วันที่ 2 ตุลาคม 2550
ซึ่งเป็นวันอังคารของสัปดาห์ที่ 22 และนับไปก็คงเหลือ 43 วันเท่านั้น ผมตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตี 3 ครึ่งเพราะอะไรก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าข้างนอกกำลังมีฟ้าแลบแปลบปลาบ ส่งเสียงร้องครืนๆโครมๆ และไม่นานนักฝนก็ตกตูมใหญ่ แล้วผมก็พลิกตัวไปมา ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ คาดว่าคงเป็นชั่วโมง แล้วหลับไปอีกนิดหนึ่งก็ 6 โมงครึ่ง ได้เวลาตื่นจริงๆ โดยไร้อาการงัวเงีย แหม นี่ถ้าช่วงสอบปลายภาคสมัยเรียนหนังสือ หรือกำลังสอบบอร์ดเป็นแบบนี้ก็น่าจะดีสินะ เพราะจะได้ลุกขึ้นมาอ่านหนังสือให้ชุ่มปอดชุ่มสมองกันไปข้างหนึ่งเลยเชียว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เช้านี้ก็ round ตามปกติ ลุปน่ามาพร้อมกับนาตาลี ผมก็ถามนาตาลีว่ามาทำไม เธอบอกว่าว่างแล้ว เพราะเธอทั้งสองเพิ่งเสร็จจากการดูคนไข้ในชั้น 4 มา และต้องรีบไปเข้าห้องผ่าตัดตอน 8.30 น. ซึ่งเราก็ทำเวลาได้ดีครับ เวลาประมาณเดียวกัน เพื่อนสาวชาวฟิลิปปินส์ของผมก็ส่ง SMS เข้ามาบอกว่า ตอนนี้เธออยู่ในห้องผ่าตัดนะ ขอให้ผมช่วยลงไปตรวจคนไข้กับครูลีแทนเธอหน่อย (แก้แค้น แก้แค้น…ฮา) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ก่อนจะลงไปทำงานเวลาเกือบ 9 โมง ครูหาญกับอาร์ลีนก็เดินเข้ามา ผมก็งง ถามไปว่าทำไมผ่าตัดเสร็จเร็วจัง เปิดหน้าท้องไม่น่าจะเร็วขนาดนี้ หรือว่าครูผมเป็นซุปเปอร์แมน เพื่อนผมก็บอกว่า ไม่ได้ผ่าตัด คนไข้เป็นหวัด หมอดมยาไม่ยอมดมยาให้ อ้าว…แล้วกัน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ช่วงเช้านี้ผมมีหน้าที่อยู่ห้องยูโรพลศาสตร์ แต่ลงไปดูแล้วมีคนไข้นิดเดียว เลยบอก Sister Lilly ว่าถ้าอย่างนั้นผมขึ้นไปทำงานวิจัยต่อก็แล้วกัน มีอะไรให้ทำอีกเยอะเลย และผมก็ขึ้นๆลงๆ อยู่ที่สำนักงานบ้าง ลงไปที่ห้องตรวจบ้าง และก็ได้เจอสิ่งที่น่าระทึกใจอีกเรื่องหนึ่ง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ที่ข้างๆห้องตรวจ จะมีเคาเตอร์เก็บเงินที่ผมต้องเดินผ่านอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน วันนี้ก็เหมือนทุกครั้ง แต่สิ่งที่สะดุดตาก็คือ เห็นรถเข็นเด็กที่มีเด็กนั่งอยู่คนหนึ่ง มันก็ไม่น่าสะดุดตาถ้าหากว่าเด็กคนนี้ไม่ได้อ้วนจนคับรถเข็น เด็กชายคนนี้น่าจะอายุราวขวบกว่าๆ แต่ตัวอ้วนตุ๊บ แม่เธอก็อ้วน กำลังป้อนข้าวยัดเข้าปากลูก ป้อนหาย ป้อนหาย คนก็นั่งมองด้วยความตะลึง ว่าเธอเลี้ยงลูกได้อย่างไร เก่งจริงๆ ?!? ป้อนหาย ป้อนหาย พุงล้น คางย้อย และที่เห็นคือ หนุ่มน้อยคนนี้เดินไม่ไหวครับ ไอ้หยา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> บ่ายวันนี้เรามี topic conference ซึ่งลุปน่าเตรียมนำเสนอมานานแล้ว