วูบหนึ่งของชีวิตทำให้คิดถึงสิ่งที่กำลังผ่านเข้ามากระทบจิตใจ
ฉันคิดไปถึงว่าวาระสุดท้ายของชีวิตก่อนที่เราจะจากโลกนี้ไป ภาพต่าง ๆ ที่ผุดขึ้นกลางใจเราจะมีอะไรบ้าง ภาพแห่งความสุข ภาพแห่งความทุกข์ ภาพแห่งความผิดหวัง ภาพแห่งความผิดพลาดในอดีตที่ผ่านมาที่เราทำไว้ ใครที่เราทำให้เขาเจ็บช้ำใจ เราเคยโดนใครทำไว้บ้าง มันคงย้อนกลับมาให้เราได้ทบทวน เหมือนกันการฉายหนังม้วนเก่า
แล้วเราจะทำอย่างไร.......
เพราะเวลาที่เขาให้เรามานั้น.....มันกำลังจะหมดไป หมดไป หมดไป
เพียงแต่วันนี้....ฉันไม่ได้คิดว่าถ้าฉันจะตาย.....แต่ในห้วงความรู้สึกในเวลานี้ มันไม่ต่างกัน มันทำให้ฉันย้อนคิดไปถึงหนังม้วนเก่าซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความคิดคำนึงเมื่อถึงเวลาที่ฉันอาจจะต้องจากไป
.................
ความผิดพลาดในอดีตที่เคยทำไว้
มันไหลออกมาจากห้วงของความคิด
ฉันเริ่มนับ.........
เรื่องที่หนึ่ง
เรื่องที่สอง
เรื่องที่สาม
เรื่องที่สี่
มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำงานทั้งสิ้น
ฉันยังไม่มองไม่เห็นเลยว่า เรื่องไหนจะเกี่ยวกับเรื่องอื่นบ้างนอกจากงาน งาน งาน และงาน
........
ฉันกลับมานั่งย้อนคิด
วิเคราะห์
สังเคราะห์
อย่างถี่ถ้วนว่า
........
ขณะนี้ฉันอยู่ในอารมณ์ไหน
.........
ใครจะช่วยวิเคราะห์ให้ฉันได้
มี "เสียง" เหมือนส่งมาจากสวรรค์
เธอเป็นผู้ที่ฉันนับถือเหมือนแม่ เธอจะยอมรับและเข้าใจฉันเสมอ เข้าใจในทุกความผิดพลาดที่ฉันมี เข้าใจในสิ่งที่ฉันสับสน เธอจะแยกอธิบายให้ชัดเจนทีละเรื่อง ทีละเรื่อง แยกให้ฉันอกจากอารมณ์ที่ขุ่นมัวในจิตใจ โดยมีฐานความคิดที่ว่าไม่มีความผิดพลาดใดที่แม่ไม่เคยทำมาก่อน เพียงแต่เราเลือกได้ที่จะอยู่ หรือแยกให้ออกจากความขุ่นมัวนั้นโดยไม่ให้ติดอยู่ในใจเราได้อย่างไร เธอแยกให้ฉันทีละเรื่อง ทีละเรื่อง และมาสรุปตรงที่ว่า
"แก้วที่แตกในมือเรา เราจะกำมันไว้ให้เราเจ็บ ให้เราปวด หรือเราจะปล่อยมันไป เราเลือกได้" ฉันละอารมณ์ตรงนั้นได้ และขอบคุณในความดีงามที่ฉันมักได้รับอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะจาก "เธอ" ผู้เปรียบเสมือนแม่ที่คอยดูแลฉันตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา
ขอบคุณทุกวัน ขอบคุณที่อยู่เคียงข้าง มอบสิ่งที่ดีงามให้ชีวิตหนูเสมอมา
สู้ใหม่ สู้ต่อไป โดยมีใจของแม่ที่เราจะร่วมฝ่าฟันและสู้ไปด้วยกัน
ขอเป็นกำลังใจให้น้องอึ่งด้วยค่ะ เคยมีใครสักคนบอกพี่ไว้เช่นกันค่ะ ว่า เมื่อเรากำก้อนหินแน่นๆ เราก็เจ็บ เมื่อเราคลายมือเราก็จะไม่เจ็บ แต่เราเป็นผู้กำหนดเองว่าจะคลายหรือจะกำ … อ้อ นึกออกแล้ว เพลงค่ะ ฟังจากเพลง … แหะๆๆๆ
สวัสดีค่ะพี่อึ่งอ๊อบ
สบายดีนะคะ ^ ^
เห็นด้วยเลยค่ะว่า "แก้วที่แตกในมือเรา เราจะกำมันไว้ให้เราเจ็บ ให้เราปวด หรือเราจะปล่อยมันไป เราเลือกได้" เหมือนที่หลวงปู่ชาท่านเคยเทศน์ไ้ว้ (ทุกข์...มันเกิดเมื่อไหร่นะ ) ท่านบอกว่าเรื่องต่างๆ (ท่านเปรียบเป็นก้อนหิน) มันอยู่ของมัน ก้อนหินจะหนักก็ต่อเมื่อเราไปหยิบมันมายกไว้เท่านั้น ถ้าปล่อยก้อนหินอยู่อย่างนั้น ไม่ไปหยิบขึ้นมา ก็ไม่หนักนั่นเองค่ะ ^ ^
คิดถึงเสมอนะคะ
ขอบคุณ อ.แป๋วมานะคะ
ที่ส่งกำลังใจมาให้อย่างสม่ำเสมอ
สุขใจทุกครั้งค่ะ
ขอบคุณ อ.ตุ๋ย
มากนะคะ
พี่เขียนเรื่องนี้นึกถึง อ.ตุ๋ย ทันที แล้วคิดว่า เดี๋ยวน้องต้องมา อืม.....ไม่ใช่ปา-ติ-หาน แต่เราเลือกได้จริง ๆ ....ใจส่งถึงใจค่ะ
ป้าแดงขา
ดีใจ ๆ ๆ เจอกันแล้ว
ค่ะ...ใช่....เราสวย อย่างไรเราก็เลือกได้
แล้วเราจะเลือกไปดงหลวงด้วยกันนะคะ
อุๆอุๆอุๆ
สวัสดีค่ะคุณอึ่ง
พี่อึ่งอ๊อบ
ทุกคนก็เคยผิดพลาด และผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากด้วยกันทั้งนั้น ไม่มียกเว้น คิดได้อย่างนี้ก็จะปล่อยวางได้ง่ายขึ้น เอาเพลงมาฝากอ่ะ
Que sera, sera, Whatever will be, will be
The future's not ours to see.
