วันที่ 14 กันยายน 2550
วันนี้เป็นศุกร์ของสัปดาห์ที่ 19 และนับถอยหลังไปก็เหลือ 61 วันแล้วครับ 60 59 58… <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ชีวิตในช่วงนี้ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย งานเดิน งานสนุก เมื่อวานผมช่วงเช้าผมนั่งในคลินิก ดูอาร์เธอตรวจคนไข้ ผมคุ้นกับท่าทีของเขามากขึ้นเยอะ และทำใจยอมรับเขาได้มากขึ้น ที่จริงแล้วอาร์เธอเป็นคนที่มีความรู้ดีมาก การที่ได้นั่งดูเขาตรวจทำให้ผมได้ความรู้มากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ยังเหมือนเดิมก็คือ ไม่มีคนไหนเก่งเลยในความคิดเขา มีคนไข้คนหนึ่งเป็นชาวอินเดีย ลูกสาวพาเข้ามาพร้อมเล่าประวัติให้ฟัง เธอบอกว่าเธอได้โทรไปปรึกษาอาการกับลูกสาวที่เป็นหมออยู่ที่อเมริกา และเพื่อนที่เป็นหมอ urogynae ได้บอกว่า คนไข้มีความผิดปกติที่ pudendal nerve พออาร์เธอได้ฟังดังนี้ก็เลยแสดงอาการดูถูกขึ้นมาทันทีว่า ไม่มีการวินิจฉัยแบบนี้โดยไม่ได้เห็นและตรวจคนไข้ และคำแนะนำของหมอท่านนั้นก็ทำให้คนไข้กลัวต่างๆนานา จนอาร์เธอไม่สามารถตรวจเพิ่มเติมในคนไข้รายนี้ได้ตามที่เขาต้องการ นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เขาเคืองใจ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ตอนบ่ายเข้าห้องผ่าตัด ครูหาญให้ผมผ่าตัดคนไข้พิเศษของท่านด้วย เรื่องนี้น่ายินดี เพราะนั่นหมายความว่าสอบผ่าน แต่ก็มีเรื่องหนึ่งที่ต้องทำให้ถูกด่า นั่นก็คือผมไม่มีผู้ช่วยผ่าตัดเลย ไม่รู้หายไปไหนกันหมด ดันดีไปช่วยครู คนอื่นต่างก็ไปอยู่ที่คลินิกกับครูลี ผมเอามดลูกไม่ออกเลยเรียกท่านให้เข้ามา เลยถูกด่า บอกว่าทำไมผ่าคนเดียว ที่นี่ไม่มีนโยบายให้ผ่าคนเดียว ก็บอกว่าคนอื่นก็มีงานทำไปหมด ท่านก็สวนว่า ก็เรียกขึ้นมาสิ ผมก็บอกว่า เรียกได้อย่างไร เพราะเป็นคลินิกของครูลี (เออ เก่งแฮะ เดี๋ยวนี้กล้าสวน) แล้วท่านก็เข้ามาช่วยและเราก็หัวเราะกันเหมือนเดิม ก็ case นี้ยากจริงๆนี่นา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> 2 วันมานี้ครูของผมเป็นหวัด เสียงแหบแห้ง แต่ก็ยังทำงานแข็งขัน แต่บ่ายวานนี้คงสุดจะทน ผ่าตัดรายสุดท้ายเราวางแผนตัดมดลูกทางหน้าท้อง ท่านไม่ไหว เลยให้ผมกับดันดีโซโล่ งานนี้ก่อนออกไปยังบอกว่า เปิดแผลเล็กๆนะ ได้เลยครับท่าน เล็กนิดเดียว มดลูกบะเริ่มเทิ่ม ดีใจเป็นที่สุด นี่นานตั้ง 4 เดือนแล้วที่ไม่ได้ทำเองเลย ผมเลยได้วาดลวดลายให้ดู