คนซูกัน ในส้วมนอน งัวเข้าสวน สู่ขวัญน้อยยามมื้อแลง

ซู  การแต่งงานชาวบ้านอีสานที่แสนโรแมนติกและตื่นเต้น 

          สมัยก่อนหมู่บ้านของผมยังไม่มีไฟฟ้าใช้  รั้วบ้านก็ไม่มี  จะมีบ้างก็เป็นรั้วแบบเอาไม้แก่นร่อน (เอากิ่งและเปลือกออก) มาวางพาดเสาร่อง(แบบร่องตัว Y ) พออาศัยให้พวกบ่าวแวง  บ่าวใหญ่ลงเล่นอาศัยนั่ง (ลงเล่นกลางคืนตามหมู่บ้าน คุยกัน  ดีดพิณ  เป่าแคน เดินอ้อมหมู่บ้าน เล่นสาว ฯลฯ) ดังนั้นหมู่บ้านใหญ่ขนาด 100 – 200 หลังคาเรือน  ผู้คนจึงเดินลัดเลาะหัวบ้านท้ายบ้านได้สบาย  เวลากลางคืนบ้านไหนมีตะเกียงกระป๋องน้ำมันก๊าดวอมแวมจน 4-5 ทุ่ม  ก็พอรู้ได้ว่าลูกสาวบ้านนั้นกำลัง เล่นบ่าว"อยู่  ส่วนบ้านที่มีคนหนุ่มนั่งชุมนุมกันจะไม่ค่อยจุดตะเกียง  จะมองเห็นแต่ไฟยาเส้นแดง วาบ วาบ ในความมืด  การเล่นบ่าวก็คือมีผู้บ่าวขึ้นไปจีบสาวบนบ้าน  พ่อแม่สาวก็ (แกล้ง) เข้านอน  ปล่อยให้ลูกสาวเว้าบ่าวอยู่  ดึกมาท่านอาจง่วงหนักเลยนอนหลับสนิทไป  ทีนี้ละครับคำว่า ซู จะมาก็ตอนนี้แหละ

             ซู หมายถึง  การที่บ่าวสาวตกลงว่าจะร่วมเป็นผัวเมียกันเองโดยไม่ได้มีผู้ใหญ่มาสู่ขอ เมื่อรักกันมากแต่มีอุปสรรค เช่น ญาติฝ่ายสาวไม่ค่อยชอบ  ฝ่ายชายยังไม่มีค่าสินสอด... จึงเกิดการตัดสินใจกันเองมี  2 ลักษณะใหญ่ ๆ คือ

         1. ซูนั่ง  คือผู้ชาย(แอบ) เข้าไปนั่งคุยกับแฟนสาวของตนถึงในส้วมนอน (ห้องนอนสาว) จนสว่าง  อาจจะไม่ได้ล่วงเกินอะไรกันก็ได้ (ส่วนมากจะเป็นครอบครัวที่แม่ยายเป็นร้างหรือเป็นหม้าย  ถ้าพ่อตายังอยู่เจ้าหนุ่มอาจซูลำบากครับ)  พอฟ้าสว่างแม่ตื่นมาโวยวายลั่นคุ้มบ้านว่า โอ้ย บ้านเมืองเอย งัวเข้าสวน  งัวเข้าสวน ๆ ๆ เด้อพี่น้อง... (งัวก็นั่งอยู่ในส้วมนอนนั่นแหละครับ)

           2. ซูนอน  ก็เข้าไปอยู่ในส้วมนอนสาวเหมือนกันครับ  ผิดแต่เจ้าหนุ่มไม่ได้นั่งเฝ้าบ่อนนอน (ที่นอน) ของสาวเท่านั้น  แต่หมอกลับเข้าไปซ้อนบ่อน (นอนร่วมผ้าห่ม) กับสาวเลย

            ตื่นเช้ามาพอแม่ฝ่ายสาวจับได้ก็จะมีญาติพี่น้องฝ่ายสาวพากันมาตัน (ขวาง) ประตูส้วมนอนถือมีดถือพร้ามาขวางไว้ดูน่ากลัว   แต่ก็ไม่เคยได้ยินว่ามีญาติฝ่ายสาวคนไหนได้ฟันทำร้ายเจ้าบ่าวจอมซูคนนั้นสักที  ก็เป็นอันว่า  ญาติฝ่ายสาวต้องไปเรียกพ่อแม่ญาติพี่น้องฝ่ายชายมาสู่ขอปรับไหมกันไปตามประเพณี 

            การซูกันนี้  ส่วนมากจะจัดแต่งงานน้อยหรือสู่ขวัญน้อย กินลาบไก่ลาบปลาเลี้ยงสู่กันไปตามมีตามได้ในคืนวันถัดมาเลย  จะไม่รอเอาฤกษ์เอาชัยนานวันเหมือนการสู่ขอธรรมดา

          พิธีเอากัน (แต่งงาน/คำพูดปกติ) แบบนี้ชาวบ้านอีสานเรียกว่า  คนซูกัน  บ่าวซูสาว สาวซูบ่าวครับ  ก็โจษจรรย์กันไปทั่วหมู่บ้านไประยะหนึ่ง  ก็อยู่กันมาจนได้ลูกหลานเติบโต ส่วนหนึ่งปู่ย่าตาทวดก็ซูกันมาแบบนี่แหละครับ

           ส่วนการที่สาวหนีตามบ่าวนั้น  ชาวอีสานเรียกว่า  ผู้สาวแล่นนำบ่าวครับ  เคยมีคำถามผมว่า "อย่างนี้เรียกว่า ซูแล่นได้ไหม" ไม่เรียกกันครับ  พ่อแม่เสียใจ ซ้ำคนก็เรียกว่าเป็นคนพินลีน หรือเป็นคนเชียว/เคียวครับ  ผู้หญิงอีสานถูกเรียกสองอย่างนี้ไม่ดี

            สมัยนี้การแต่งงานแบบวิถีชาวบ้านอย่างนี้คงหายาก เพราะวัฒนธรรมเปลี่ยนไป  การซูกันค่อย ๆ หมดไป  มีแต่การไปตกลงกันที่อื่น เช่น ที่โรงแรม  รีสอร์ท ฯลฯ ซึ่งไม่เรียกว่าซู จะเรียกว่าอะไรก็สุดแล้วแต่จะเรียกนะครับเพราะเป็นเรื่องร่วมสมัยเรานี่เอง  เห็นไหมครับว่า คนซูกัน สุดแสนจะโรแมนติก และน่าตื่นเต้นแค่ไหน