Que sera, sera, What will be, will be.
เดี๋ยวหนูซื้อแก้วให้ใหม่นะ แก้วที่แตกแล้วก็ปล่อยมันไป ^ ^
สวัสดีค่ะพี่อึ่งอ๊อบ
คนเรามีวันสุข มีวันทุกข์ มีวันหัวเราะ และร้องไห้ได้เสมอ อยู่ที่เราจะรับด้านไหนในแต่ละวัน แต่สิ่งหนึ่งทึ่สำคัญคือเราต้องเป็นคนเลือกที่จะทำเรื่องสุขให้อยู่ในความทรงจำหรือเรื่องทุกข์ นั้นเก็บไว้สอนใจได้ค่ะ คนเราต้องก้าวไปอย่างมั่นคงค่ะ เลือกที่จะทำ เลือกที่จะเป็นได้เสมอ เป็นกำลังใจให้พี่นะค่ะ
ยิ้มกันค่ะ ยิ้มสู้ ยิ้มให้กับความทุกข์ ยิ้มให้กับความสุขที่เกิดขึ้น ใจเราจะลดความทุกข์ไปได้ครึ่งนึงเลยค่ะ เหมือนที่ราณีเคยทำ
ขอบคุณนะค่ะ สำหรับมิตรภาพที่แสนดีที่จังหวัดพิษณุโลกค่ะ แวะมาเมื่อไรอย่าลืมบอกนะค่ะ จะพาไปเที่ยวเองเลยค่ะ
ดีใจที่เปิดบันทึกนี้อ่านแต่เช้า ได้กำลังใจดีค่ะ
จะกลับมาบอกว่า แก้วน่ะ เอาไปแปลงสภาพได้นะคะ
โอ๋...น้องรัก
ครูอ้อยผ่านมาแล้วค่ะ..เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ
...ใจดวงหนึ่งเปราะบางเหมือนอย่างแก้ว
และแตกแล้วแหลกราญเป็นผุยผง
แม้เก็บเศษรวมกันอย่างบรรจง
มันก็คงประสานได้ไม่เหมือนเดิม...
แก้วที่แตกแล้ว แม้ไม่อาจนำมาเชื่อมประสานให้สมบูรณ์ดีเหมือนเดิมได้ แต่อย่างน้อยเราก็ยังได้ค่อยบรรจงลงมือเก็บเศษแก้วนั้นมาหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยความอุตสาหะ ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย...ไม่ใช่หรือครับ...
สวัสดีครับ.. พี่สาวที่แสนดี..และอบอุ่น
ผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า โลกไม่เคยปล่อยให้คนดีต้องอยู่อย่างเดียวดาย ...
ผมเป็นกำลังใจเสมอ นะครับ
ขอบคุณคุณครูบัวชูฝักมากเด้อค่ะ
ครูหญ้าบัวด้วย
กำลังใจมีให้กันเสมอ....ไม่ได้เจอก็คิดถึงค่ะ (ครูหญ้าบัวเปลี่ยนรู้เหอะเอาเสื้อเหลือแจ่ม ๆ ที่งาน KM อ่ะ..อิอิ)
ซูซานขา
วันงาน KM พิษณุโลก อยู่ห้อง blog ได้นำ Theme สวย ๆ ของซูซานไปนะนำให้ blogger น้องใหม่ด้วย
ชอบกันมากเลย ขอบคุณนะคะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจด้วย
แต่จะให้สวยน่าจะมี Theme สวย ๆ มาให้อีกเน๊าะ
อิอิ
ขอบคุณสำหรับสาวน้อยหัวใจเกินร้อย อ.ราณี
ความสุขที่มอบให้ระหว่างอยู่พิษณุโลกจะไม่มีวันลืมเลยค่ะ
ว่าแต่มาเชียงใหม่เมื่อไร ขอรับรองบ้างนะคะ
จุ๊บ ๆ