ชาวน่ะซีแม้จะเป็นเผ่าพันธุ์เล็กๆในจำนวนชนกลุ่มน้อย ๒๔ เผ่าของมลฑลยูนนาน แต่มีอารยธรรมสูงส่ง เป็นผู้สร้าง"วัฒนธรรมตงปา" หรือวัฒนธรรมของนักปราชญ์อันแสดงออกที่ตัวอักษรภาพ(แตกต่างจากอักษรจีนกลาง) ศิลปะ ดนตรี การแต่งกายและการตกแต่งบ้านเรือนอันมีแบบอย่างของตนเองมานานนับพันปี
ชาวน่ะซีได้รับการกล่าวขวัญถึงในความยืนยงของวัฒนธรรมของพวกเขาว่าเป็น "ชัยชนะของผู้แพ้" จากการถือคติว่าการรบที่ดีคือไม่รบในอดีตชาวน่ะซียอมให้กองทัพต่างๆเคลื่อนผ่าน แล้วเก็บงำเอาศิลปวัฒนธรรมของชนชาติต่างๆมาสร้างเป็นเอกลักษณ์ของตนเองจนใครๆต้องพากันมาลี่เจียงเพื่อชมนครโบราณต้าหยัน เป็นเหตุให้องค์การยูเนสโกประกาศยกย่องลี่เจียงเป็น"เมืองมรดกโลก"

นอกจากตัวนครโบราณต้าหยัน ในจังหวัดลี่เจียงยังมีจุดท่องเที่ยวมากมาย เราพากันไปขึ้นภูเขาหิมะมังกรหยกที่นอกจากรถโค้ชจะต้องพาเราไต่ระดับขึ้นเขารถจอดที่ความสูงประมาณ ๓๔๐๐ เมตร แล้วยังต้องนั่งกระเช้าขึ้นไปที่จุดชมวิวที่ความสูงกว่า ๔๕๐๐ มตร ได้รับแจกออกซิเจนกระป๋องกันทุกคน ผู้สูงวัย และผู้ที่ไม่เคยสมบุกสมบันพากันวิงเวียน ขึ้นไปสู๋ธารน้ำแข็ง(glacier)ที่กล่าวว่าอยู่ต่ำใกล้เส้นศูนย์สูตรที่สุด ในความมัวซัวของวันที่ฝนโปรยเปรียบเสมือนไม่เห็นอะไร ต้องใช้จินตนาการอย่างสูง และสภาพร่างกายที่บอกว่านี่มันสูงมากๆ ร่างกายแย่แล้ว ต้องลงมานั่งรอผู้แข็งแรงกว่า

ระหว่างนั่งรอได้รำพึงถึงความวิปริตของสภาวะอากาศของโลก (อีกแล้ว) ก่อนมาชมธารน้ำแข็ง ไปแวะชม วัดภูเขาหยก เก่าแก่เกือบ๓๐๐ปีสร้างโดยพระลามะธิเบต มุ่งไปชม "ต้นชาภูเขาหมื่นดอก" ที่จริงคือต้นคามิลเลีย (Camellia)หรือ ชาภูเขา ที่อยู่เลยวัดขึ้นไปเล็กน้อย จุดเด่นคือเป็นต้นชาภูเขาสองต้นขึ้นเกาะเกี่ยวกัน ซึ่งจะออกดอกบานสะพรั่งนับหมื่น ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง พฤษภาคม ของทุกปี
ตามประวัติว่าต้นชานี้มีอายุกว่า ๕๐๐ ปี คือปลูกก่อนที่จะสร้างวัด และรอดพ้นน้ำมือเรดการ์ดในสมัยปฏิวัติวัฒนธรรมมาได้หวุดหวิด เลยเป็นที่เชื่อกันว่าคู่รักที่ได้ไปชมชาต้นนี้จะครองรักกันยาวนาน ดังนั้นหากกำลังเบื่อคู่ของตนก็ไม่ควรพากันไปชมต้นชานี้
