ฉันได้แต่ขอบคุณมือของพี่ผ่านความรู้สึกของฉัน

     ตัวเอง ถือว่ามีประสบการณ์ในการเข้าห้องผ่าตัดในฐานะคนไข้  ถ้านับความถี่ก็ถือว่ามาก  นับแต่ปี 2542 ถึงปัจจุบัน    

     บางที เวลานอนเตียงคนไข้แล้วเจ้าหน้าที่ เข็นรถนอน พาไปห้องศัลยกรรม ต้องผ่าน ตึกนั้น ตึกนี้ ห้องนั้นห้องนี้ กว่าจะถึง ก็เจอพี่ๆที่รู้จัก ก็จะถามไถ่....บอกตรงๆว่าอายหมือนกัน...นึกกับตัวเองว่า  จะเป็นอะไรกันนักกันหนา....     

      อย่างครั้งก่อนเจอ พี่ ที่ห้องไตเทียม ที่เป็นคนไข้ด้วยกัน มาฟอกเลือด พอดีฉันแวะไป วัดความดัน พี่ก็ถาม   เป็นอะไร ทำไมมา รพ.บ่อยจัง ฉันก็เล่าเรื่องตัวเองว่าแม้เปลี่ยนไตแล้ว ก็มีอะไรมาเรื่อยๆ ให้มาปรึกษาหมอ อยู่เนื่องๆ

      อยากจะบอก พี่ที่ฟอกเลือดว่า เปลี่ยนไต แล้ว ไตทำงานได้แล้ว คุณภาพชีวิตดีขึ้นบ้าง แต่ว่า ปัญหาอื่นๆก็ตามมาอย่างไม่หยุดยั้ง เหมือนกัน แต่ก็ต้องทำใจ อยากให้กำลังใจ พี่ในการฟอกเลือด ซึ่งดูเหมือนพี่จะหันมาให้กำลังใจฉันมากกว่าอีก     พี่ บอกว่า

ต้องออกกำลังกาย ด้วยนะ ร่างกายเราจะได้แข็งแรง     

      ประสบการณ์ในการเข้ารับการผ่าตัด เป็นเรื่อง ไม่ชวนสนุกของคนไข้ ถึงแม้ฉันจะมาบ่อยๆ ก็ยังหวาดๆ อยู่ดี  ถ้าถูกวางยาสลบ นี่จะแฮปปี้มาก ไม่ต้องคิดอะไรมาก    

       ยิ่งตอนผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายไต ฉันหลับแบบอย่างดีมากเลย หลับเหมือนไปอยู่อีกโลกหนึ่ง พอตื่นมาถึงเจ็บโน่น เจ็บนี่    

      แต่ถ้าฉีดยาชา นี่ เป็นความทุกข์ ถึงทุกข์มากที่สุด หรือ ยาชา ไม่ชา จริง หรือไม่ได้ จังหวะของการชา ก็ไม่รู้ ฉันได้แต่ภาวนาในใจ  

     แต่เวลาผ่าตัด ที่ฉีดยาชา พยาบาลที่อยู่ในห้องรู้ว่าฉันต้องเจ็บมาก เธอบอกว่า

      “ จับมือพี่ เอาไว้นะ       ฉันถูกปิดตามองไม่เห็นอะไรเลย ไม่เห็นพี่ที่ยื่นมือให้ฉันด้วย   ได้แต่กุมมือเธอไว้แน่น   ตลอดเวลา

       เหมือนกับเป็นความรู้สึกที่เรายึดอะไรไว้อย่างหนึ่งก่อนที่จะจมไปในทะเล จมไปในกองทุกข์     ฉันบอกตัวเองว่า  

           นี่ไง ความทุกข์     และ  

            นี่ไง สิ่งที่ดึงใจเราไว้    

           ฉันได้แต่ขอบคุณมือของพี่ผ่านความรู้สึกของฉัน