ก็ได้แต่มองไปรอบๆ บ้านพี่รัจนา มีคอกไก่ มีไก่อยู่รอบๆ บริเวณคอกประมาณ 20 ตัว มีบ่อล่อปลา และได้ปลาทั้งแจกทั้งที่ขายไปแล้ว เฉพาะที่ขายได้ ปีนี้หมื่นกว่าบาท มีปลูกมะละกอ ฟักทอง สำหรับมะละกอ ยังมีมะละกอชำอยู่ในถุงชำด้วย พี่รัจนาว่าเพาะไว้มีที่ว่างตรงไหน ก็ปลูก มีแนวคิดว่าจะปลูกริมถนนภายในหมู่บ้านด้วย
  • เมื่อวาน (2 ต.ค.50) ช่วงเช่าที่ได้นัดกับพี่พวงรัตน์ คำหอม คุณอำนวยตำบลเสาเภา พัฒนากรประสานงานตำบล จะเข้าเยี่ยมเกษตรกรของหมู่ 8 ตำบลเสาเภา ระหว่างเดินทางก็ประสานงานกับพี่รัจนา ทรัพย์มี  ส.อบต. ที่จะนำเยี่ยมบ้านและเยี่ยมแปลงด้วย  ปรากฎว่าพี่รัจนาต้องเดินทางนำรถไปตรวจเช็คตามนัดของบริษัทรถยนต์ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช เป็นอันว่าไม่ได้ตราจเยี่ยมในตอนเช้า ผมก็ไปส่งพี่พวงรัตน์ ที่ว่าการอำเภอสิชล ก่อนจะเลยไปสำนักงานเกษตรอำเภอสิชล  ซึ่งที่ว่าการอำเภอสิชล อยู่ที่ตำบลทุ่งปรัง  ส่วนสำนักงานเกษตรอำเภอสิชลอยู่ที่ตำบลสิชล  บริเวณสถานที่ตั้งที่ว่าการอำเภอเดิมครับ
  • ไปถึงสำนักงานก็ตรงเข้าไปห้องคอมพิวเตอร์ เปิดเครื่อง ไปดูเอกสารบนโต๊ะทำงาน มีหนังสืออยู่บนโต๊ะ 1 ฉบับคือเรื่องการส่งสาวงามเข้าประกวดในงานประเพณีวันสาร์ทเดือนสิบ ของจังหวัดนครศรีธรรมราช  อำเภอสิชลส่งสาวงามด้วย และแจ้งให้ส่วนราชการแจ้งเจ้าหน้าที่ไปร่วมเชียร์ ร่วมให้กำลังใจกันในคืนวันที่ 10 และ 11 ตุลาคม 2550 ณ บริเวณทุ่งท่าลาด อ.เมืองนครศรีธรรมราช ครับ
  • ผมทำอะไรบ้างในวันที่ อยากบันทึกไว้ในที่นี่ครับ อย่างน้อยได้ทวนความจำเมื่อต้องการจะย้อนอดีต
  • คีย์ยื่นคำขอจดทะเบียนกลุ่มวิสหกิจชุมชนออนไลท์ ผมต้องคีย์เองเพราะว่าขณะนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลของสำนักงานเป็นคนเก่งครับ มีความรู้ความสามารถ จึงสอบบรรจุเป็นข้าราชการกรมสรรพากรได้ และได้ลาออกจากสำนักงานฯ ไป เดือนกว่าๆ แล้ว ไม่มีบันทึกข้อมูล  งานยังต้องทำต่อครับ ผมจึงต้องนั่งคีย์ข้อมูลด้วยตนเอง  เมื่อนั่งหน้าคอมแล้วก็มีงานให้คีย์อีกคือขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยธรรมชาติ ซึ่งเกษตรอำเภอ (นายพยงค์ ยอดไสว) จะต้องนำเข้าที่ประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ของอำเภอสิชลในวันนี้ (3 ต.