เนื้อหาฝันของผม มีช่องทางที่เป็นไปได้ไม่ยากนัก ตอนนี้ก็ได้เริ่มต้น บรรดากลุ่มคนคุณภาพ - Blogger ก็ขานรับกันน่าชื่นใจครับ

เพราะด้วยความฝันแท้ๆผมจึงได้มานั่งเขียนบันทึกฉบับนี้

เมื่อคืนเข้านอนไม่ดึก คิดว่าก่อนเข้านอนอ่านหนังสือ อ่านบันทึกที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่ฝัน จึงฝันได้เป็นตุเป็นตะ (จะเรียกแบบนี้ก็ไม่ถูก เป็นเรื่อง เป็นราว ฝันมีสาระเหลือเกิน)

ในความฝันผมได้สนทนากับ พี่ธวัช หมัดเต๊ะ แห่ง สคส. ถกกันนานเรื่องของ เครือข่าย คุยกันทุกแง่ ทุกมุมหมดจด เสมือนผมถอดบทเรียนตัวเอง จากผู้รู้ ถอดประเด็นจากหนังสือที่เคยอ่าน บันทึกหลายๆเรื่องที่อ่าน ก็เป็นเรื่องแปลกดี

 

ผมเขียนบ่อยในช่วงนี้ถึง เฮฮาศาสตร์  และเมื่อมีโอกาสได้พูดคุยกับพ่อครูบาสุทธินันท์อย่างใกล้ชิดแล้ว ทำให้ผมเข้าใจลึกซึ้งกับกระบวนการของเฮฮาศาสตร์ ว่าเป็นกระบวนการขับเคลื่อนการทำงานทางปัญญาที่ใช้หลักจิตวิทยาในการดึง ใจของคนเข้ามาร้อยรัด ก่อนที่จะปฏิบัติกิจกรรมต่างๆเพื่อผลักดันพัฒนาสังคม เหมือนที่เพื่อนผมคนหนึ่งได้บอกผมว่า ใช้มาตรฐานของใจ : NORM หรือ Network of real mind ใจแท้ที่เรามารวมกันคิดและสร้างสรรค์สิ่งดีงาม

จากการพูดกันหลายๆครั้งของเรา สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาชัดเจนเรื่อยๆ คือ แนวทางการเคลื่อนไหวและการต่อสู้เพื่ออนาคตของประเทศ (ผมฝันไปไกลถึงขนาดนั้นทีเดียวเชียว)  เราทราบดีว่า ปัญญา และ ทุนทางปัญญา เป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำหรับสังคมที่มีความซับซ้อน ซ่อนเงื่อนเหมือนในทุกวันนี้ หากทาง KM ก็มองว่า  ปัญญา ที่ได้จากความรู้ภายนอก(Explicit Knowledge )แต่เพียงอย่างเดียว ยังไม่พอ ต้องอาศัยความรู้ฝังลึก (Tacit knowledge)    เพราะเป็นปัญญาที่มาจากการปฏิบัติและตกผลึก ตรงนี้เป็นของดีที่ต้องดึงขึ้นมาใช้ประโยชน์

แต่!!!   ยังไม่พออีกครับ บางอย่างเราพอมีปัญญาอยู่บ้าง ก็ยังไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว รุนแรงเหมือนทุกวันนี้ เราต้องใช้ จินตนาการ เข้ามาช่วย ปัญญาบวกกับจินตนาการก็ค่อยๆขับเคลื่อนไป อนาคตสดใสแน่นอน

มุมคิดของผมเชื่อมั่นใน ปัญญา และ เชื่อมั่นยิ่งขึ้นไปต่อการใช้ทั้ง "พลังปัญญาและจินตนาการ" เป็นทุนสำคัญในการผลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

ในหนังสือ พลังปัญญาและจินตนาการsearching for wisdom and imaginination ของท่านอาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ ท่านได้บอกถึง ยุทธศาสตร์สามเหลี่ยมมหัศจรรย์ เป็นแนวทางอันที่จะผลักดันให้เกิดพลังปัญญาและจินตนาการไว้อย่างน่าสนใจเกี่ยวกับสามเหลี่ยมที่ว่านั้นแบ่งออกเป็น

เหลี่ยมที่ ๑  สถาบันทางวิชาการ

เป็นแหล่งผลิตปัญญา และสอนให้มนุษย์ได้คิด แบบ Abstract ถ้าไม่มีการคิดแบบนี้จะไม่สามารถถอดบทเรียน ไม่สามารถเห็นรูปแบบ (Pattern) การเปลี่ยนแปลง แต่เห็นป่าเป็นเพียงต้นไม้เป็นต้นๆ และเห็นสัตว์ตัวเป็นๆ ไม่ได้เชื่อมโยงความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามปัจจุบันสถาบันทางวิชาการไล่ไม่ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปสอนโดยใช้ตำราวิธีการเก่าๆ และไม่แสวงหาองค์ความรู้ใหม่ ดังนั้นจะทำอย่างไรให้สถาบันวิชาการมีการเปลี่ยนแปลงสอดรับกับการเคลื่อนไหวของสังคม