งานนี้ให้ดันดีเป็นลูกมือ เถียงกันไปพลาง แย้งกันไปบ้าง ผ่านไปชั่วโมงครึ่งก็เสร็จ มาตกใจกันตอนท้ายสุด ที่ผมใช้มีดกรีดลงบนมดลูกตอนล่าง เพื่อที่จะเปิดให้เห็นปากมดลูกแล้วจะได้ตัดและยกมันออก พยาบาลและดันดีร้องลั่นถามว่าผมทำอะไร ทำไมจึงผ่าแนวนั้น ผมบอกว่า เฉยไว้ ดูไปเถิด ว่าแล้วมันก็หลุดออกมา บอกเขาว่าให้ดู Thai style บ้าง งานนี้พอมดลูดหลุดพลั๊วะก็หัวเราะกันทั้งห้อง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> วันนี้ผมผ่าตัดกับครูลีตั้งแต่ 8 โมงตามเวลาท้องถิ่น รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวนัก เพราะเมื่อคืนหลับๆตื่นๆ สงสัยว่ากรนมาก เรื่องกรนนี่ชักจะเป็นปัญหา กลับบ้านไปคงต้องไปหาอาจารย์โกวิทย์ให้ช่วยดูให้ซะหน่อยแล้ว ผ่าไปรู้สึกง่วงๆเหงาๆไป แอบหาวไปหลายรอบ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ก่อนผ่าตัดได้คุยกับหมอลุปน่า เธอเป็น registra คนใหม่ที่เข้ามาแทนชาฟารี เธอเป็นมุสลิม ช่วงนี้เลยทำให้เธอเหนื่อยง่ายหน่อย เพราะว่าถือศีลอด ผมถามว่าเธอเป็นอินเดียนหรือเปล่า เธอบอกว่าเป็นคนสิงคโปร์นี่แหละ แต่สืบเชื้อสายมาจากอาระเบีย พ่อแม่เป็นอาหรับแท้ๆที่มาตั้งรกรากที่นี่ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ช่วงบ่ายก็มานั่งดูอาร์เธอตรวจคนไข้อีกเช่นเดิม เพราะครูรอยไม่มา มาเจอคนไข้วีไอพีกแล้ว อาร์เธอบอกว่าให้ผมเข้าไปดูแม่เธอด้วยได้ไหม ลูกก็บอกว่า แค่ดูนะ ห้ามแตะ แหม เล่นเอาผมเจ็บหัวใจ นี่เห็นผมเป็นใครหนา เป็นโรคติดเชื้อ หรือว่าสกปรกเต็มทีที่แตะแม่เธอไม่ได้ มารายที่สองเธออายุ 28 ปี มองหน้าผมแล้วถามอาร์เธอว่า ทำไมมีหมอตั้ง 2 คน เธอรู้สึกไม่สบายตัวที่มีคนหลายคนในห้องนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาใช้บริการโรงพยาบาลรัฐ (แบบ S class) ผมเลยออกไปอยู่อีกห้องหนึ่ง บอกให้แทมมี่ชงกาแฟให้แก้วหนึ่ง เพราะง่วงเหลือหลาย กลับมาอีกทีอาร์เธอบอกว่า ที่เธอไม่อยากให้คนอยู่มากเพราะว่าเธอมี mad history ผมย้ำกลับไปว่าBad history? No! MAD HISTORY, Arthur said. <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> วันนี้เลิกงานก็ปาเข้าไป 6 โมง เดินกลับบ้านคนเดียว (แล้วจะให้เดินกลับกับใครล่ะ) ฝนเพิ่งหยุดตก อากาศสบาย ใจว่าง ไม่ได้คิดเล่นๆเหมือนทุกๆวัน ก่อนเข้าบ้านก็ไปกินข้าวกับซุปปลาก่อน น่าแปลกใจที่พบว่า ระหว่างข้ามถนน