ในอดีตความเข้าใจที่คนทั่วไปกล่าวถึงการไปต่างประเทศเป็นเรื่องของคนรวย เจ้านายระดับสูง เพื่อการท่องเที่ยวหรือการศึกษาดูงาน หรือการประชุมสัมมนาระหว่างประเทศ หรือการทำธุรกิจระหว่างประเทศ.... แต่ถ้าในความหมายของชนชั้นกลางลงมา คือการทำงานตั้งแต่กรรมกร จนถึงระดับหัวหน้างาน ที่มักเรียกกันว่า ไปนอก ความรู้สึกของคนทุกระดับแตกต่างกัน ในปัจจุบันมีบริษัททัวร์เกิดขึ้นมากมาย เราสามารถที่จะเลือกเพื่อการท่องเที่ยว พักผ่อน หรือเป็นส่วนประสานการศึกษาดูงาน คนทุกระดับที่พอจะมีพอจะกินก็ใช้บริการด้วยมองว่าชีวิตที่เกิดมา โอกาสสักครั้งได้เยือนต่างประเทศ ทำงานทั้งปีขอให้ได้พักผ่อน ได้ทำอะไรแปลกใหม่ ได้ไปในที่ที่ปรากฏบนแผนที่โลก ได้เห็นผู้คน วัฒนธรรม ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจริงๆที่ก่อนหน้านี้เคยดูแต่ภาพในหนังสือ เคยฟังแต่คนอื่นเล่าให้ฟัง เคยดูจากแผ่นซีดีที่เกี่ยวกับประเทศนั้น ๆ พื้นฐานการไปต่างประเทศของแต่ละคนแตกต่างกัน มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ “เงินในกระเป๋า” เพราะการไปต่างประเทศมีเงินหลักพันคงไปแค่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลักหมื่นเฉียดแสนไปประเทศอื่นๆ เท่านั้นจึงจะไปได้ ถ้าประเทศในทวีปยุโรป-อเมริกา หลักแสนทำให้อุ่นใจ แต่ก็มีปัจจัยอื่นกำหนดวงเงินในกระเป๋า เช่น จำนวนวันที่ไป ไปเป็นกลุ่มใหญ่-กลุ่มเล็ก ที่พัก อาหารการกิน สายการบิน ฯลฯ เป็นต้น
ผมมีประสบการณ์การเรียนรู้การไปต่างประเทศ หลายประเทศทั้งทุนส่วนตัวและทุนที่ได้รับการสนับสนุน ชีวิตนี้ไปเคยคิดว่าจะได้ไปไหน เพราะเป็นข้าราชการครูตัวเล็กๆ บนภูมิหลังที่มาจากครอบครัวหาเช้ากินค่ำ ประเทศแรกที่ผมได้ไปคือประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2540 ไปอยู่ญี่ปุ่น 11 วันด้วยทุนของมูลนิธิอิโกะอิโนะอิเอะ เรียกว่าทุกอย่างได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ แถมมี Pocket Money ให้อีก ถามว่าได้ไปอย่างไร คงเป็นเพราะมิตรภาพที่ชาวญี่ปุ่นมอบให้จากการที่เรามีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาไทยร่วมกัน ที่อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ในปีต่อๆมา ผมได้มีโอกาสไปประเทศอื่นๆทุกปี ล่าสุดเมษายน 2550 ผมไปประเทศเกาหลีใต้ และประเทศออสเตรเลีย จึงทำให้ผมได้เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ โดยเฉพาะการจัดการศึกษาของประเทศนั้นๆ อย่างรู้คุณค่า ในวันที่ 7-9 ตุลาคม 2550 ผมต้องไปประเทศสิงคโปร์ ซึ่งสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานช่วงชั้นที่สี่ จังหวัดพิษณุโลก ที่มีท่าน ผอ.ช่วยชาติ ตันตระกูล เป็นนายกสมาคมฯ มีผมเป็นเลขานุการ จัดโครงการนี้สำหรับครู ร.ร.มัธยมศึกษาตอนปลายของจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 42 โรงๆละ 2 คน มีศึกษานิเทศก์ สพท.พล.เขต 1-3 สพท.ละ 3 คน รวมทั้งหมด 100 คน โดยเสนอของบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งท่านนายก อบจ.พิษณุโลก (นายธวัชชัย กันนะพันธุ์) สนับสนุนงบประมาณ ครูที่เข้าร่วมโครงการสมทบบางส่วน สมาคมฯ สนับสนุนบางส่วน เรียกว่า ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม โดยท่านนายกอบจ.พิษณุโลก เป็นหัวหน้าทีม มีท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก(นายสันติ กรุสวนสมบัติ) ผู้อำนวยการกองการศึกษาฯของอบจ.พิษณุโลก (นายสมนึก ประเสริฐปาลิฉัตร) รองประธานสภา อบจ.พิษณุโลก (นายวิเชียร ภักดี) เป็นคณะผู้ใหญ่นำพาพวกเรา ลัดฟ้าสู่ประเทศสิงคโปร์ ผมไปประเทศสิงคโปร์ ครั้งแรก เมื่อปี 2548 ด้วยโครงการที่ อบจ.