จดหมายเปิดผนึกถึงประชาชนคนไทย ฉบับที่ 30
“ชีวิตแห่งการเรียนรู้ : ชีวิตที่ต้องวิจัย” ในชีวิตของคนปกติธรรมดาย่อมต้องประสบปัญหาใหญ่บ้างเล็กบ้างอยู่โดยตลอด มนุษย์เราจึงจำเป็นอยู่เองที่จะต้อง “เรียนรู้ในระดับพื้นฐาน” เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องหาสาเหตุว่าปัญหาเกิดจากอะไรมีทางเลือกอะไรบ้างในการแก้ปัญหา ทางเลือกแต่ละทางมีข้อดีข้อเสียอย่างไรทำอย่างไรจะไม่ให้ปัญหาเช่นเดิมเกิดขึ้นได้อีก ฯลฯอาจกล่าวได้ว่า การเรียนรู้ คือเครื่องมือในการเอาชีวิตรอดของมนุษย์ และกระบวนการเรียนรู้ก็คือกระบวนการทำให้มนุษย์ฉลาดขึ้น ในการจัดการปัญหาที่ต้องพบต้องเจอในวิถีชีวิตนั่นเองคนที่ไม่เรียนรู้จะแก้ปัญหาในชีวิตตัวเองได้ยากหรือไม่ก็ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะไม่ศึกษาจากบทเรียนทั้งของตัวเองและผู้อื่นที่เคยทำผิดพลาดมาก่อนแต่ว่าใช่คน “มีการศึกษา” จะแก้ปัญหาในชีวิตได้เก่งเสมอไป หากว่า “การศึกษา” ที่เขาได้รับไม่ได้ทำให้เขารู้จัก “การเรียนรู้” ไม่รู้จักวิธีแสวงหาความรู้เพื่อแก้ปัญหาไม่รู้ว่าจะเชื่อมโยงบทเรียนในตำรากับปัญหาชีวิตจริงได้อย่างไร เข้าใจตำรา “ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด” ดังนั้นการมีการศึกษาหรือไม่มีการศึกษาจึงมิใช่หลักประกันว่าคนคนนั้นจะประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงการรู้จักการเรียนรู้หรือไม่ต่างหากที่เป็นเครื่องบ่งชี้ที่แท้จริงว่าคนจะพัฒนาตัวเองได้หรือไม่และจะประสบความสำเร็จในชีวิต ได้มากน้อยเพียงใดปัญหาของระบบการศึกษาที่หมักหมมสะสมมาจนถึงทุกวันนี้จนต้องปฏิรูปการศึกษากันก็เป็นเพราะประเด็นที่ใครก็เห็นว่าการศึกษาไม่นำไปสู่การเรียนรู้ได้จริง และด้วยเหตุนี้เอง หัวใจที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษาจึงจะขาดเรื่องของการปฏิรูปการเรียนเสียมิได้ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมีข้อมูลข่าวสาร ท่วมท้นผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ความก้าวหน้า ความอยู่รอดตลอดจนความได้เปรียบเสียเปรียบของคนขึ้นอยู่กับว่าใครจะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ดีและรู้จักใช้ประโยชน์จากข้อมูลนั้นได้มากกว่ากันคนที่จะอยู่รอดได้จึงต้องเป็นคนที่รู้จักวิธีแสวงหาความรู้รู้จักแยกแยะข้อมูลว่าอันไหนเชื่อถือได้หรือไม่ได้รู้จักวิเคราะห์หาข้อสรุปและตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำมีเหตุผลชีวิตของเราต้องเป็นชีวิตแห่งการเรียนรู้เรียนรู้จากข้อมูลใหม่ ๆเรียนรู้ที่จะปรับตัวกับสถานการณ์ที่ผันผวนเปลี่ยนแปลงได้ง่ายและรวดเร็วและพร้อมกันนั้นก็ต้องมีหลักเพื่อยึดเหนี่ยวโน้มนำให้การเรียนรู้นั้นเป็นไปในทางสร้างสรรค์และถูกต้องตามครรลองแห่งธรรมด้วย