มีคนถีบจักรยานคนหนึ่งหันมายิ้มให้อย่างกว้างเชียว ผมจำได้ว่าเป็นคนขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่ผมไปกินของเขา 2 ครั้งแล้ว เขาคงจำผมได้ ผมจึงยิ้มตอบ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> อยู่ที่นี่ มีคนขายอาหาร 2 คนที่จำผมได้แม่น คนแรกก็คือลุงขายก๋วยเตี๋ยวใน Kopitium ซึ่งผมมักจะกินตอนเช้าๆ แกพูดสวัสดีครับกับผมทุกเช้า และมักจะถามว่าเหลืออีกกี่วัน แน่ะ การนับถอยหลังของผมนี่กลายเป็นยี่ห้อไปแล้ว แต่ผมก็ย้ำเสมอนะว่า ผมยังมีความสุขอยู่ ไม่ใช่นับเพราะเซ็ง แกบอกว่าเมื่อไหร่ที่ไปหาดใหญ่ จะโทรศัพท์ไปหาผม ผมก็บอกว่าจะพาไปกิน Thai Laksa ก็ขนมจีนน้ำยาไง บ้านเราอร่อยกว่าเยอะครับ คนที่ 2 ก็น่าจะเป็นคนขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อนั่นแหละ ร้านนี้เป็นอีกร้านหนึ่งที่เพิ่งค้นพบว่าอร่อย ผมเดินลงจากห้องพักออกมาทางถนน Jalan Besar เลี้ยวซ้ายแล้วเดินอีกราว 100 เมตร ข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้าม อยู่ชั้น 1 อร่อยอย่าบอกใครเชียวครับ
สวัสดีครับคุณหมอแป๊ะ ธนพันธ์ ชูบุญ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับพี่แดง
เห็นด้วยเหมือนกันนั่นแหละครับ แต่ประวัติที่สำคัญที่สุด หากไม่แย้มออกมาจากปาก บางทีก็เหมือนเส้นผมบังภูเขาหมอเลยครับ
พี่สมนึกครับ
2 วันมานี้มี 2 thai styles ที่ภูมิใจ เรื่องหนึ่งก็คืออาหาร เรื่องที่ 2 ก็ไม่ได้สนใจมันมากนัก เพราะว่าเป็นหน้าที่
เรื่องลืมของนี่ไม่มีทางครับ (ก๊อก ก๊อก) เพราะว่าพยาบาลนับตลอดเวลาครับ ประเภทว่าของไม่ครบ ปิดท้องคนไข้ไม่ได้ครับ พี่นี่ช่างคิดเชียวครับ
วันนี้ เหมือนได้อ่านเรื่องยาวเลยครับ หมอ
ผมได้ข้อสรุปอย่างหนึ่งว่า หมอชอบทานก๋วยเตี๋ยว
สวัสดีครับ
…
แวะมาทักทายชีวิตต่างแดน … ยินดีด้วยนะครับที่ชีวิตยังเต็มไปด้วยพลัง ( ชีวิตในช่วงนี้ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย งานเดิน งานสนุก) ….///
เช่นเคยครับ - ผมเป็นกำลังใจให้และจะร่วมนับถอยหลังเป็นเพื่อน
ฟังคุณหมอเล่าแล้วเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ ประเภทถอดแรม เอาฮาร์ดดิสก์จั๊ม แล้วก็ไขน๊อตปิดฝาเคสอะไรทำนองนั้นเลยค่ะ จริงๆ แล้วมันไม่ง่ายอย่างที่ว่านะสิ แต่ก็ดีค่ะ ได้รับรู้ประสบการณ์ของคนต่างอาชีพ สนุกดี ถ้ามีโอกาสให้เข้าไปดูในห้องผ่าตัดสงสัยจะขอผ่าน เห็นเลือดเยอะๆ น่ากลัวออก ภายในร่างกายคนเราก็ไม่ได้สวยงามน่าพิสมัยชวนดูขนาดนั้นค่ะ ^ ^