ตอนที่ไปชมเห็นดอกชาสีชมพูทั้งต้นมีอยู่สามดอก และอยู่ในมุมที่ถ่ายภาพยาก อีกทั้งผู้เขียนนั้นร่างกายก็กำลังออกอาการมึน และมันทั้งหนาวและเปียก เลยไม่ได้พยายามที่จะเก็บภาพเท่าไร

ให้ได้เทียบขนาดกับตัวคน
ชาภูเขานี้ใบก็นำไปทำใบชา แล้วเขายังนำเมล็ดมาทำน้ำมันชาใช้ในการปรุงอาหารดีกับสุขภาพเพราะไม่มีคอเรสเตอรอล เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และทำให้รสชาติอาหารดีด้วย แต่ราคาค่อนข้างสูง สมัยก่อนนำมันเมล็ดชานี้เขาไว้ปรุงอาหารให้พระจักพรรดิ์และราชวงศ์เท่านั้นนะ ในเมืองไทยก็มีการนำเข้ามาจำหน่าย ตอนไปไม่เห็นดอกตอนนี้เลยซื้อน้ำมันเมล็ดชามาลองปรุงอาหารซะเลย อยากทราบว่าจะเป็นอย่างไร ปรากฏว่าอร่อยดีสมราคา
สมาชิกเริ่มทยอยลงมาจากจุดชมวิวภูเขาหิมะมังกรหยกแล้ว ตามรายการเขาบอกว่าขากลับที่พักที่ตัวเมืองลี่เจียงจะพาไปนวดเท้าฟรี ตั้งตารอด้วยความหมดแรง

ระหว่างการเดินทางผ่านชาวบ้านนำสตรอเบอรี่ และเชอรี่ป่ามาวางขายคุณกฤชจอดรถซื้อมาเลี้ยงทั้งคณะ ให้ชมแต่เชอรี่ป่า ลูกเล็กๆเท่ามะยมได้ ใส เต่งตึง แปลกดี เพิ่งเคยเห็น หน้าตาและรสชาติไม่เหมือนเชอรี่ที่เคยทานเลย อร่อยชุ่มคอ
ยังไปไม่ถึงหมู่บ้านสือกุ หรือหมู่บ้านกลองหินเลย ซึ่งหากไปถึงแล้วยังจะได้ชมแม่น้ำแยงซี ณ จุดที่หักโค้งข้อศอกเป็นโค้งแรกไปทางทิศตะวันออกแทนที่จะไหลลงใต้
น้ำมันเมล็ดชา มาปรุงอาหาร
เหมือนน้ำมันพืชทั่วไปไหมคะ
สวัสดีค่ะ
ตามมาเที่ยวยูนนานด้วยคนค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
ขอขอบคุณอาจารย์มากค่ะที่นำเรื่องราวต่าง ๆ มาให้ได้อ่านพออ่านนึกจินตนาการไปด้วยค่ะยิ่งเห็นภาพประกอบก็ยิงเข้าใจมากขึ้นค่ะ
ขอคุณค่ะ
สวัสดีค่ะพี่นุช
เบิร์ดชอบคติชีวิตจากชาวน่ะซีจังค่ะ
ชาวน่ะซีได้รับการกล่าวขวัญถึงในความยืนยงของวัฒนธรรมของพวกเขาว่าเป็น "ชัยชนะของผู้แพ้" จากการถือคติว่า การรบที่ดีคือไม่รบ
เพราะเบิร์ดรู้สึกว่าการรบที่ไม่รบนั้นถือเป็นสุดยอดของการทำสงครามทุกรูปแบบเลยนะคะ..การใช้กำลังหาญหักถือเป็นการรบพื้นฐาน แต่การใช้กุศโลบายเพื่อการอยู่รอดและอยู่ดีท่ามกลางการแก่งแย่งนี่สิที่ต้อง " ใช้หัว " มากมายเลยนะคะ
ภูเขาหิมะมังกรหยก , วัดภูเขาหยก ,ต้นชาภูเขาหมื่นดอก ฯลฯ การตั้งชื่อของเค้าทำให้จินตนาการเพริศแพร้วดีจังเลยค่ะ..พี่นุชไปเที่ยวเหนื่อยมั้ยคะ ?