ค.50) เมื่อให้ทุกคนได้รับทราบขั้นตอน  มีเอกสารอยู่แล้ว ทำไมต้องคีย์ใหม่เพราะตัวหนังสือไม่ชัด ถ่ายเอกสารก็จะมองไม่เห็น จึงต้องทำต้นฉบับขึ้นมาใหม่ครับ ผมบันทึกนี้ที่บ้าน เสียดายไม่ได้ติดไฟล์ขั้นตอนการช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยติดมาด้วย ยังไงผมจะนำขึ้นเก็บไว้ในเวปที่ผมดูแลอยู่ด้วย เพื่อประโยชน์สำหรับทุกคนครับต่อไปครับ
  • และภาคบ่ายผมก็เข้ามาแวะที่ว่าการอำเภอเพื่อรับพี่พวงรัตน์ ไปตรวจเยี่ยมแปลง ก็ได้รับหนังสือเชิญประชุมเรื่องกรรมการจัดงานวันประเพณีชักพระ ของอำเภอสิชล ระหว่างวันที่ 27-28 ตุลาคม 2550  อำเภอนัดกรรมการจัดงานทุกคนประชุมในวันที่ 4 ตุลาคม 2550 เวลา 13.00 น. ณ หอประชุมอำเภอ
  • ออกจากที่ว่าการอำเภอพร้อมด้วยพี่พวงรัตน์ ตรงเข้าไปบ้านพี่รัจนา (ส.อบต.หมู่ 8 ต.เสาเภา) จอดรถเรียบร้อยก็คว้ากล้องถ่ายรูปคู่ชีพซึ่งวางอยู่ในรถ ลงจากรถตรงไปยังคอกไก่ของพี่รัจนา ปรากฎว่ากล้องถ่ายรูปหมดแบตเตอรี่ ก็ได้แต่มองไปรอบๆ บ้านพี่รัจนา มีคอกไก่ มีไก่อยู่รอบๆ บริเวณคอกประมาณ 20 ตัว มีบ่อล่อปลา และได้ปลาทั้งแจกทั้งที่ขายไปแล้ว เฉพาะที่ขายได้ ปีนี้หมื่นกว่าบาท มีปลูกมะละกอ ฟักทอง สำหรับมะละกอ ยังมีมะละกอชำอยู่ในถุงชำด้วย พี่รัจนาว่าเพาะไว้มีที่ว่างตรงไหน ก็ปลูก มีแนวคิดว่าจะปลูกริมถนนภายในหมู่บ้านด้วย  หลังจากนั้นก็เดินไปเยี่ยมแปลงปลูกฟักทอง แปลงข้าวโพด แปลงแตงกวา แปลงถั่วฝักยาว ในบริเวณเดียวกัน
  • พี่รัจนาบอกว่าตั้งแต่มีการส่งเสริมให้ปลูกผัก ชาวบ้านเก็บผักมาฝากเกือบทุกวัน ไม่ต้องซื้อ แต่ได้กินทุกวันครับ
  • ผมเดินไปดูถังหมักชีวภาพ ซึ่งทำไว้ใช้เอง ผลการนำน้ำหมักไปใช้ ทำให้ผักที่ชาวบ้านปลูกกันมีความสวยงาม ไม่มีร่องรอยการทำลายของแมลงศัตรูพืช ในแปลงผักมีการนำเอาขี้หมู (มูลสุกร) ขี้วัว (มูลโค) ขี้ไก่ (มูลไก่) ไปใช้กัน และมีการใช้ปูนขาว ปรับสภาพความเป็นกรดเป็นด่าง ตามที่ผมได้แนะนำไว้ในเวทีการประชุมของหมู่บ้านครับหมู่บ้านนี้มีการประชุมกันทุกเดือน
  • ก่อนออกจากบ้านพี่รัจนาก็จัดการเอาน้ำสกัดชีวภาพใส่ขวดให้พี่พวงรัตน์ นำไปใช้ที่บ้านด้วย 1 ขวดน้ำดื่มครับ
  • บันทึกไว้เพื่อความทรงจำครับ แต่ก็ยินดีแลกเปลี่ยนกับทุกท่านที่เข้ามาอ่าน