากับเราประชุมเพื่อหาข้อยุติร่วม ที่เรียกว่า consensus หรือบางทีเราเรียกว่าประชุมแบบญี่ปุ่น คือไม่มีการโต้แย้งเผชิญหน้า มีการพูดหรือให้ข้อมูลที่หลากหลายมาก แล้วจึงบรรลุข้อสรุปแบบเห็นพ้องกัน และที่สำคัญยิ่งสำหรับผม เป็นข้อสรุปเพื่อเอาไปดำเนินการต่อ ไม่ใช่แค่สรุปลงรายงานการประชุม
KM เน้นคิดเพื่อทำ หรือเพื่อเอาไปดำเนินการ ไม่ใช่คิดหรือประชุมเพียงเพื่อจดรายงาน
วิจารณ์ พานิช
๓ ต.ค. ๕๐
ขอขอบพระคุณอาจารย์วิจารณ์ พานิช เป็นอย่างสูงที่ช่วยชี้แนะผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่