จะรออ่านบันทึกที่พาเที่ยวแบบมีสาระของพี่นุชตอนต่อไปอีกนะคะ..ขอบจังค่ะ ^ ^
หากคุณnaree suwan
สนใจเรื่องชนเผ่า แถบยูนนานนี่มีเยอะมากเลยค่ะตั้งยี่สิบกว่าเผ่า เป็นสีสันที่น่าสนใจ ในภาพเป็นเครื่องแต่งกายของอีกเผ่า ไม่ใช่เผ่าน่ะซี คนแต่งก็เป็นสาวนักท่องเที่ยว แต่น่ารักดีเลยนำมาให้ดูค่ะ
สตรอเบอรี่และเชอรี่ที่ได้ทานสดฉ่ำ แก่จัด แล้วเขาใส่จานวางตากละอองฝน สวยมาก แต่เราล้างก่อนทานค่ะ ดูแลเรื่องความสะอาดเคร่งครัด
ได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาฝากคุณอุบล
ค่ะ น้ำมันเมล็ดชาทำมาจากคามิลเลียสายพันธุ์ camellia oleifera และที่ทำใบชาคือสายพันธ์ camellia sinensis
น้ำมันเมล็ดชานั้นเขาบอกว่าเป็น sweet seasoning and cooking oil ก็จริงค่ะ กล่าวคือรสชาติดีทำให้อาหารอร่อยขึ้นกว่าการปรุงกับน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ
การใช้ใช้แบบน้ำมันพืชทั่วไป คือใช้ผัด ใช้ทอดอาหารได้ ตัวเองใช้เฉพาะผัดเพราะมันแพง ยี่ห้อที่ซื้อเขาให้สูตรทำอาหารด้วยน้ำมันเมล็ดชามาหนึ่งอย่างคือ"ผัดกะเพราไก่ไทเฮา" ฟังโก้ชะมัด ก็ทำเหมือนๆผัดกะเพราทั่วๆไปนั่นแหละค่ะ
สวัสดีค่ะคุณหนิง
ยินดีที่มาแวะเยี่ยมกันค่ะ เรื่องยูนนานยังมีให้อ่านต่ออีกตอนหนึ่ง แล้วมาอีกนะคะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
คนชอบวิ่งไปยูนนานเขาต้องห้ามวิ่งนะคะ เขาให้เดินช้าๆ ใจเย็นๆ เคลื่อนไหวตัวช้าๆ ไม่งั้นจะเวียนศีรษะ และป่วยได้ง่ายๆ ยิ่งไต่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ชินจะปวดศีรษะ คลื่นไส้ด้วย กระป๋องออกซิเจนถือคนละกระป๋องเลยค่ะ เดี๋ยวคนโน้นฟืด เดี๋ยวเราเองฟืด พอกลับมาที่คุนหมิงอาการป่วยหายเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ
อิ อิ ทำให้รู้ตัวว่าธิเบตนั้นจะไม่มีเราเป็นผู้ไปเยือนแน่ๆ เจียมสังขารค่ะ
สวัสดีค่ะคุณปริญากรณ์
ต้องขอบคุณคนอ่านค่ะ เพราะมีคนสนใจอ่าน ทำให้เขียนสนุกขึ้นเยอะ ที่เขียนนี่ตั้งใจว่าจะทำเป็นบันทึกไว้เพื่อทำหนังสือทำมือชุดท่องเที่ยวของตัวเองค่ะ ค่อยๆเขียนไปเรื่อยๆค่ะ
ขอบคุณที่มาอ่านนะคะ
จริงๆ อยากลองไปเที่ยวแบบเที่ยวจริงๆ ไม่มีงานปน แต่ที่อยากไปมากที่สุดคือธิเบตค่ะ แต่คงต้องฟิตร่างกายให้มากกว่านี้ ตั้งใจหาโอกาสไปเที่ยวกับน้องชาย อยากไปอยู่สักครึ่งเดือนเอาให้จุใจ ไม่ชอบเที่ยวแบบทัวร์เหยียบแผ่นดินค่ะ
สวัสดีค่ะคุณเบิร์ด
การที่ชาวน่ะซีไม่รบ ทำให้ไม่มีการสูญเสียชีวิตและเมืองก็ไม่พังให้ต้องมาบูรณะ นครโบราณต้าหยันนั้นไม่มีกำแพงเมืองค่ะ
คุณธีรภาพ โลหิตกุล เขียนเล่าไว้ในหนังสือ"เมืองแมนที่ปลายฟ้า" เมื่อกล่าวถึงสตรีสูงอายุชาวน่ะซีที่มักมีหน้าตาเคร่งขรึม แต่ก็ยังได้พบรอยยิ้มที่มอบให้คนแปลกหน้า แม้เคร่งขรึมแต่ก็เปี่ยมเมตตา ว่า....
