วันที่ 7 ตุลาคม 2550
วันนี้เป็นวันอาทิตย์สุดสัปดาห์ที่ 22 นับถอยหลังต่อไปสิ ก็จะพบว่าเหลือเพียง 38 วันแล้วครับ ซึ่งจะเป็น 5 สัปดาห์ที่เหลือ ที่ต้องทำงานบางอย่างให้ลุล่วง นั่นก็คือ การเขียนรายงานวิจัยให้เสร็จ 2 เรื่อง นี่ยังไม่นับเรื่องที่ครูให้มาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องการทบทวนผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัด TVT นั้น ไม่สามารถเก็บข้อมูลได้ทันเลย เพราะว่ามีคนไข้กว่า 900 คน ซึ่งจนแล้วจนรอดก็เก็บข้อมูลไม่ทัน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เมื่อวาน (วันเสาร์) ผมกลับบ้านครับ แต่ต้องไป round เช้าก่อน ผมนัดกับลุปน่าเวลา 8 โมงเช้า ผมก็ไปตามปกติ ระหว่างทางเดิน ได้สังเกตว่ามีความแปลกตาที่ถนน Serangoon ที่ผมเดินข้ามไปทำงานตอนเช้าทุกวัน ถนนนี้เป็นหนึ่งในถนนสายที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ ตัดผ่าน Little India ที่ต้นสาย มันมีหน้าตาเปลี่ยนไปคือ มีการประดับประดาสวยงามมาก รู้สึกว่ามันกำลังจะมีงานฉลองอะไรสักอย่างของชาวอินเดีย ผมจำชื่อและเรื่องราวของงานฉลองนี้ไม่ได้ แต่กะว่าจะเดินไปถ่ายรูปสักหน่อย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ผมดูคนไข้จนเกือบเสร็จ ลุปน่ายังไม่มา เธอโทรศัพท์มาบอกว่า เธออยู่เวร และตอนนี้มีปัญหาในห้องคลอด ผมบอกว่าไม่เป็นไร จากนั้นก็เลยลงไปกินโรตีและมานั่งรอในสำนักงาน แต่นั่งรอจน 9.30 น.แล้วก็ยังไม่มีวี่แววการติดต่อมาจากเธอ จึงส่ง SMS ไปหา เธอจึงรีบมา round กับผม ระหว่างที่ round ไปก็ไม่ได้ราบรื่นนัก เพราะว่ามีคนไข้นรีเวชรายหนึ่งมีปัญหาเลือดออกจากแผลที่ติดเชื้อ ลุปน่าต้องเสียเวลาไปดูอยู่อีกนาน กว่าจะ round เสร็จก็นู่น ปาเข้าไป 11 โมง ต้องรีบแจ้นกลับที่พักเพื่อไปเอากระเป๋า เตรียมตัวไปสนามบิน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> โชคดีที่การเดินทางในสิงคโปร์นั้นเราสามารถกำหนดเวลาได้ เพราะว่าสะดวกเหลือเกิน ผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ Bugis ใช้เวลาประมาณ 10 นาที รอรถ 3 นาที นั่งรถ 25 นาที ไปยังสถานี Tanah Merah แล้วอีก 7 นาทีไปถึงสนามบิน Check in ได้ทันเวลา ไม่มีปัญหา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ไปถึงสนามบินที่บ้านตรงเวลา แต่ก็ต้องรออีกเป็นครึ่งชั่วโมงในการตรวจคนเข้าเมือง ทำไมหนา การทำงานที่สนามบินหรือด่านบ้านเรามันช่างเชื่องช้าจริงๆ นี่ขนาดใช้คอมพิวเตอร์แล้วก็ยังไม่ได้เร็วขึ้น