สวัสดีครับอาจารย์จารุวัจน์
จริงๆแล้วชอบหลานอย่างเลยครับ ขนมจีน (น่าจะเป็นที่สุด) ข้าวยำ และก๋วยเตี๋ยว (เป็ด เนื้อ เย็นตาโฟ)
อยู่ที่นี่หาอร่อยกินยากครับ เวลาเจอที่เขาทำอร่อยเลยตื่นเต้น
อาจารย์แผ่นดิน แดนไทย
ครับ
ชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ทำให้เรามีความสุขครับ จริงๆแล้วเพียงแค่คิดว่าเรามีพลัง เรามีความสามารถ มันก็เหมือนใส่ปุ๋ยให้หัวใจเลยครับ ทำง่ายจะตาย
และผมยังพบว่า หากเรามีแนวคิดแบบนี้เวลาทำงาน มันจะส่งผ่านไปให้เพื่อนร่วมงานด้วยครับ บรรยากาศก็จะดี
คนที่คอยแต่จะถอนหายใจ คอยพร่ำบ่นว่าเหนื่อยหนักหนา ก็จะส่งความอึดอัดไปให้เพื่อนโดยปริยาย
คุณ Little Jazz
ครับ
เมื่อก่อนก็กลัวเหมือนกันว่า เราจะทำงานได้เหรอ ทั้งเลือด ทั้งเครียด ทั้งน้ำคร่ำ (อย่าลืมนะครับ ว่าผมเป็นหมอสูติ ผมจากน้ำคร่ำไปไม่ได้ไกลหรอก) แต่เมื่อมาเรียนจริงๆก็พบว่า มันเป็นความชินครับ
ผมต้องเตือนตัวเองเสมอว่า ความชินนี้เป็นอันตรายครับ ถ้าผมชินชากับความตายเมื่อไหร่ เมื่อนั้นต้องปลดเกษียณครับ
อ่านแล้ว สนุกดีคะ มีหวาดเสียวนิดหน่อย แต่ก็โอเค
และจบด้วยก๊วยเตี๋ยว นี่ดีจังคะ รู้สึกถึง รอยยิ้มของคนขาย เขาเห็นคุณหมอเป็นเพื่อนจริงๆ ไม่ได้เห็นเป็นลูกค้าธรรมดา
โลโก้นับถอยหลังนี่เท่ห์ดีคะ....
มาถึงเมืองไทย นี่รวมเล่มเผยแพร่ได้เลยนะ
มาเชียร์คะ
....................................
จริงๆแล้วเพียงแค่คิดว่าเรามีพลัง เรามีความสามารถ มันก็เหมือนใส่ปุ๋ยให้หัวใจเลยครับ ทำง่ายจะตาย
......................................
ประโยคนี้ต้องเผยแพร่คะ ชอบมากๆ ขอเอาไปใช้บ้าง ...แค่คิด..เท่านั้น มาเองเลย...เยี่ยมๆ
ขอบคุณครับคุณหน่อย
(พี่ร่วมมหาวิทยาลัย)
อ.หมอแป๊ะเลือกตั้งชื่อบันทึกยังไงคะ พี่โอ๋อ่านแล้วอยากตั้งชื่อว่า ความภูมิใจผ่าตัด Thai style มากกว่าค่ะ เพราะอ่านจบแล้วรู้สึกชื่นชมดีใจความสามารถของหมอไทยคนนี้ไปด้วยจัง
แต่นึกได้ถึงชื่อบันทึก ต้องกลับไปอ่านใหม่ว่าเอ๊ะตรงไหนนะที่เป็นตามชื่อเรื่อง รู้สึกว่าอาจารย์มองโลกออกจะแง่ดี๊ดีน่ะค่ะ เลยค่อนข้างแปลกใจว่ามายังไงนะชื่อนี้
พี่โอ๋ครับ
ไม่มีหลักเกณฑ์ในการตั้งชื่อเรื่องเลยครับ แล้วแต่อารมณ์ศิลปินพาไปครับ บางทีเล่ามาตั้งนานไม่เข้ากับชื่อเรื่องเลย บางทีมีเรื่องสะกิดนิดเดียวในเรื่องยาว ก็เอามาตั้งชื่อเรื่อง
ไม่ยึดติด ไม่มีแบบ สบายใจ สบายหัว มั่วบ้าง เมาบ้าง ฮาครับ