เขาจะพูดเรื่องการปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก คนฟังเยี่ยงผมสามารถฟังรู้เรื่องเพราะเธอพูดด้วยภาษาที่ฟังได้ชัดเจน ที่นี่หากเราสงสัยตรงจุดไหนก็แย้งและถามกันทันทีครับ หาข้อสรุปไม่ได้ก็ไปเอาหนังสือหรืองานวิจัยมายันกัน สนุกดี ผมชอบ หลายครั้งงานวิจัยที่ถูกโยนมาให้ fellow เยี่ยงพวกผมทำต่อก็เกิดจากห้องนี้นี่เอง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ช่วงบ่ายผมลงไปตรวจคนไข้พร้อมนาตาลี คนไข้มีไม่มากนัก เราจึงไม่ต้องรีบร้อน วันนี้คนไข้น่ารักทุกคน มี 2 คนเขาถามผมว่า มาจากฟิลิปปินส์ดอกหรือ เป็นอย่างนี้บ่อยครับ คนไทยเรามีหน้าตาเหมือนชาวฟิลิปปินส์มากครับ ผมเคยเรียนมาตั้งแต่อยู่ชั้นม.3 แต่จำไม่ได้แล้วว่า เราทั้ง 2 ประเทศสืบสกุลมาด้วยกันจากพันธุ์อะไร <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ไม่นานนักดันดีก็โผล่เข้ามา ผมดีใจจนสุดตัว เพื่อนผมมาแล้ว ผมดูคนไข้คนสุดท้ายเสร็จพอดี เลยไปอีกห้องหนึ่ง พบว่าเขาพาภรรยาและพ่อมาคุยกับครูหาญ มาพร้อมกับ Jessica จากบริษัท JJ สิงคโปร์ คนที่คอยดูแล fellow แบบพวกเรา ดันดีบอกว่า ผลการตรวจ PET Scan พบว่ามีความผิดปกติบางอย่างที่สมองส่วน temporal lobe ซึ่งมีความจำเป็นต้องตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอีกรอบในวันที่ 17 เดือนนี้ ดังนั้นช่วงนี้จึงต้องกลับไปอยู่บ้านก่อน คาดว่าน่าจะเริ่มงานได้จริงๆก็เดือนพฤศจิกายนไปแล้วนั่นแหละ เล่นเอาผมใจหาย เพราะขาดเพื่อนคู่คิดที่สนิทกันมานานถึง 5 เดือน ใจหายจริงๆครับ วันนี้เขาจะกลับอินโดนีเซียในช่วงค่ำ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ผมกลับบ้านก็ราว 6 โมงเย็น วันนี้อยากกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ไปซื้อแบบที่เป็นถ้วยมาเมื่อวันอาทิตย์ รสต้มยำ จะว่าไปแล้ว คำว่าต้มยำนี่เป็นภาษาสากลไปแล้วนะ ที่ไหนก็รู้ว่า Tom Yam เป็นยังไง เรียกทับศัพท์กันไปเลย ก่อนขึ้นบ้านก็เดินไปซื้อเต้าฮวยเย็นขึ้นไปสำรองไว้ ร้านนี้เป็นอีกร้านหนึ่งที่เจ้าของร้านเริ่มจำผมได้ ผมซื้อน้ำเต้าหู้ของเขากินเกือบทุกวัน อร่อยดี ไม่หวานมาก เต้าฮวยก็ใช้ได้ เนื้อนุ่ม ไม่ต้องเคี้ยว กลั้วในปากนิดเดียวก็ละลายแล้ว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> จบลงไปอีกวัน สิงคโปร์
สวัสดีค่ะ คุณหมอตามมาเยี่ยม คนโดดเดี่ยว..
คงรู้สึกเหมือน สีข้างหายไปข้างหนึ่งหรือ เปล่า..อิอิอิ..
นึกตามคำพูดคุณหมอพูดถึงคนไข้เด็กตัวอ้วน..ที่ว่าป้อนหาย ป้อนหาย..แทงจี๊ดเลย.. เลี้ยงลูกชายผิด ๆ เหมือนกันค่ะ ... ตอนนี้เขาเลยอ้วน ผิดมาตรฐานสายพันธ์ ..คางห้อย พุงย้อย ด้วย..เลยต้องเริ่ม Diet control ..
พามาเยี่ยมค่ะ
ดูยังงี้ อาจไม่อ้วนแต่เวลานอน พังพาบจะเห็นชัดเลย..อิอิอิ..
