คนที่เข้ามหาวืทยาลัยนี้แล้ว ไม่ต้องน้อยหน้าใคร เพราะบางวิชาก็ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัยแห่งอื่น

   วันนี้รู้สึกสดชื่นจัง ตื่นขึ้นมาพบหยาดน้ำฝน ทียังค้างตามใบไม้ ใบหญ้า ต้องแสงอรุณวับวาวทีเดียว ธรรมชาติทำให้เรารู้สึกดีเสมอ ขอเพียงจะมีใจเหลือบแลเขาบ้างเท่านั้น ยิ่งได้เขียนบันทึก เรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ของพ่อหลวง ก็ยิ่งมีความปิติใจ ที่เป็นผู้หนึ่งที่ทำตัวเป็นประโยชน์ ต่อชาติบ้านเมืองบ้าง เพราะแนวทางนี้ สุดยอดแห่งการดำเนินชีวิต ทุกๆด้านแล้ว จากบันทึกเมื่อวาน ได้มีผู้ให้ความคิดเห็น (คุณเกษตรยะลา,คุณUmi ,คุณGutjang,คุณเขียวมรกต,และคุณบัวชูฝัก)และผู้เข้ามาสนใจ ตามตัวเลขที่ปรากฎ ก็สร้างกำลังใจให้ไม่น้อย และขอขอบคุณผู้นำจิ๊กซอความดีที่ทำไว้แล้ว มาต่ออีก 1 ท่านคือคุณครู ผู้มีอุดมการณ์ส่วนอีกหลายท่านที่เข้ามาให้กำลังใจสมำเสมอ พี่เกษตรยะลา ที่เฝ้าดูแลเกษตรกร ของท่านอย่างมุ่งมั่น โดยเฉพาะช่วงวิกฤตลองกอง ที่ทำให้ผู้เขียนต้องซื้อลองกองกินแทบทุกวัน จนบางวันก็สงสัยว่า ของเก่ายังกินไม่หมดเลย ซี้อมาอีก ค่ะจะถือว่าพี่เกษตรยะลา นำจิ๊กซอมาต่อแล้วกันนะคะ จิ๊กซอความดี

      สิ่งที่ได้กล่าวข้างต้นนี้คือการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนอย่างธรรมชาติ ต่างก็ได้รับความรู้ที่ตนไม่เคยคุ้น เหมือนคนที่หมู่บ้านจำรุง ที่เขามีศูนย์การเรียนรู้ในหมู่บ้าน จาก 24 กิจกรรม ก็เรื่องของกลุ่มกิจกรรมต่างๆในหมู่บ้านนั่นแหละ ทั้งคนภายนอก ภายใน เข้ามาศึกษาได้ ที่สำคัญ เขาได้ปรับชื่อเรียกศูนย์นี้เป็นมหาวิทยาลัยบ้านนอก คนในชุมชน เข้ามหาวิทยาลัยนี้แล้ว ไมต้องไปน้อยหน้าใคร เพราะบางวิชา ก็ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัยอื่น คนที่มีอายุ ครบ 60 ปีทุกคน จะได้เป็นด็อกเตอร์ทุกคน ถือว่าจะต้องมีดีในชีวิตคนละอย่างอยู่แล้ว เมื่ออยู่มาได้ถึงขนาดนี้ และคงเป็นอาจารย์ด็อกเตอร์ ที่สอนศิษย์รุ่นหลัง ได้อย่างแตกฉานเสียอีก กระบวนการเรียนรู้นี้ น่ายกย่อง ภูมิปัญญาก็ไม่สูญหายตามสังขาร นึกๆว่าวันหนึ่ง เราต้องเกษียณ แล้วได้มีโอกาสให้เราได้ถ่ายทอดแบบนี้บ้าง คงทำให้ชีวิตที่เหลือมีความสุข มีคุณค่ามากขึ้น

    แต่ละปีจะมีนักศึกษา ระดับปริญญาเอก โท ตรี เข้ามาศึกษากับมหาวิทยาลัยนี้มากมาย ถ้าจะเอ่ยชื่อ ก็อาจจะรู้สึกประหลาดใจ ว่าท่านเหล่านี้ มีความคิดที่สุดยอด เพราะการได้มาเรียนกับชีวิตจริงนี้ เป็นการเรียนรู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุด

  หมู่บ้านจำรุง เป็นต้นแบบ กับแนวคิดนี้ และอาจมีอีกหลายแห่ง แต่ผุ้บันทึก ยังไม่ทราบ ก็ต้องขอชื่นชม กับความเป็นตัวของตัวเองในหมู่บ้าน และผู้นำที่ยอดเยี่ยม ถึงตรงนี้ ผู้บันทึกเองก็กำลังวางแผนอยู่ในใจเหมือนกัน กับโอกาสที่ตนเองได้มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบหมู่บ้าน อยู่ 7 หมู่ และประชากร 6,000 กว่าคน ซึ่งแนวคิดที่จะทำนี้ จะได้นำเสนอให้รับทราบในโอกาสต่อไป

   เมื่อได้อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ หลายท่านคงอยากมาเยี่ยมชม หมู่บ้านจำรุงกันแล้ว ก็สามารถมาได้ทั้งเป็นหมู่คณะ จะเสียค่าใช้จ่าย 1,000 บาท ท่านว่าเอาไว้บริหารจัดการ อาหารการกินต้อนรับท่านนั่นแหละ หรือใครอยากมาส่วนตัว ก็มีโฮมเตย์ ให้พัก ชอบแบบไหนแจ้งมา ชอบครอบครัวธรรมะ ครอบครัวเฮฮา หรืออัธยาศัยแบบไหนบอก จะได้ถูกจริต และขอบอกว่ากันเองจริงๆ เพราะตื่นเช้ามาท่านต้องทำตัวเป็นสมาชิกที่ดีเลยนะ ประมาณว่าพบเจออะไรขวางหูขวางตา ทำได้เลย ตั้งแต่ล้างชาม กวาดบ้าน รดน้ำต้นไม้ ก็เจ้าของบ้านเขาต้องเข้าไร่สวนแต่เช้า ท่านจะกล้านั่งนอนเฉยๆหรือ แหม! ก็เราต้องการมาเรียนรู้วิถีชีวิตเขามิใช่หรือ

  อีกไม่กี่ตอน ผุ้เขียนก็คงจะจบเรื่องราวของบ้านจำรุง และเปลี่ยนมาเป็นหมู่บ้านที่ตนเองรับผิดชอบทั้ง7 หมู่ แต่ขอให้ชาวบ้านจำรุงได้รับรู้ว่า ท่านเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เขียนไม่ใช่น้อย และทราบว่าท่านผู้ใหญ่ชาติชายเองก็เป็นสมาชิกG2K เช่นกัน ขอกราบขอบพระคุณค่ะ ยังจะมีการเขียนถึงบ้านจำรุงอีกสัก 2-3 กระทู้ คอยติดตามต่อไปนะคะ สนุกมากๆ กับสูตรการทำปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมักของเขา แล้วพบกันค่ะ