วันนี้มีนักจัดการความรู้ทั่วประเทศ เดินทางมาร่วมกันถามตัวเองว่า KM.ของแต่ละคนแต่ละหน่วยงานมีอาการเป็นอย่างไร? การที่ได้ตรวจสอบต้นทุนเรื่องนี้เป็นสิ่งที่มีความหมายและมีความจำเป็น ไม่อย่างนั้นเราก็จะไม่รู้ว่าจะวางKM.ไว้มุมไหนของหัวใจ 

ท่านอาจารย์ใหญ่ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ได้ปาฐกถานำในประเด็นที่ชี้ชวนให้เห็น ให้คิด ให้ตีความ ให้ทบทวนอย่าเชื่อใคร คนไหนมาแนะนำว่าKM.เป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ก็รับฟังไว้อย่าเพิ่งเชื่อ จะเชื่อถือเชื่อมั่นได้ก็ต่อเมื่อเราได้เอาโจทย์นั้นมาทดลองทำด้วยตัวเอง ย้ำนะครับว่าทำด้วยมือตัวเอง ใจของตัวเองจึงจะได้เรียนรู้ ควรให้โอกาสใจตัวเองได้เรียนรู้ให้มาก ทำไมย้ำนักย้ำหนาเรื่องใจ  ก็เพราะKM.ใช้พลังใจในการขับเคลื่อน

ดังนั้นเราจึงเตรียมใจ เสริมใจ ในระดับหัวใจเสริมใยเหล็กกันเสียก่อน เมื่อใจพร้อมทุกอย่างก็แทบจะเรียกได้ว่าพร้อมแล้ว หลังจากนั้นเราก็มาพิจารณาเรื่องรองๆลงไป เห็นเตรียมหูไว้รับฟังเรื่องดีๆ เตรียมปากไว้ซักถามเรื่องดีๆ เตรียมความนึกคิดไว้พิจารณาเรื่อดีๆ  ในจุดคร่าวๆนี้เป็นส่วนของการเตรียมสัมภาระที่จะก้าวเดิน 

จุดต่อไปน่าจะเป็นเรื่องกระบวนการ การลงมือทำเป็นยุทธศาสตร์KM. มันเหมือนเพลงพม่าแทงกบเลยละครับ..KM.คือการแทงความรู้ อยากรู้ก็ต้องแทง ไม่แทงไม่รู้ จะมานั่งเปิดทฤษฎีว่าจะปฏิบัติอย่างไร ถ้าคิดอย่างนี้ก็บ้าแล้ว มันควรจะทำไปพร้อมกันหรือเหล่มองกันเป็นครั้งคราว ทฤษฎีบ้างเมื่อจำเป็นทบทวน ปฏิบัติไปบ้าง แล้วจะเห็นรอยต่อของกิจกรรม ลงมือทำให้กิจกรรมมีชีวิตกันเถิด เปลี่ยนความเข้าใจ ให้เป็นความตั้งใจร่วมกัน 

ถัดมาอาจารย์ใหญ่พูดถึงเครือข่าย เรื่องนี้ใช่เลย เป็นปัญหาใหญ่มากของคนที่อยู่ในระบบ ถ้าใครไม่เรียนรู้วิธีทำงานอิงระบบ เรียนรู้จักKM.ธรรมชาติ ชวนกันมาลงขันความรัก ความคิด ความรู้ แบบสบายๆ ทำตามใจชอบ แล้วค่อยเรียนวิชาทำใจให้ชอบในเรื่องยากๆได้ ควรเรียนรู้วิธีทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ทำเรื่องธรรมดาๆให้เป็นเรื่องพิเศษ ทำอะไรลงไปบอกใครๆได้ อธิบายได้ จึงควรมีการจดบันทึก เพื่อนำประสบการณ์นั้นมาพัฒนาชุดความรู้ของตนเอง และนำไปบอกเล่าเร้าพลังในวาระอันควร เส้นทางเครือข่ายðคิดðคุยðค้นðคุ้ยðคายðเคี้ยวðคิดðคุยðค้นðคาย  

การนำเสนอความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสังเคราะห์ความรู้ ต้องอาศัยเครื่องมือ เครื่องมือที่เรามีอยู่ในปัจจุบันก็นับว่าไม่ธรรมดา ถ้าพวกเราใช้Blog เป็นเครื่องมือ เอาBlogมาช่วยเราทำงานในทุกระดับทุกมิติ ผมคิดว่าเรามีปัจจัยในด้านความพร้อมที่จะเรียนไม่แพ้ผู้คนในประเทศอื่น วันนี้ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของประเทศ ถ้าเราโทรศัพท์ได้เราก็เข้าถึงระบบICT.ได้ ปัญหาอยู่ที่ว่าเราตระหนักในการที่จะเรียนยังแผ่วเบามาก ยังชอบก้าวกระโดดทั้งๆที่กระโดดยังไม่เป็น ยังดื้อตาใสกับเรื่องBlog อิอิ