แวะมาเยี่ยมคุณหมอครับ
เป็นกำลังใจให้ครับ
สวัสดีครับคนคลั่งกาแฟ
สีข้างหายไปจริงๆครับ เพราะทุกวันผมกับดันดีจะช่วยกันทำงาน ช่วยกันเฉิ่ม ช่วยได้หลายอย่างมาก
งานนี้ ทั้งคิดถึงเพื่อน ทั้งรู้สึกโดดเดี่ยวเล็กน้อย ได้แต่หวังว่า เดือนพฤศจิกายน เขาน่าจะมาทำงานได้จริงๆเสียที
แปลกนะครับ ที่นี่เป็นประเทศที่รุ่มรวย แต่ผมกลับไม่ค่อยเห็นเด็กอ้วนเท่าไหร่นัก เด็กๆเล่นกีฬากันจนเป็นแฟชั่น เดินขึ้นรถเมล์หิ้วอุปกรณ์กีฬากันเป็นแถวๆ เพิ่งมาเห็นแบบเตะความรู้สึกก็วันนี้นี่แหละ
ลูกชายเริ่มสนใจสาวบ้างหรือยังครับ
สวัสดีครับ
ขอบคุณที่มาเยี่ยม วันนี้ได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกคน ยินดีจริงๆ
สวัสดีค่ะ
สะดุดตาที่.....
เด็กชายคนนี้น่าจะอายุราวขวบกว่าๆ แต่ตัวอ้วนตุ๊บ แม่เธอก็อ้วน กำลังป้อนข้าวยัดเข้าปากลูก ป้อนหาย ป้อนหาย คนก็นั่งมองด้วยความตะลึง ว่าเธอเลี้ยงลูกได้อย่างไร เก่งจริงๆ ?!?
ตรงข้ามกับหลานเลยค่ะ
ป้อนที หลบซ้าย หลบขวา ไม่อยากทาน ชอบแต่ผลไม้กับนม
แต่อ้วนก็ไม่เอานะคะ อยากให้แค่กำลังพอดีๆ และซนเยอะๆ สมเป็นผู้ชาย
ปล่อยไปเลยครับคุณศศินันท์
ผมนี่เป็นปรมาจารย์เลี้ยงลูกผอมเลยนะครับ...ฮา
ลูกผมก็กินผลไม้เก่งยังกะลิง กินทุกอย่าง
วันก่อนกลับไปจากสิงคโปร์ ซื้อกีวี่ไปฝากลูก คุณจ้าลองกินดู ก็พบว่า คันปากคันลิ้น ร้องเจี๊ยกเลยครับ
สวัสดีครับ
ทุกครั้งที่ได้อ่านเรื่องราวในบันทึกของคุณหมอ ผมจะรู้สึกตลอดเวลาว่ากำลังอ่านบันทึกชีวิตประจำวันของเจ้าของบันทึก ซึ่งมักจะมีรายละเอียดของจังหวะชีวิตจากเช้ายันค่ำ ...
ผมเป็นกำลังใจให้เสมอนะครับ..
สวัสดีอีกครั้งค่ะ คุณหมอธนพันธ์
มาตอบเรื่องลูกชายค่ะ ..หอยโข่ง ตอนนี้ยังไม่เหล่สาว..แต่เห็นพยายาม ขึ้นขี่เพื่อนชายด้วยกันนี่แหล่ะ..เอิ้กๆๆ..
ตอนนี้ หอยโข่งยกขาฉี่ ก็ยังไม่เป็นเลยค่ะ...
ตอนนี้ผมก็กำลังโดดเดี่ยวครับ เพื่อนป.เอก ขออนุญาตอาจารย์กลับหมดแล้ว มีผมที่ต้องนั่งฟังการรายงานผลการวิจัยของนศ.ป.โทอยู่คนเดียว หาเหตุผลขอกลับก่อนไม่ได้ ช่วงถือศิลอด โกหกไม่ดี ฮิฮิ
สวัสดีครับอาจารย์แผ่นดินแดนไทย
ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ครับ
บันทึกชีวิตสอนผมหลายอย่างครับ
ที่ได้มาอย่างไม่คาดฝันก็คือ ตราบเท่าที่เราไม่เขียนข้อความที่โกหกชกลมไปแล้วนั้น เราก็จะรู้ว่าเราเป็นคนยังไง คิดยังไง
สวัสดีคอกาแฟครับ
ลูกชายยังยกขาฉี่ไม่เป็น เพราะแม่ไม่สอนรึปล่าวครับ
อาจารย์จารุวัจน์ครับ
ช่วงถือศีลอดนี่ ท่าทางจะงดหลายอย่างเลยนะครับ โกหกก็ไม่ได้ (เอ..เรื่องนี้ถึงไม่ถือศีลอดก็ไม่ทำไม่ใช่หรือ)
สวัสดีครับคุณอ้อยควั่น
สาวใต้ (ใช่ไหม)
อยู่ทางใต้ ระวังรักษาตัวด้วยนะครับ
วันนี้ผมได้เพื่อใหม่อีกคนนึงแล้ว
ดีใจครับ