"...นี่อาจเป็นลักษณาการเดียวกับห้วงยามที่ขบวนทัพของขงเบ้งเคลื่อนผ่านลี่เจียงไปปราบกบฏชนกลุ่มน้อยอื่นๆในยูนนาน หรือกองทัพม้าอันเกรียงไกรของกุบไลข่านแห่งอาณาจักรมองโกลยาตราเข้ามาสำแดงอำนาจเหนือชาวฮั่น รวมไปถึงกองทัพแดงภายใต้การนำของเหมา เจ๋อ ตง เดินทัพทางไกลหนีการล้อมปราบของพวกก๊กมินตั๋ง มาข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแยงซี ช่วงที่ไหลผ่านลี่เจียง ดินแดนของชาวน่าซี
แน่นอนว่าในฐานะหญ้าแพรก พวกเขามิอาจทำอะไรได้นอกจากการวางเฉย หรืออย่างน้อยก็แสร้งยินดีให้ขบวนทัพของเหล่าพญาช้างสารเหยียบย่ำผ่านทางไป....."
กุบไลข่านผ่านลี่เจียงไปตีอาณาจักรต้าหลี่ ขากลับ เลยมอบวงดนตรี(ซึ่งกองทัพต้องมีไว้ตอนเฉลิมฉลองชัยชนะ)ให้ไว้ทั้งวง(ทั้งนักดนตรีและเครื่องดนตรี)เป็นการตอบแทนไมตรีจิต จึงมีการรียนรู้และซึมซับคีตศิลป์ในหมู่ชาวน่ะซีด้วย
ทุกวันนี้ยังมีวงดนตรีพื้นเมืองของชาวน่ะซีที่บรรเลงทั้งในแบบฮั่น มองโกล และแบบน่ะซีเอง มหัศจรรย์นะคะ
ไปเที่ยวทั้งเหนื่อย ทั้งเพลิดเพลิน การท่องเที่ยวทำให้โลกทัศน์กว้างขึ้นมาก ชอบค่ะ
คุณพี่ศศินันท์ไปคุนหมิงตั้งสามครั้งแล้ว ไปธุระก็คงไม่มีเวลาได้สัมผัสชีวิตนอกเมืองเท่าไหร่นะคะ
คุนหมิงซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลยูนนานนั้น คุณกฤชบอกว่าค่าครองชีพสูงมาก ค่าที่ดิน หรือคอนโดนั้นแพงกว่าในกรุงเทพเสียอีกค่ะ
นุชอยู่ที่คุณหมิงวันเดียวตอนขากลับเพื่อเปลี่ยนเครื่องบินกลับเมืองไทย ฝนตกมากเช่นเดียวกับที่อื่นๆ ทั้งๆที่คุนหมิงได้ชื่อว่า"เมืองที่มีฤดูใบไม้ผลิตลอดปี" โทษอะไรไม่ได้นอกจากภาวะโลกร้อนนะคะ
สวัสดีค่ะคุณพิเชษฐ์พล "น้องนนท์"
ขอบคุณที่มาแวะเยี่ยม และให้ได้รู้จักตัวกัน
อยู่เชียงใหม่ไปยูนนานไม่ยากเลย แต่คนทำงานหาเวลาได้ยาก ใช่มั้ยคะ ตอนนี้ถนนหนทางเขาคงทำดีแล้ว ปลายเดือนนี้พี่จะไปสิบสองปันนา ไปตั้งต้นที่เชียงราย แล้วนั่งรถเลาะกันไปค่ะ
สวัสดีค่ะพี่นุช
ประเทศจีนมีอะไรให้ดูหลากหลายจริงๆ นะคะ ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม รวมถึงสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ด้วย
นี่ก็กำลังเปิดทีวีดูสารคดีเกี่ยวกับพระราชวังต้องห้ามอยู่ค่ะ
