วิกฤตพยาบาลขาดแคลน..เป็นวิกฤตของชาติ

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสดูข่าวเกี่ยวกับเรื่องของพยาบาล

เราก็ตั้งใจดูเพราะนานๆ..จะมีข่าวคราวเกี่ยวกับวิชาชีพพยาบาลบ้าง

ในสัปดาห์นี้  คุณบุญเลิศ ช้างใหญ่ ในหนังสือพิมพ์มติชน ได้เขียนถึงพยาบาลขาดแคลน ซึ่งได้เขียนถึงพยาบาลอย่างน่าสนใจว่า ..วิกฤตพยาบาลขาดแคลน..เป็นวิกฤตของชาติ

ทุกวันนี้ ...นางฟ้าชุดสีขาวกำลังตกอยู่ในสภาวะขมขื่น  อย่างน่าเห็นใจ

แม้ภาพภายนอก..จะมองว่าเธอเป็นผู้มีจิตใจงดงาม แต่ใครจะไปรู้ว่า เธอต้องหวานอมขมกลืนจาก

เสี่ยงต่อการติดโรค

เสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง

ต้องอดหลับ อดนอน จากการขึ้นเวรหมุนเวียน 24 ชั่วโมง

บางคนมีปัญหาครอบครัว ไม่มีเวลา..ดูแลลูกและสามี

มาถึงวันนี้..ยังขาดแคลนพยาบาลประมาณมากกว่า 3 หมื่นคน

สาเหตุ

การรับพยาบาลเข้าทำงาน เป็นพนักงานฯ ไม่ใช่ข้าราชการ ดังนั้นพยาบาลหลายคนก็ไปทำงานเอกชนดีกว่า ค่าตอบแทนดีกว่า

ค่าตอบแทน ค่าขาดแคลน พยาบาลได้ คนละ 2,000 บาท/เดือน ขณะที่วิชาชีพอื่น..ได้เป็นหลักหมื่น/เดือน

ผลกระทบจากการขาดแคลนพยาบาล

พยาบาลต้องสังเกตุอาการผู้ป่วย 24 ชั่วโมง ถ้าคนไข้มีอาการผิดปกติต้องรายงานแพทย์ เพื่อรักษาให้ทันท่วงที

ถ้าคนไข้มีอาการหนัก ต้องช่วยชีวิตฉุกเฉิน พยาบาลต้องเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ พร้อม..ใส่ท่อช่วยหายใจ  ช่วยชีวิตคนไข้ให้ทันเวลา

ถ้าพยาบาลมีไม่พอ จะสังเกตอาการผู้ป่วยทุกคนได้ทันเวลาไหม

ใครจะช่วยได้ จะช่วยอย่างไร

คุณบุญเลิศ ช้างใหญ่  เสนอแนะว่า

องค์กรของพยาบาล เช่น สภาฯ สมาคมพยาบาลและพยาบาล  ควรรวมกลุ่มกัน เคลื่อนไหว

เพื่อให้สังคมและผู้มีอำนาจได้รับรู้ว่า...วิกฤตการขาดแคลนพยาบาล คือ  วิกฤติชาติที่จะปล่อยตามยถากรรมไม่ได้แล้ว

ที่จริงแล้ว เราพยาบาลก็รับรู้ว่า สภาฯ สมาคมฯพยาบาล  ก็ต่อสู้ให้พวกเรามามากแล้ว แต่ก็ต้องสู้ต่อไป...

ถึงเวลาที่ผู้มีอำนาจ..ควรมองมาดูเรา แต่จะให้เราเคลื่อนไหว

เราก็ไม่สามารถทำได้ค่ะ เพราะเราเป็นพยาบาล

พยาบาลส่วนมาก ก็ใช้วิธีหนีหาย

ถ้าไม่สามารถทำอะไรได้ เธอจึงหลีกหนีจากวิชาชีพพยาบาลอย่างน่าเสียดายค่ะ

พยาบาลขาดแคลน  ใครช่วยได้

ก็น่าจะเป็น

องค์กรวิชาชีพ 

ผู้บริหารของกระทรวงทั้งฝ่ายการมือง และฝ่ายประจำ 

ผู้บริหารของฝ่ายการพยาบาล ที่มีความเป็นผู้นำ คอยดูแลปกป้องน้องพยาบาลให้มีความรู้สึกปลอดภัย ในองค์กร

รวมทั้งตัวพยาบาลเองด้วยค่ะ

นอกจากนี้ผู้บริหารระดับสูงในโรงพยาบาลช่วยได้ค่ะ

ดูแลเอาใจใส่ 

มีพฤติกรรมเอื้ออาทรกับพยาบาล

มีสวัสดิการ

มีห้องออกกำลังกาย เพราะขึ้นเวรจนไม่มีเวลาออกกำลังกาย ร่างกายอ่อนแอ อ่อนเพลีย

มีค่าตอบแทนที่เป็นธรรม 

มองพยาบาลเหมือน..เพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง..ที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี

สิ่งเหล่านี้..อาจพอช่วยให้พยาบาลสมองไหลออกจากวิชาชีพ...ช้าลง