พิษณุโลก จัดให้กับผู้บริหารโรงเรียนทั้ง 3 สพท. ที่มีสมาคมฯเป็นหน่วยงานประสาน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ผมไป ไปทำหน้าที่ดูแลประสานประโยชน์ ทำอย่างไรให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ ครูทุกคนประทับใจ และกลับบ้านโดยปลอดภัย มีคณะกรรมการสมาคมฯเดินทางไปครั้งนี้ 3 ท่าน คือ ผอ.ช่วยชาติ ตันตระกูล ผอ.นพดล ทองสุก และผม มีเจ้าหน้าที่สมาคมฯ ที่เป็นคุณครูจาก ร.ร.จ่านกร้อง 3 ท่าน ที่มีคุณครูสุขุมาลย์ ธำรงโชติ แม่บ้านสมาคมฯ ขนานแท้เป็นหัวหน้า ผมต้องขอบคุณท่านนายก อบจ.พิษณุโลก ที่ให้โอกาสครูมัธยมศึกษา และคณะกรรมการบริหารและสมาชิกสมาคมฯ ทุกท่านที่กรุณาจัดโครงการดีๆนี้ สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับคุณครู และหลายท่านเป็นครั้งแรกของชีวิตที่มีโอกาสเยือนต่างประเทศ แม้จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่มีสิ่งดีๆให้ได้เรียนรู้ และเป็นจุดเริ่มต้นโครงการดีๆนี้ ให้มีในปีต่อๆไป
การไปต่างประเทศหากมองที่คุณค่าของชีวิต ที่ได้ประสบการณ์ตรง และนำวิธีคิดของการทำงานใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรา มาเทียบเคียงด้วยระบบ Benchmarking นำไปสู่การเปลี่ยนวิถีการทำงานของเรา เป็นการเปลี่ยนแปลงองค์กรในทางที่ดี การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ดี รับสิ่งใหม่ๆ นำมาปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ก็จะเป็น Best Practice ขององค์กรในที่สุด หากมองที่ความฟุ่มเฟือยไร้สาระ แก่นสาร ไปตามวิถีกรรมที่ตนเองได้รับ ชอบที่จะมีชีวิตอยู่นิ่งๆ ก็เป็นมุมมองของแต่ละคน คนเรามีความแตกต่างกัน...ดังคำพุทธพจน์ที่พระพุทธองค์ทรงเปรียบมนุษย์เป็นเช่น ดอกบัวสี่เหล่า ไม่ว่าความคิดของท่านจะแตกต่าง แต่ก็เป็นความคิดที่ถูกต้องเสมอในมุมมองของตนเอง ใช่ไหมครับ.
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์...จอหงวน
ขอบคุณค่ะที่ไปเยี่ยมบันทึกครูอ้อยตั้งแต่เช้า..มีความสุขกับการทำงานทั้งวันนะคะ
ก็ดีครับอาจารย์ที่เล่าสู่กันฟัง
สิ่งที่เราทำลงไป ตัวเรารู้ดีที่สุด รู้ดีกว่าใครเพื่อนบนโลกใบนี้ คนอื่นๆเป็นผู้เฝ้าดูการกระทำของเรา เราไปเมืองนอกมา เรานำไอเดียของเขามาประยุกต์เข้ากับการทำงานของเรา ก็นับว่าได้ประโยชน์ เกิดประโยชน์ คนอื่นก็ชื่นชม แต่ถ้าเราไม่ได้นำมาทำอะไรเลย ก็สมควรแล้วที่คนอื่นเขาจะว่า "เปล่าประโยชน์" หรือ "ไปศึกษาดูงานต่างประเทศก็งั้นๆ เอาเงินมาซื้อคอมฯ ให้นักเรียนเล่นดีกว่า" ประมาณนั้น
ผมคิดอย่างนี้นะครับอาจารย์
เรียน ท่านจอหงวน
ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ช่วงชั้นที่สี่ จังหวัดพิษณุโลก ที่มีท่าน ผอ.ช่วยชาติ ตันตระกูล เป็นนายกสมาคม และท่านจอหงวน เป็นเลขานุการ ได้ประสานงานและดำเนินการให้มีโครงการที่ดีๆเช่นนี้ให้กับครู ทั้ง 42 โรงเรียน โดยการสนับสนุนของ ท่านธวัชชัย กันนะพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือกันจากทุกภาคส่วน ในการที่จะพัฒนาวิสัยทัศน์และศักยภาพครู ในจังหวัดพิษณุโลก อันจะเป็นประโยชน์ที่จะส่งผลสู่การพัฒนาผู้เรียนอย่างมาก ดิฉันมีโอกาสไปศึกษาดูงานต่างประเทศ ด้วยความเมตตาของผู้ใหญ่ ให้ร่วมคณะเดินทางไปหลายครั้งหลายหนสิ่งที่ได้กับตัวเองมีคุณค่ามาก การที่เราได้รับประสบการณ์โดยตรง จึงเป็นการเรียนรู้ที่ยั่งยืน เป็นความรู้ที่ฝังลึก ตกผลึกในตัวเรา หลายสิ่งหลายอย่างที่ได้เรียนรู้ ดิฉันได้นำมาปรับประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนและการพัฒนานักเรียน จึงขอเป็นตัวแทนครูทั้ง 42 โรงเรียนในจังหวัดพิษณุโลก ขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน