การให้กำลังใจคนดี ผมคิดว่าเป็นภาระกิจที่สำคัญอีกอย่างของผม ...บางครั้งการได้รับไมตรี ได้รับคำพูดดีๆจากมิตรเพียงไม่กี่คำ ก็ได้มาซึ่งกำลังใจที่มหาศาล...

วันที่ ๕ ผมนั่งดูฝนฟ้าทั้งวัน เดี๋ยวมืด เดี๋ยวตก...ผมถามแม่แบบลำเอียงนิดหนึ่ง ว่าช่วงเช้าหากมืดครึ้มแบบนี้ กลางวันแดดคงออกนะ??   (อยากได้คำตอบที่ตนเองคาดหวัง)

แม่ไม่ทราบว่าผมกำลังลุ้นให้ฝนซา ฟ้าใส เพื่อที่จะได้ต้อนรับพ่อครูบา ให้ทัศนา ปายได้เต็มอิ่ม ตามที่ผมคาดหวังไว้ในใจ...หลังจากเพื่อนแดนไกลพูดคุยเล่าเรื่องพายุมาเป็นระยะๆในช่วงนี้

การมาเยี่ยมเมืองปายของพ่อครูในครั้งนี้ ถือว่าเป็นโอกาสพิเศษ และโอกาสพิเศษอย่างนี้ผมไม่อยากให้ทุกรายละเอียดลดคุณภาพลง จากประสบการณ์การเป็นไกด์ผมเองสร้างบรรยากาศจากสิ่งแวดล้อมได้เสมอ ตามความชอบ พึงพอใจของผู้มาเยือน และในครั้งนี้เพื่อให้ หนึ่งวัน หนึ่งคืนและอีกวันเดินทางกลับเชียงใหม่ของคุณพ่อ ผมจึงต้องวางแผนเป็นอย่างดีครับ

พี่สร้อย (อ.จันทรัตน์) และพี่อึ่ง๒(อ.ดวงพร ผอ.โรงเรียนมงคลวิทยา) โทรมาหาผมช่วงเกือบบ่ายสองโมง บอกว่าคุณพ่อเดินเข้าห้องรอผู้โดยสารขึ้นเครื่องแล้ว และจะออกตามเวลา ผมรีบมากทำธุระส่วนตัวอีกนิดหน่อยรีบบึ่งรถออกจากบ้านทันที ผมทรายดีว่าระยะเวลาจากเชียงใหม่-ปาย ใช้เวลาประมาณ ๒๐ กว่านาที ซึ่งแป๊บเดียวจริงๆครับ

 

ผมนัดน้องหมอสุพัฒน์ให้มาร่วมต้อนรับคุณพ่อเมื่อเหยียบแผ่นดินที่ปาย พอพ่อลงที่สนามบินปายก็ได้เห็นลูกหลานมาต้อนรับแบบอบอุ่น การประทับใจครั้งแรกที่พบเจอเป็นเรื่องสำคัญครับ เพราะทุกอย่างเริ่มต้นที่ดี จากนั้นก็ดียิ่งๆขึ้นไป

ฝนซา ฟ้าใสจริงๆด้วย ช่างน่าอัศจรรย์ ก่อนหน้านี้ก็โปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย

มาถึงสนามบินปายไม่เกิน ๑๐ นาที น้องหมอสุพัฒน์มาถึงแล้วกับพี่เพียรศรี สนามบินปายน่ารักมากครับ...อาคารรอผู้โดยสารเป็นหลังคาตองตึง ตกแต่งพื้นที่เป็นสวนหย่อมเล็กๆ น่ารัก  เจ้าหน้าที่แต่งชุดพื้นเมืองสีเหลืองเดินออกไปที่สนามบิน รอเหมือนกับว่าอีกสักพักเครื่องจะลง เห็นน้องที่เดินเข้าสนามบินแต่งชุดพื้นเมืองสีเหลือง หยอกล้อกันเล่นๆ ช่างน่ารัก กระจุ๋มกระจิ๋มดีเหลือเกิน บรรยากาศแบบนี้หาดูยาก ดูได้ที่เมืองปายครับ

สักพักผมเห็นเครื่องบินลำเล็กๆ มุ่งหน้ามาทางทิศตะวันออก เป็นครั้งแรกที่ผมเห้นการร่อนลงของเครื่องบินแบบนี้อย่างใกล้ชิด ตื่นเต้นจังครับ พ่อเป็นผู้โดยสารหนึ่งในสิบสามท่าน หลายๆท่านโบกมือหยอยๆยิ้มแย้มแจ่มใส  เอ....ไม่เห็นพ่อ  ...???