การเรียนรู้จึงเป็นการสร้างสรรค์ความเจริญแก่ชีวิตด้วยนอกเหนือไปจากการเอาชีวิตรอดจากปัญหา ที่ต้องพบเจอเป็นประจำและเป็นกระบวนการที่นำพาให้มนุษย์สามารถบรรลุอิสรภาพทางปัญญาที่จะเลือกทางเดินของตัวเองได้จะว่าไปแล้ว ชีวิตที่เจริญก้าวหน้าได้ต้องมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องโดยตลอดจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตอีกนัยหนึ่งชีวิตแห่งการเรียนรู้ คือ ชีวิตที่ต้องวิจัย นั่นเองอันที่จริงการวิจัยไม่ใช่เป็นเรื่องที่จำกัดเฉพาะวงว่าเป็นเรื่องของนักวิชาการเท่านั้นการวิจัยนั้นแท้ที่จริงแล้วคือกระบวนการหาคำตอบอย่าง เป็นระบบ ต้องค้นคว้าในเรื่องนั้นๆมีข้อมูลหรือมีใครให้ความเห็นว่าอย่างไรบ้าง ถ้าข้อมูลนั้นยังไม่พอที่จะตอบคำถามก็ไปหาข้อมูลเพิ่ม โดยต้องพิจารณาว่าข้อมูลที่ว่านั้นคืออะไรน่าจะหาได้จากใครหรือแหล่งไหน ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือเพียงใดเป้าหมายปลายทางคือเพื่อให้มีข้อมูลที่ดีพอที่จะช่วยให้สามารถตัดสินใจเรื่องนั้นๆได้อย่างถูกต้องการวิจัยเป็นเรื่องของการสร้างสรรค์สติปัญญาให้เพิ่มพูนขึ้นโดยผ่านการตั้งคำถามและพยายามหาคำตอบ การวิจัยจึงเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญที่จะช่วยประคับประคองให้การก้าวเดินไปข้างหน้าไม่ตกหลุมตกร่องที่สำคัญคือ การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของการเดิน ไปข้างหน้ามิใช่การเดินถอยหลังคนที่ปราศจากการเรียนรู้จะแสวงหาความก้าวหน้าได้ยากและมักจะทำผิดพลาดบ่อย ๆ ฉันใดสังคมที่ปราศจากการวิจัย ก็มักจะย่ำอยู่กับที่ ฉันนั้นจะเดินไปข้างหน้าก็ไม่แน่ใจว่าจะถอยหลังก็ใช่ที่ จึงยึก ๆ ยัก ๆไม่ไปไหนสักที วิกฤตการณ์ที่ประเทศไทยประสบอยู่นี้ เป็นวิกฤตทางการศึกษา การเรียนรู้และการวิจัย เพราะรากเหง้า ของปัญหามาจากคนซึ่ง ขาดคุณภาพเมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็ไม่รู้จะแก้อย่างไรและที่แย่ไปกว่านั้นคือไม่รู้จะไปหาความรู้จากที่ไหน มาช่วยแก้ไม่ศึกษาบทเรียนของคนอื่นที่เคยผ่านประสบการณ์เช่นเดียวกันมาก่อนกล่าวอีกนัยหนึ่งคือไม่รู้จักการเรียนรู้และการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาสังคมไทยที่ผ่านมาเป็นสังคมที่เน้นการเสพความรู้มากกว่าการสร้างความรู้เมื่อเสพมาก ๆ เข้าโดยไม่สร้างขึ้นใหม่ย่อมมีวันหมดทางรอดของเราจึงอยู่ที่ว่าคนไทยจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้กลายเป็นคนที่มีจิตวิญญาณของการเรียนรู้การแสวงหาความรู้และการวิจัยเพื่อจัดการกับปัญหาที่คนเผชิญอยู่ได้มากน้อยเพียงไรเพื่อให้สังคมไทยที่เต็มด้วยความรู้ และคนที่เรียนรู้และเป็นสังคมที่ใช้ปัญญาในการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง โครงการ”การศึกษาไทยยุคโลกาภิวัตน์”