เล่าเรื่องสิงคาลกสูตร ๘

การประกอบเนื่องๆ ซึ่งการดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท เป็นทางเสื่อมแห่งโภคะ  คือหัวข้อแรกแห่งอบายมุข ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงจำแนกโทษไว้ ๖ ประการ กล่าวคือ

  • ความเสื่อมทรัพย์อันผู้ดื่มพึงเห็นเอง
  • ก่อการทะเลาะวิวาท
  • เป็นบ่อเกิดแห่งโรค
  • เป็นเหตุเสียชื่อเสียง
  • เป็นเหตุไม่รู้จักละอาย
  • เป็นเหตุทอนกำลังปัญญา

ผู้เขียนคิดว่าโทษเหล่านี้ชัดเจนแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องขยายความให้เยิ่นเย่อ จะเล่าบางประเด็นที่ต่างออกไป....

............

สุรา+เมรัย + มัชชะ = สุราเมรยมัชชะ

สุรา หมายถึง เหล้ากลั่นทั่วไป

เมรัย หมายถึง เครื่องดองทั่วไป เช่น หวาก อุ กระแช่ สาโท หรือไวน์

มัชชะ หมายถึง น้ำเมาหรือของเมา ตามคำภีร์ท่านแก้ไว้เพียงสุราหรือเมรัยเท่านั้น... แต่ปัจจุบันนี้ ยาเสพติดทุกประเภทก็สามารถสงเคราะห์เข้าได้ในคำว่า มัชชะ นี้ได้...

วรรณคดีบาลี มีนิทานว่า เหตุที่ชื่อว่า สุรา เพราะนายสุราเป็นผู้ค้นพบ ประเด็นนี้ผู้เขียนแยกเล่าไว้ต่างหากสนใจลองดูที่ สุรา เมรัย มัชชะ

.......

อนึ่ง เฉพาะโทษข้อที่ ๖ ว่าด้วยเป็นเหตุทอนสติปัญญา ในอรรถกถาท่านยกตัวอย่างถึงพระสาคตเถระ ซึ่งเป็นต้นบัญญัติพระวินัยห้ามภิกษุดื่มสุรา ดังนั้น ผู้เขียนจะนำมาเล่าพอสังเขป...

เรื่องมีว่า พระสาคตเถระ จาริกผ่านมาทางตำบลท่ามะม่วงและได้เข้าพักที่โรงไฟซึ่งมีพญานาคตัวดุร้ายอาศัยอยู่ เมื่อไปถึงพระเถระก็ได้ปูอาสนะนั่งทำสมาธิ... พญานาครู้สึกโกรธที่มีผู้อาจหาญบุกรุกจึงได้บังหวนควันขึ้นมาเพื่อรบกวนพระเถระ... ท่านจึงบังหวนควันโต้สยบควันไว้ได้... พญานาคสู้ไม่ได้จึงเปลี่ยนมาเป็นพ่นไฟเข้าใส่พระเถระ... ท่านก็เข้าเตโชกสิณแล้วก็บันดาลให้ไฟเกิดขึ้นโต้กลับไปยังพญานาค... เมื่อครอบงำพญานาคได้แล้ว ท่านก็ลุกขึ้นแล้วก็เดินทางไปยังตำบลรั้วไม้งามเพื่อเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา.....

วีรกรรมในการกำราบพญานาคตัวนี้เป็นที่ชอบใจของชาวบ้านยิ่งนัก... ดังนั้น ชาวบ้านจึงปรึกษากันว่าจะถวายอะไรให้เป็นที่ชอบใจแก่พระเถระ ก็มีพระฉัพพัคคีย์ (กลุ่มภิกษุอลัชชีมี ๖ รูป) ยุยงว่า ให้ถวายสุราชั้นดีที่มีสีแดงดังสีเท้านกพิราบ ซึ่งเป็นที่นิยมของภิกษุทั่วไป... ประมาณนั้น

รุ่งเช้า ท่านสาคตเถระ ก็เข้าไปในเมืองโกสัมพีเพื่อบิณฑบาต แต่ละบ้านก็เตรียมสุราน้ำแดงชั้นดีไว้รอรับแล้วก็นิมนต์ให้พระเถระฉัน... ท่านฉลองสุราน้ำแดงที่ทายกเตรียมไว้ทุกบ้าน... หลังบิณฑบาตเสร็จแล้ว เมื่อกลับจากเมืองก็ล้มกลิ้งสิ้นสติลงด้วยความเมาที่หน้าประตูเหมืองนั่นเอง...

พระพุทธเจ้าก็ออกมาจากเมืองพร้อมภิกษุติตตาม ทรงพบเข้าก็ให้มีดำรัสให้หามพระเถระกลับวัด... เหล่าภิกษุก็หามมาวางไว้ที่วิหาร โดยผันศรีษะของท่านไปทางพระพุทธเจ้าประทับเพื่อแสดงความเคารพ แต่ประเดียวหนึ่งพระเถระก็กลับหันเท้าไปทางพระพระพุทธเจ้าประทับ เป็นอย่างนี้หลายคราว (คนเมาทำนองนี้ไม่แตกต่างกับปัจจุบันเลย)

เรื่องยังมีต่อ http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/sutta_item.php?book=2&item=575

สรุปว่า เพราะกรณีนี้ ทำให้พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติว่า ภิกษุฉันสุราต้องอาบัติ ซึ่งสมัยก่อนแต่นี้ยังไม่ไม่พระบัญญัติข้อนี้