ผู้โดยสารสิบสามคนนี่น้อย แต่การชะเง้อรอดูพ่อคนเเล้วคนเล่า ก็ไม่เห็น...มาจริงมั้ยเนี่ย..เห็นแล้วครับ เห็นแล้ว คุณพ่อมัวแต่ถ่ายรูปนั่นเองครับ ไม่ยอมลงสักที..อิอิ

บ่ายสามโมงแล้ว หลังจากพ่อลงเครื่องฝนก็โปรยปรายลงมาอีก เปิดเพลง "เมืองปาย" ในรถให้พ่อฟังคลอเบาๆ เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศ ...เมืองปายน่ารัก เมืองเล็กๆนี้ ดีใจมากที่ได้ต้อนรับแขกคนสำคัญ

เพื่อเป็นการพักเหนื่อยไปด้วย ผมจึงเชิญคุณพ่อไปที่ บาบาน่าเฮาส์ เพื่อไปเยี่ยม ป้าอาภรณ์ แสงโชติ  หญิงไทยใหญ่ที่ถือว่าเป็นหญิงเหล็ก นักพัฒนาสังคมอำเภอปาย ในใจผมนั้นอยากให้ท่านทั้งสองได้เจอกันเพื่อแลกเปลี่ยนพร้อมกับให้กำลังใจกัน

คุณอาภรณ์ แสงโชติ เป็นแกนนำสตรีที่ทำงานเพื่อพัฒนาสังคมเมืองปาย ที่น่ายกย่อง ท่านเป็นหญิงไทยใหญ่ที่ผู้เขียนเห็นมาโดยตลอดว่าท่านแต่งตัวชุดไทยใหญ่ตลอดเวลาที่พบเห็น วิถีการทำงานก็น่าศรัทธาในการระดมพลังทางสังคมเพื่อพัฒนาเมืองปาย...ไม่มีใครไม่รู้จัก"ป้าแหลง" แห่งเมืองปาย

ดังนั้นการเจอของนักพัฒนาสังคมไทยทั้งสองท่านในวันนี้จึงมีความหมายอย่างยิ่ง ผมเองถือได้ว่ามีโอกาสนั่งพูดคุยแบบใกล้ชิดทั้งสองท่าน บรรยากาศการพูดคุยจึงรื่นเริง เป็นกันเอง ทั้งผู้มาเยือนและเจ้าบ้านต่างก็มีสีหน้าเปื้อนยิ้ม

การให้กำลังใจคนดี ผมคิดว่าเป็นภาระกิจที่สำคัญอีกอย่างของผม ...บางครั้งการได้รับไมตรี ได้รับคำพูดดีๆจากมิตรเพียงไม่กี่คำ ก็ได้มาซึ่งกำลังใจที่มหาศาล...วันนี้ป้าแหลงก็ได้รับสิ่งนั้นไปด้วย พร้อมกับพ่อครูบาในการพูดให้กำลังใจกัน 

 จากบ้านป้าแหลง ภาระกิจในวันนี้ยังมีต่อ ..ผมขับรถฝ่าสายฝนปรอย ตรงไปยังบ้านสันติชลจีนยูนนาน เพื่อพาพ่อไปทานอาหารจีนยูนนาน และเดินชมหมู่บ้าน ศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน ทีผมเป็นหนึ่งในบทบาทของการทำงานศึกษา วิจัยในพื้นที่ เป็นพื้นที่ที่ภาคภูมิใจให้พ่อได้มาเยี่ยมเยียน ย่ำค่ำนี้เราได้นัด "คุณบุญหล่อ หล่ออริยะวัฒน์" ผู้นำชุมชนเพื่อมาร่วมต้อนรับและพูดคุยกัน

คุณบุญหล่อ เป็นผู้นำจีนยูนนานบ้านสันติชล ด้วยบทบาทที่มี ทั้งผู้นำ ทั้งนักวิจัยเพื่อท้องถิ่น หล่อหลอมให้คุณบุญหล่อมีวิธีคิด วิธีปฏิบัติโดดเด่น นำพาหมู่บ้านไปสู่การพัฒนาที่เป็นระบบ ผลงานประจักษ์ชัด เรื่องราวของ "สันติชล" นี้หาอ่านได้ในสื่อหลายๆสื่อครับ การพัฒนาหมู่บ้านนี้เริ่มจากติดลบ หาใช่เริ่มจากนับหนึ่ง...ปัญหายาเสพติดในฐานะเอเย่นการค้ายาเสพติดจุดใหญ่ๆในเมืองไทย เป็นปัญหาที่สำคัญและร้ายแรงมากในชุมชนจีนแห่งนี้ และวันนี้ได้พิสูจน์ตัวเองของชุมชนด้วยกระบวนการทางปัญญา ...มีวันแห่งความสำเร็จที่งดงาม และเป็นบทเรียนที่ดี

การพูดคุยระหว่างพ่อกับคุณบุญหล่อสนุกสนาน พร้อมกับชิมอาหารจีน ในบรรยากาศจีน ...รสชาติอาหารเย็นวันนี้จึงเอร็ดอร่อยและผมได้อิ่มเอมใจมากกว่านั้น ในเหตุผลเดิมคือ ได้นำพาคนดีๆมาพบเจอกัน แลกเปลี่ยนกัน ให้กำลังใจกันที่สำคัญคือ "การสร้างเครือข่ายคนดี"  คนดีต่อคนดี เราได้ผลผลิตที่เป็นคนคุณภาพหัวใจเกินร้อยกระจายทั่วประเทศ

ผมชื่นชมปราชญ์ นักคิด นักพัฒนาทุกท่านที่พบเจอ...สิ่งที่ท่านทำเป็นการสรางคุณความดีให้กับบ้านเมือง ให้กับสังคม หากเราได้ดูแลท่านบ้าง ได้ให้ท่านผู้ทำงานหนักเหล่านี้ได้ผ่อนคลาย มีความสุข เราก็คงมีความสุขเท่าทวี