วันหยุด แท้ ๆ แต่ ได้มานอนหง่าวอยู่กับบ้าน จมอยู่กับอารมณ์บูดเบี้ยว ..หงุดหงิดดีแท้ ..วันนี้ทั้งวัน นอกจากกองหนังสือที่ หยิบ ๆ จับ ๆ ปล่อย ๆ ก็เป็นอันได้มาจมอยู่หน้า TV ..ไม่เป็นไรน่า อายุเกิน 18 มาเกือบ 18 ปีแล้ว ดูหนังได้ โดยไม่ต้องรอผู้ปกครองอยู่แล้ว ..อิอิอิ
เจอหนังเรื่องหนึ่ง ..เรื่อง Ordinary people ตัวเดินเรื่องเป็นวัยรุ่น ผู้มี conflict และสับสนในตัวเอง ..เริ่มต้นเรื่องดูเหมือนจะเป็นเด็กหนุ่มที่มีปัญหา Depress และมีประวัติฆ่าตัวตาย ..เด็กหนุ่มได้รักษาตัวอยู่ 4 เดือน ตลอดเรื่อง เค้ากำลังเผชิญกับ เหตุการณ์ในอดีตที่คอยมาหลอน ..เด็กหนุ่มได้เสียพี่ชายไปกับอุบัติเหตุเรือใบล่ม กลางพายุ ตอนออกไปแล่นเรือใบด้วยกัน..เค้ารู้สึกโกรธ ..เสียใจ และโทษตัวเองต่อการตายของพี่ชาย .. ไม่เคยให้อภัยตัวเอง เค้าโชคดีมีพ่อที่เข้าใจห่วงใย แต่ห่างเหินกับแม่..เมื่อสภาวะความมั่นคงทางจิตใจของเขาเหมือนถูกคุกคาม เขาตัดสินใจเข้ารับการปรึกษากับจิตแพทย์ ..ซึ่งที่นั่น ..การปรึกษาในระยะแรกไม่ได้ราบรื่น ..เพราะเขาตั้ง Guard ปกป้องความรู้สึก ตัวเองอย่างมาก ..หนังนี้สะท้อนให้เห็นชัด ..ถึงประบวนการจิตบำบัด (psycho therapy) ผู้เขียนรู้สึกทึ่ง ในการเขียนบท และการดำเนินเรื่อง ในเรื่องนี้มาก แสดงว่าทำการบ้านมาดี มากทีเดียว (หายากในบทละครไทย)
ความน่าสนใจ และจุดที่เป็นหัวใจสำคัญของหนังเรื่องนี้ ผลจากการที่เด็กหนุ่มคนนี้เข้ารับการบำบัด ในที่สุดกลายเป็นว่าคนที่มีปัญหาไม่ใช่เด็กหนุ่มคนนี้ แต่เป็น แม่ ที่ไม่รู้จักให้อภัย ไม่รู้จักคำว่ารัก หรือการเสียสละที่แท้จริง ..denial (ปฏิเสธ)ต่อปัญหา..ว่าไม่ได้เกิดจาก ตัวเอง และยังซ้ำเติม ให้ทุกอย่างเลวร้ายขึ้น ..พยายามจะแยกลูกชายวัยรุ่นของตนออกจากครอบครัว เช่นการ วางแผน vacation โดยไม่มีลูกชาย ..เมื่อเด็กหนุ่มเรียนรู้ สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ..เขาก็เกิดการเติบโตภายใน..และก็เลือกที่จะให้อภัยตัวเองมองมุมใหม่ของตนที่ไม่เคยมองมาก่อน และ ให้อภัยแม่ ยอมสลายส่วนที่เรียกว่า อัตตาของตน ตัวของพ่อเองด้วยความที่รักลูกพ่อเข้าพบจิตแพทย์ของลูก และได้พยายามค้นหา และพยายามสื่อให้แม่เข้าใจว่าปัญหาคือใคร ..
ในตอนจบของเรื่องไม่ได้บอกว่า..แม่ได้เกิด perception ที่ถูกต้องต่อภาพรวมหรือยัง ..แต่รับรู้ว่าตัวเองเป็นปัญหาเลยเลือกที่จะจากไป ..
ดูหนังดูละคร แล้วย้อนดูสังคมไทย ..ครอบครัวคนไทยไม่ได้ โชคดีเหมือน ครอบครัวในสังคมฝรั่งตรงที่ ..เมื่อคนรับรู้ว่ามีปัญหา ..เค้าจะสามารถแสวงหาหาความช่วยเหลือ ได้ ..การเข้าพบจิตแพทย์ ..ในสังคมไทยยังถือว่า เป็นความผิดปกติ เป็นความบ้า เป็นตราบาป หรือ Stigma ยากมากมาย ที่จะได้รับการเยียวยาที่เหมาะสม ..และกว่ารู้ตัว..ก็มักจะสายเกินไป .. <div align="center" style="text-align: center">
</div><div align="left" style="text-align: center">
Note : อ้างอิงภาพจาก http://www.amazon.com/Ordinary-People-Donald-Sutherland/dp/B000055ZFA
</div>
Ordinary people ดูละครแล้วย้อนดูสังคมไทย
การพบจิตแพทย์ในสังคมไทยยังถือว่า เป็นความผิดปกติ เป็นความบ้าเป็นตราบาป หรือ stigma ยากมากมาย ที่จะได้รับการเยียวยาที่เหมาะสม ..และกว่ารู้ตัว..ก็มักจะสายเกินไป ..

