ผมเอา KM (แนวปฏิบัติ) วันละคำของ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช มาทำความเข้าใจ เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างตามเรื่องของผม พร้อมกับทบทวนตนเองเพื่อตั้งเป้าหมายในการปรับปรุงตนเองทั้งในการทำงานแบบ KM และเขียนบันทึกบล็อกในโอกาสที่วันนี้เป็นวันเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่

นำ KM  (แนวปฏิบัติ) วันละคำ : 154. ทำ KM หรือเขียนบล็อกไม่ได้ดี ถ้า .... ของ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช จากบันทึกชื่อ ข้อแนะนำในการเขียนบล็อก ของ ดร.จันทวรรณ ปิยะวัฒน์ มาทำความเข้าใจพร้อมกับทบทวนตนเองไปด้วย ในโอกาสที่ 1 ตุลาคม คือวันเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่

ซึ่ง ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช เขียนว่าทำ KM หรือเขียนบล็อกไม่ได้ดี ถ้า ....

1. ทำหรือบันทึกเพื่อโอ้อวด หรือเพื่อเอาคะแนนเป็นเป้าหมายหลัก เพราะจะมีความปลอมอยู่ในนั้นเยอะเกิน   ข้อนี้ผมไม่ได้โออวดหรือเอาคะแนนเป็นเป้าหมายหลัก

2. เอาความรู้ในตำรา ในระเบียบราชการหรือหน่วยงานมาเขียนบล็อก ใหม่ๆละก็ใช่ แต่หลังๆความรู้ในตำรา ความรู้ในระเบียบราชการน้อยลง

3. ไม่ได้อยู่บนฐานของชีวิตจริงหรืองานประจำ อยู่บนฐานชีวิตจริงและงานประจำส่วนใหญ่

4. คิดว่าการเอาความสำเร็จมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนั้นเป็นความสำเร็จระดับ "สุดยอด" ทีแรกคิดอย่างนี้แต่ระยะหลังๆนี่ไม่คิดอย่างนี้แล้ว

5. ไม่มีการบันทึกผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือบันทึกไม่เป็นและไม่รู้วิธีในการบันทึก tacit knowledge บันทึกได้มากขึ้นแต่บันทึกไม่ค่อยเป็นและไม่ค่อยรู้วิธีการบันทึกtacit knowledge เท่าไหร่

6. ใจไม่เปิด หูไม่เปิด ปากไม่เปิด ตาไม่เปิด หรือเปิด แต่เปิดผิดทาง เปิดแบบมิจฉาทิฐิ ไม่เปิดแบบสัมมาทิฐิ หมายถึงเปิดโดยมีความเคารพผู้อื่น เห็นความสามารถและคุณค่าของผู้อื่นพร้อมไปกับความมั่นใจตนเอง และเห็นข้อจำกัดของตนเอง ข้อนี้เปิดใจ หู ปาก ตา ได้ทั้งมิจฉาทิฐิและสัมมาทิฐิ ไม่รู้จะมากไปทางฝั่งไหน แต่ในเรื่องเคารพผู้อื่น เห็นความสามารถและคุณค่าของผู้อื่นพร้อมไปกับความมั่นใจตนเอง และเห็นข้อจำกัดของตนเอง ก็คิดว่าทำอยู่แล้ว

7. ทำในระดับวัตถุ กายภาพ หรือระดับกิจกรรม ไม่ได้ลึกลงไปถึงระดับคุณค่าและจิตวิญญาณ ข้อนี้น่าจะใช่ทำอยู่ในระดับวัตถุ กายภาพ หรือระดับกิจกรรม ไม่ได้ลึกลงไปถึงระดับคุณค่าและจิตวิญญาณเท่าไหร่

8. ไม่ทำการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ออกไปนอกกลุ่ม นอกหน่วยงาน ไม่แสวงหาความรู้จาก best practice ของหน่วยงานอื่นมาต่อยอด ข้อนี้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ออกไปนอกกลุ่มแสวงหาความรู้จาก best practice ของหน่วยงานอื่นมาต่อยอดอยู่แล้ว  

9. ไม่มีการ re-use ความรู้ที่ตนร่วมกันสร้างขึ้น ก็คิดว่ามีการใช้ความรู้ซ้ำอยู่มากเหมือนกันเพื่อยกระดับการปฏิบัติให้ดีขึ้น

10. หน่วยงานมีวัฒนธรรมอำนาจยึดครอง ใช่เลย

11. ไม่มองในแง่บวก มีอคติกับสรรพสิ่่ง ผมคิดว่าผมมองบวกและไม่ค่อยมีอคติกับสรรพสิ่งนะ

12. ความไม่เข้าใจวัฒนธรรมการเรียนรู้ ไม่เข้าใจวิธีการใช้บล็อก และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายใต้วัฒนธรรมดังกล่าว พอจะเข้าใจอยู่บ้าง

13. ไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของบล็อกอย่างแท้จริง ใช้การเขียนบันทึกเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ที่ไม่สร้างสรรค์ ไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของบล็อกอย่างแท้จริงอาจจะใช่ แต่ที่ไม่สร้างสรรค์ไม่ค่อยมี

14. มัวติดยึดที่รางวัล ไม่ติดยึดรางวัล

15. คิดแข่งขันกับผู้อื่น แต่ไม่ได้มองพัฒนาการตน ไม่คิดแข่งผู้ใด แข่งกับตนเองครับ

16. ไม่รักที่จะสนุกในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับบุคคลอื่น ไม่มีอารมณ์ดีในขณะที่เขียน ซึ่งเป็นอารมณ์ของผู้ให้และเกิดความภาคภูมิใจ อันนี้สนุกกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับบุคลอื่น มีอารมณ์ดีบ้างเครียดบ้างขณะเขียนขึ้นกับเรื่องที่เขียน ส่วนมีอารมณ์ดีและภาคภูมิใจที่เป็นผู้ให้นั้นอันนี้มีมากเลย

17. ไม่รู้จักและไม่เข้าใจคำว่า "มิตรภาพ" คิดว่ารู้จักและเข้าใจ แต่ก็ยังไม่ใช่ระดับที่สูงส่ง

18. ไม่รู้จักและไม่เข้าใจคำว่า "ให้" ที่เป็นการให้ด้วยใจและเจตนาที่ดีงาม ไม่มุ่งเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนหรือหน่วยงานของตน และลดตัวตนให้น้อยที่สุด คิดว่าให้ด้วยใจและเจตนาที่ดีงาม ไม่มุ่งเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนหรือหน่วยงานของตนและลดตัวตนให้น้อยที่สุดอยู่แล้วนะ

19. เขียนบล็อกตามคำสั่งของเจ้านาย นายบอกให้เขียนก็เขียนไป อันนี้ไม่ใช่เลยพันเปอร์เซ็นต์

20. อยากจะประชาสัมพันธ์หน่วยงานของตัวเอง ไม่ใช่จุดประสงค์แต่อาจจะเป็นผลพลอยได้

ผมเอา KM  (แนวปฏิบัติ) วันละคำของ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช  มาทำความเข้าใจ เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างตามเรื่องของผม พร้อมกับทบทวนตนเองเพื่อตั้งเป้าหมายในการปรับปรุงตนเองทั้งในการทำงานแบบ KM และเขียนบันทึกบล็อกในโอกาสที่วันนี้เป็นวันเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่

บันทึกมาเพื่อ ลปรร. ครับ