ช่องทางคนไทยก็มีแต่คนต่างชาติมายืนรอคิวด้วย เจ้าหน้าที่เราก็ไม่เคยสนใจเรื่องแบบนี้เลย ประเทศเอ๋ย ประเทศไทย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ลูกสาวและเมียมารอรับอยู่ข้างนอก ให้ตายเถอะ ผมน่ะอยากจะกอดลูกใจจะขาดตั้งแต่อยู่ในสนามบิน แต่ก็ไม่ให้พวกเธอเข้ามาเพราะว่าผมกลัวระเบิด รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่น่าจะมี แต่ผมก็ยังไม่อยากให้เธอเข้ามาอยู่ดี เมื่อขึ้นรถแล้วก็ยังกอดลูกไม่ได้ เพราะว่าต้องเป็นคนขับรถเสียเอง หันไปมองดูลูก พี่แป้งฟันหลอซี่บนยังไม่โผล่ คุณจ้าหน้าตามอมแมมขี้มูกกรังเพราะติดหวัดมาจากพี่สาว..ฮา..ลูกผม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> กลับบ้าน เอาผ้าออกมาซักแล้วรีบออกไปข้างนอกอีก เราไปซื้อตั๋วรถไฟกันครับ ก็วันที่ 17 เดือนหน้าเราจะไปหัวหินกัน เราวางแผนจะนั่งรถไฟชั้น 1 ไป (งานนี้พี่แป้งขอร้องว่าเอาชั้น 1) จิ๋มจองรีสอร์ท “บ้านทะเลดาว” เอาไว้ เธอหมายปองจะนอนที่นี่มาตั้งแต่เมื่อก่อนสงกรานต์ที่ผ่านมา แต่ตอนนั้นมันเต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็นที่ไหน งานนี้จึงสมหวังเธอมาก กลับเข้าบ้านอีกที พี่แป้งก็วิ่งไปเอาของมาให้ถุงหนึ่ง เธอบอกว่าช่วงเช้ามีคนชื่อ “ป้าโอ๋” มาฝากของเอาไว้ให้พ่อ มันเป็น CD เพลงที่พี่โอ๋และอาจารย์จัน พันธมิตรแห่ง G2K ทำมาให้ผม เนื่องจากผมบ่นเรื่องอยากฟังเพลงต่างๆ ขอบพระคุณทุกท่านอย่างสูงนะครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เย็นวันเสาร์นี้เรากินข้าวกันที่ร้านอาหารใหม่ จะว่าไปก็ไม่ใหม่นักหรอก เพราะเป็นร้าน “สมิหลา ซี สปอร์ต” ที่เป็นสาขามาจากสงขลา ร้านที่เราชอบไปกินกัน ตอนนี้เขามาเปิดที่หาดใหญ่ ตรงถนน 30 เมตรตรงข้ามธนาคารกรุงไทย ซึ่งตรงนี้เมื่อก่อนเป็นร้านอุดมโภชนา เขาตกแต่งร้านได้ดีครับ ไม้ เครื่องตกแต่ง โต๊ะและเก้าอี้ คล้ายคลึงกันกับที่สงขลาเลย แต่อาหารก็งั้นๆครับ แต่ที่ผมชอบมากก็คือ ลูกสาวทั้ง 2 ของผมกินกันอย่างเมามัน จ้ากินกุ้งไปหลายตัว แป้งก็กินเก่ง จะมีก็แต่พ่อและแม่นี่แหละที่รู้สึกว่ารสชาติธรรมดา กินไม่ค่อยลงอีกอย่างก็เพราะว่ามัวแต่ดูลูกเล่นและกิน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เช้าวันนี้ วันอาทิตย์ คุณจ้าตื่นขึ้นมาเป็นคนแรก เธอปลุกแม่ก่อน แล้วค่อยๆกระดื๊บขึ้นมาเล่นกับพ่อ พี่แป้งมานอนหนุนแขนกอดพ่อ นอนกลิ้งกันไปมาก็ได้เวลาลุกขึ้น เราอาบน้ำแล้วออกไปกินแต่เตี้ยมร้านอารีย์กันเหมือนเดิม นั่นดูเหมือนกับจะเป็นกิจวัตรของบ้านเราในวันอาทิตย์เกือบทุกสัปดาห์ อาหารก็สั่งแบบเดิมๆ ยังไม่เบื่อเพราะว่าลูกสาวทั้ง 2 ยังกินมันได้อยู่ ขนมจีบสำหรับจ้า ไส้กรอกสำหรับพี่แป้ง หัวปลาสำหรับแม่ ของเหลือสำหรับพ่อซึ่งกินพร้อมข้าวสวย งานนี้มีคนมาขอแบ่งข้าว เป็นใครไปไม่ได้ครับนอกจากคุณจ้า สะใจพ่อจริงๆ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> จากนั้นเราก็พาแม่เธอไปดูคนไข้ที่โรงพยาบาล แล้วเลยไปที่โรบินสัน เพราะว่าผมอยากจะซื้อไส้ปากกา ผมยังได้ CD เพลงประกอบละครเพลงเรื่อง “บัลลังเมฆ” มาด้วย พี่แป้งอยากได้โปงลางสะออน (เขาเป็นแฟนกัน) จากนั้นลงไปซื้อรองเท้าให้ตัวเองอีกคู่หนึ่ง จึงได้ฤกษ์กลับบ้าน จ้าหลับระหว่างทางจึงทำให้แผนการกินมื้อเที่ยงคลาดเคลื่อนไป ตอนแรกจะไปกินขนมจีนกระท่อมเดือนเพ็ญกัน แต่เราตัดสินใจเข้าบ้านก่อนเพื่อพาลูกไปนอน จากนั้นผมกับพี่แป้งก็ไปซื้อไก่ทอดของลุงเคนมากินกันที่บ้าน จนกระทั่งบ่ายโมงเป๊ะเธอจึงตื่น เราจึงไปสนามบินกัน ซึ่งก็เป็นผลดีต่อจ้าเอง เพราะเธอตื่น เธอจึงเข้าใจว่าพ่อจะไปไหน ไม่งอแงเหมือนทุกครั้งที่มาตื่นที่บ้าน แล้วพบว่าพ่อหายไป สิงคโปร์</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ปล. ผมบอกลูกว่า วันเสาร์นี้ พ่อจะกลับมาอีก เธอยิ้มตอบ
สวัสดีครับ คุณหมอแป๊ะ
เรียนพี่สะมะผู้มีอุปการคุณ
ภรรยาที่เคารพของผมจองโรงแรมได้ช่วงนั้นครับ ผมเพิ่งเห็น mail ตอบรับการจองจากโรงแรมเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมานี่เองครับ
อยู่วันที่ 18-19 ออกวันที่ 20 ครับ พี่สมนึกต้องอยู่งานแต่งงานของใครสักคนใช่ไหมครับ
ผมยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องการเดินทางเข้ากรุงเทพเลยว่าจะล่องไปยังไงดี
แล้วจะทำยังไงกันดีครับ ถ้าเราเจอกันที่หัวหินไม่ได้ ก็มาเจอกันในบางกอกก็ได้ ไหมครับ
f2f คืออะไรครับพี่ fun to fun??
พี่สะมะครับ
เจอกันที่สวนรถไฟก็ได้ครับ ผมจะพาลูกไปเที่ยวด้วย เธออยากไปพิพิธภัณฑ์เด็กเหลือเกิน
เคยผ่านแถวๆนั้นหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้เห็นทางเข้าสวนรถไฟเลยสักครั้ง (แถวๆจตุจักรใช่ไหมครับ)
f2f : face to face ฟังชื่อแล้ว ตื่นเต้นจังนะครับ นึกว่า m2m
นี่คงเป็นครั้งแรกที่ได้เจอหน้าคนที่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน อยากรู้จังนะครับ ว่าจะรู้สึกยังไง
ปล. พี่ดื่มเบียร์ไหมครับ ถ้าชอบ จะพาพี่ไปเอง (ครูอ้อยจะรู้ไหมเนี่ย)
สวัสดีค่ะ
sasinanda
ก็เล่นนัดกันกลางอากาศแจ้งๆอย่างนี้ ครูอ้อยอ่านพบอยู่แล้วค่ะ อิ อิๆๆ..
นัดดื่มเสียด้วย...
ไม่ธรรมดาเลยจริงๆครับบบบ
สวัสดียามดึกครับคุณศศินันท์
อยากให้รู้เหมือนกัน เพราะอยากจะเจอด้วย ตัวเป็นๆคงน่ารักครับ
คุณเอกครับ
ผมนั้นแสนธรรมดาครับ
คนไข้ยังไม่คิดเลยว่า คนแบบผมนี่เป็นหมอครับ
ยามเคยถามว่า มาทำอะไรในโรงพยาบาลดึกๆแบบนี้
(แบบว่าเป็นยามใหม่น่ะครับ คนเก่าๆเขารู้จักผมทั้งนั้น)
คนที่ไม่ธรรมดาคือคุณเอกครับ
คนอะไร เก่งจริงๆ
ได้ชาร์ตไฟ เติมพลังแล้ว สู้ต่อนะครับ
สวัสดีบ่าย ๆ ค่ะ คุณหมอ
. ธนพันธ์ ชูบุญ
ฟังดูตอนแรกนึกว่าเป็นคุณพ่อตัวอย่าง เอิ้ก ๆๆ...มาเปลี่ยนใจตอนท้าย ๆ...
คุณเอกเขาไม่ธรรมดา หรอกคะ...เพราะอย่างเอกข้าต้อง กิน"ดาวลอย" (คุณหมอจะรู้จักไหมเนี่ย..)
ฝากกอดน้องจ้า กับ น้องแป้ง แน่น ๆ คนละทีนะคะ ...
สวัสดีครับอาจารย์จารุวัจน์
ช่วงนี้เติมบ่อยครับ เดี๋ยวเสาร์นี้ก็กลับไปอีกหน แปลกนะครับ แบตลูกนี้ เติมไม่ค่อยเต็ม
สวัสดีกันอีกทีก็ค่ำแล้วครับคนคลั่งไคล้กาแฟ
ดาวลอย คืออะไรครับ ดอยลาว ??
เรื่องฝากกอดคนละทีนั้นไม่พอครับ เพราะเรากอดกันเกือบทั้งวัน..ฮา
ไปถึงสนามบินที่บ้านตรงเวลา แต่ก็ต้องรออีกเป็นครึ่งชั่วโมงในการตรวจคนเข้าเมือง ทำไมหนา การทำงานที่สนามบินหรือด่านบ้านเรามันช่างเชื่องช้าจริงๆ นี่ขนาดใช้คอมพิวเตอร์แล้วก็ยังไม่ได้เร็วขึ้น ช่องทางคนไทยก็มีแต่คนต่างชาติมายืนรอคิวด้วย เจ้าหน้าที่เราก็ไม่เคยสนใจเรื่องแบบนี้เลย ประเทศเอ๋ย ประเทศไทย
....
ถึงอย่างนี้ก็เถอะ... เชื่อว่าอาจารย์ยังรักประเทศไทยล้นใจอยู่วันยังค่ำ
นี่เป็นปัญหาระบบ หรือปัญหาตัวบุคคลซึ่งหมายถึงเจ้าหน้าที่ (ครับ...)
สวัสดีครับอาจารย์แผ่นดินแดนไทย
ผมรักประเทศไทยล้นใจอยู่วันยังค่ำล่วงจนดึกเลยครับ
เรื่องปัญหาข้าราชการไทยนั้น ผมว่าเป็นในสายเลือดไปแล้วครับ (พูดทีไรก็แทงใจดำทุกที เพราะผมก็เป็นข้าราชการไทย)