อ่านบันทึกของน้องแล้วคิดถึงความหลังเก่าๆสมัยลุยงานอยู่ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน สมัยนั้นถนนยังเป็นลูกรังหรือลูกหินก้ไม่รู้นั่งรถผ่านปางมะผ้าเพื่อไปทำงานปางตองก็ปางตายถนนดีๆมีอยู่แค่เมืองปายต้องหยุดแวะปางมะผ้าทุกครั้งพักผ่อนก่อนเดินทางต่อ ก็ยังดีสมัยนู้นยังมีกาแฟให้ดื่มมีอยู่ร้านหนึ่งก็คงเป็นร้านเดิมนั่นแหละ น้องทำงานอยู่โรงพยาบาลไม่รู้ว่าหน้าที่อะไร แต่อ่านจากหนังที่เล่ามารู้สึกว่าจะเป็นคนเมืองไปอยู่บ้านป่าพี่สาวแฟนพี่เขาทำงานเกี่ยวกับ HA พี่สาวเขาตรวจโรงบาลแถวๆภาคเหนือพี่บอกว่าเธอเว้นแถวปางมะผ้านะกลัวว่าหลังจะเดี้ยงเสียก่อนได้ตรวจไปถึงไม่ต้องครวจให้เขารักษาพอดี ฮา.ขณะแสดงความคิดเห็นพี่อยู่ที่ปาล์มสปริง รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา อยากจะบอกน้องว่าไม่จริงหรอกที่ฝรั่งโชคดีกว่าคนไทยสังคมเขาเอื้อเฟื้อกับคนมีเงินเท่านั้นแต่เขาใช้แสนยานุภาพทำให้เงินเขาตัวโตปล้นทรัพยากรทั่วโลกมาบำเรอความสุขของเขา พี่ก็เลยต้องมาปล้นมันกลับบ้านเรามั่ง ฮา. แสดงความเห็นมาให้กำลังใจ แล้วน้องหมายี่ห้ออะไรคะมันชอบหนาวหรือเปล่า หวังว่าชีวิตคงไม่มีหมานำเหมือนคุณพงศ์เทพ กระโดนชำนาญ ร้องเพลงนะคะ สวัสดีคะ
มายิ้มๆค่ะ…..อยากดื่มชาอีกแล้ว…..(คนคอชา น coffee)/ฝันดีนะคะ
สวัสดีค่ะ พี่ Pro Wa
๑ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมมากมาย และน้อมรับความคิดเห็นค่ะ
๑จากที่คุณพี่เล่ามาแสดงว่า ผ่านมาแถวปางมะผ้า 15 ปี เป็นอย่างต่ำแล้ว..ปางมะผ้า ณ วันนี้ แตกต่างจะก 15 ปีก่อนมากมายแล้วค่ะ ..เดี๋ยวนี้ พี่น้อง ลาหู่ ลีซอ พกมือถือกระเป๋าตุงกันทั้งนั้นค่ะ ..
๑อย่างหนูเนี่ย ไม่ใช่คนในเมืองแน่นอนค่ะ เกิดแต่ป่า ก็อยู่แต่ป่านี่แหละค่ะ ..เอิ๊ก ๆๆ
๑อ่านความรู้สึก ผ่านตัวอักษรแล้วใจมันจับได้ ..ถึงกระแสชาตินิยมที่ไหลในตัวคุณพี่ค่ะ คิดแล้วก็ชื่นชม เวลาประเทศชาติอ่อนล้า ชาติคงต้องการ เสียงอย่างคุณพี่นี่แหล่ะ มาช่วยปลุกใจ ..
๑ไอ้เจ้าลูกชาย 4ขา ที่บ้านเป็นโกลเด้นรีทางเวอร์ ค่ะ ชอบหนาวหรือเปล่ายังไม่ทราบค่ะ แต่เธอไม่ชอบร้อน ค่ะ อันนี้ confirm และชีวิตนี้หมาไม่ได้นำทาง แค่ Dominated นิดหน่อย ๆ พอสังเขปค่ะ
๑ขอบคุณมากมายที่ แวะมาเยี่ยม blog นะคะ
สวัสดีค่ะคุณอาจารย์
๑รู้สึกว่าคุณอาจารย์ขจิต จะยุ่งมากมายใช่ไหมคะ ขอบคุณมากมายที่ยังอุตส่าห์แวะมาเยี่ยมนะคะ
๑น่าดีใจแทนคนไทยแถวบ้านอาจารย์ขจิต ที่มีความสุขดี เห็นคนไทยหลาย ๆ ที่ยังร้อนรุ่มอยู่เลย ..
๑ขอให้อาจารย์ ร่มเย็น เป็นสุข เช่นเดียวกันค่ะ
สวัสดีน้องต้า
anita
สายลมจากทางใต้ ( พัดมาทีไร ก็เย็นใจเมื่อนั้น)
ชานม ศรีลังกา ร้อน ๆ รออยู่ค่ะ ..คงช่วยให้ทางใต้อบอุ่นใจนะคะ..
สวัสดีครับ
เสียดายไม่ได้ดูเรื่องนี้ แต่คงหาได้ไม่ยาก
จริงครับ ใครพูดเรื่องไปหาจิตแพทย์ จะรู้สึกแปลกๆ แต่ว่าสังคมปัจจุบัน อาจจะคุ้นเคยมากขึ้น เพราะคนต้องการจิตแพทย์มากขึ้น
กำลังสำรวจตัวเองอยู่ ;)
</ul>
</div>
</ul>