เหลี่ยมที่ สอง  Civic Action

ในภาคปฏิบัติจะเป็นการลงมือทำแบบ Learning by doing, learning by testing และ learning by reflectioning อยู่ตลอดเวลา เรารู้ดีว่า ต่อให้มีความรู้หรือนั่งประชุมกันให้ตาย จะไม่ความหมายหากเราไม่ลงมือปฏิบัติ นี่เป็นพันธกิจอย่างหนึ่งของ เฮฮาศาสตร์ เมื่อรวบรวมพลังของเครือข่ายได้พร้อมพรัก ต่อไปก็คือการลงมือปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรม จากสิ่งเล็กๆไปสู่สิ่งใหญ่ ด้วยใจ ด้วยพลังของประชาสังคม

และเหลี่ยมที่สาม เป็น การสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม (Communication for social change) 

ผมฝันเห็นความงดงามของการนำเสนอออกไปเพื่อให้เห็นกลไกการทำงานที่เป็นธรรมชาติของเฮฮาศาสตร์ ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมมองว่าเรามีปัญหาในเรื่องนี้ (ไม่ได้กล่าวเฉพาะเฮฮาศาสตร์นะครับ)  เรามีปัญหาอย่างมากในการสื่อสารกับสาธารณะ ซึ่งข้อถกเถียงเหล่านี้ต้องใช้ปัญญา อาศัยบทเรียน และอาศัยเวลาในการสื่อสารสาธารณะ และนี่ก็เป็น การสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลง การสื่อสารไม่ได้จำกัดเฉพาะทำผ่านสื่อมวลชน แต่เรายังมีสื่อชนิด มนุษย์ต่อมนุษย์ (Human communication) หรือ Face to Face : F2F อย่างที่ชุมชน Gotoknow เราทราบกันดี รวมถึงสื่อพื้นบ้านต่างๆ แต่การสื่อสารที่เป็นอยู่ยังไม่เข้าไปอยู่ในใจคนรับสื่อ  จะทำอย่างไร?? ตรงนี้เป็นโจทย์ที่ท้าทายข้อหนึ่งในยุคการสื่อสารที่ไร้พรมแดนเช่นนี้

เฮฮาศาสตร์จะไปทางไหน???  ผมมองว่าเส้นทางขับเคลื่อนนั้น เริ่มเห็นชัดเจนมากขึ้นเมื่อพ่อครูเดินทางเชื่อมใจลูกหลานทุกภาค ไม่เว้นแม้ที่เมืองปายบ้านผม เหนือสุดในประเทศเลยทีเดียว

การสร้าง ศรัทธา ในช่วงเริ่มแรก เป็นจุดเริ่มที่สำคัญ หากได้ ใจได้ ศรัทธา ทุกอย่างที่คิดต่อก็ง่ายไปหมด และนี่เป็น KM inside ที่เนียนอยู่ในกระบวนการคิด การก้าวเคลื่อน เริ่มจาก คน (Individual) ต่อไปก็เป็นรูปแบบ Node และไปสู่ เครือข่าย (Network) ที่ทรงพลัง ที่ท่าน อ.ประเวศ วะสี ท่านบอกว่ารูปแบบ INN.

เอ...ผมฝันไปหรือเปล่านี่???  ลุกจากที่นอนนั่งทบทวน ผมยังจำเนื้อหาได้แม่น...

กระผมฝันไปจริงๆครับ แต่เนื้อหาฝันของผม มีช่องทางที่เป็นไปได้ไม่ยากนัก ตอนนี้ก็ได้เริ่มต้น  บรรดากลุ่มคนคุณภาพ - Blogger ก็ขานรับกันน่าชื่นใจครับ

ในฝันครั้งนี้มีเพียงพี่ธวัช หมัดเต๊ะ กับผม ฝันที่เป็นวิชาการแบบนี้ ตื่นขึ้นมากลับสดชื่นแจ่มใส ไม่เครียดเลยสักนิด

ผมแอบคาดหวังไว้ในใจว่า อยากมีหลายๆท่านมาร่วมเส้นทางฝัน...มาสร้างจินตนาการร่วมกัน สร้างเครือข่ายทาง ปัญญา ร่วมกันครับ!!!