สำหรับยุคปัจจุบันนี้ การรักษาวัฒนธรรมต่างๆ คงต้องตั้งใจทำเป็นอย่างมาก เพราะสังคมเป็นสังคมเปิด ข้อมูลข่าวสารส่งถึงกันอย่างรวดเร็ว การเดินทางทำได้ง่ายขึ้น ทำให้วัฒนธรรมดั้งเิดิมเปลี่ยนไป ถูกทดแทนด้วยสิ่งใหม่ที่อาจไม่ใช่สิ่งดีทั้งหมดเสมอไป แต่นี่ก็คงเป็นวงจรธรรมชาิติของสรรพสิ่ง ที่มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไปเสมอนะคะ
สำหรับตัวเอง ยังไม่เคยไปเที่ยวเมืองจีนแบบนี้เลยค่ะ คงจะมีโอกาสสักวันหนึ่งน่ะค่ะ ^ ^
ขอบคุณที่นำมาเล่าสู่กันฟังนะคะ
สวัสดีค่ะน้องซูซาน
พี่ก็เคยคิดอยากไปธิเบต อยากนั่งรถไฟสายใหม่ที่แล่นเหนือที่ราบสูง เห็นทุ่งหญ้าและฝูงสัตว์ โอย ฝันสลาย เจียมสังขารเลยค่ะ ไปแค่ความสูงสาม สี่พันเมตรยังจะตายแล้วเลยค่ะ นี่ขนาดระมัดระวังการเดิน ไปป่วยที่จงเตี้ยน แบบอาเจียนหมดแรง อดไปกินอาหารแบบธิเบตที่มีเนื้อจามรีและชาเนยจามรีและดูระบำธิเบตกับคณะ อาจดีแล้วที่ไม่ได้ไป หากชิมเข้าไปอาจป่วยหนักกว่าเดิม
การเที่ยวนั้นหากทำได้คือเตรียมตัวเพื่อเที่ยวอย่างเดียวจะดีที่สุดค่ะ สมัยก่อนพี่ไปเมืองฝรั่งบ่อยๆนั้นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับงานวิชาการ ทำให้มีความจดจ่ออยู่กับงานไม่สนุกเท่าที่ควร ขนาดเที่ยวต่อเมื่องานเสร็จ
พี่ก็ไม่ชอบทัวร์เหยียบแผ่นดินค่ะ พี่เรียกว่า "ทัวร์ลิง" คือรีบๆลุกลี้ลุกลนไปหมดทุกอย่าง
น้องซูซานได้ไปเที่ยวอย่างที่ตั้งใจเมื่อไหร่เราคงได้อ่านเรื่องแปลกๆที่ได้ไปพบเห็นนะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์กมลวัลย์
...สำหรับยุคปัจจุบันนี้ การรักษาวัฒนธรรมต่างๆ คงต้องตั้งใจทำเป็นอย่างมาก เพราะสังคมเป็นสังคมเปิด ข้อมูลข่าวสารส่งถึงกันอย่างรวดเร็ว การเดินทางทำได้ง่ายขึ้น ทำให้วัฒนธรรมดั้งเิดิมเปลี่ยนไป ถูกทดแทนด้วยสิ่งใหม่ที่อาจไม่ใช่สิ่งดีทั้งหมดเสมอไป แต่นี่ก็คงเป็นวงจรธรรมชาิติของสรรพสิ่ง ที่มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไปเสมอนะคะ...
เห็นด้วยค่ะ การไปเที่ยวที่เราได้เห็นทั้งความแตกต่าง และความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม เป็นโอกาสที่เราได้นำข้อธรรมมาพิจารณาไปด้วย ตั้งแต่เข้าใจหลักธรรม ทำให้ความรู้สึกในการเที่ยวนั้นปลี่ยนไปมากค่ะ คือไม่พยายามคิดแทนใครว่าทำไมเขาไม่ทำอย่างนี้ ไม่ทำอย่างนั้น เพราะทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามเหตุปัจจัย จึงไม่ค่อยไปตัดสินคนอื่น
คอยอ่านอีกตอนนะคะ