เติบโตอย่างยืน ไม่ใช่เติบโตด้วยจังหวะหรือโอกาส

             เป็นอีกประโยคหนึ่งที่ผมได้บันทึกไว้ในกระดาษหน้าหลังกำหนดการสัมมนา   ที่ยังเก็บไว้ในกระเป๋าถือหิ้วไปหิ้วมาทุกวัน "เติบโตอย่างยั่งยืน  ไม่ใช่เติบโตด้วยจังหวะหรือโอกาส"  คุณทวีสิน  จากบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย  จำกัด  พูดเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2550 ในตลาดนัดความรู้กรมส่งเสริมการเกษตร

             วิเคราะห์ลงไปลึก ๆ ตามความรู้สึกของผม  ก็คือการมีภูมิคุ้มกัน  ตามแนวปรัชญา"เศรษฐกิจพอเพียง"  ขอชื่นชมองค์กรขนาดใหญ่อย่างนี้ที่มีความคิดสร้างสรรค์   อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง  ทั้งสังคมภายในองค์กร  และสังคมภายนอกองค์กร  ผมว่าการปฏิบัติตามที่คุณทวีสินพูดก็ทำได้ยากไม่ใช่น้อย   แต่ในตอนนี้เขาเดินไปถึงที่นั่นแล้ว  

             การมีภูมิคุ้มกันก็ไม่ไช่มีความหมายว่าคุ้มกันแต่ตนเองแต่คงคุ้มกันไปถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง คือ  ผู้บริโภคปลายทางและสังคมเขา   บุคลากรภายในสังคมวัฒนธรรม   กระบวนการจัดการภายใน   ผู้ส่งมอบวัตถุดิบซึ่งเป็นคนภายนอกและสังคมเขา   สังคมโดยภาพรวมทั้งหมด 

            ซึ่งในทุกภาคส่วนเหล่านี้มีความเชื่อมโยงเกื้อกูลกันจนแยกกันไม่ออก  วรรคหลัง "ไม่ใช่เติบโตด้วยจังหวะหรือโอกาส"  ดูผิวเผินแล้วธรรมดาแต่ลึก ๆ ไม่ธรรมดา  เพราะเป็นแนวคิดที่โอบอ้อมอารี  คือไม่ใช่เพื่อเอาเปรียบ  ไม่ใช่ถือโอกาสในช่วงจังหวะที่คนอื่นเสียท่า   ไม่ใช่เพื่อผลกำไรที่เป็นตัวเงินแต่เอาความยั่งยืนโดยรวมมาเป็นผลกำไรน่าจะแบบเราสบายเขาก็สบาย 

           ในการอยู่ร่วมกันในการการทำงานองค์กรใหญ่  หน่วยงานราชการถ้าทุกคนคิดถึงประโยคนี้คงทำให้หลาย ๆ อย่างดีขึ้นและสังคมมีความสุขขึ้น

           ผมอาจตีความไปเองในหลาย ๆ ส่วนคือประเมินว่าน่าจะมีความหมายอย่างนั้น   เพราะ KM ปูนซิเมนต์ไทย   ได้เดินทางไปไกลแล้วระยะหนึ่ง   ท่านใดที่ได้ฟังร่วมกันอยากให้ช่วยแลกเปลี่ยนด้วยครับ   

                        บันทึกตอนที่ 1 อยู่ที่นี่ครับ

                                                                            ชาญวิทย์-นครศรีฯ