ให้หนูเป็นหมอด้วยคน...

ทำไงดี.......(บ่น..บ่น..บ่น)

ด้วยความที่ไม่ค่อยได้ขึ้นห้องสอนเพราะภาระงานที่เต็มใจทำและ......ให้ทำ  ส่งผลให้ภาระงานหลักในการสอนบกพร่อง(บ่นอีกแล้ว บ่นมา 3 บันทึกแล้วไม่เลิกซะที)  จนตอนนี้เกิดความกังวล ก็สัปดาห์หน้า วันที่ 19 - 21 กันยายน ร.ร.จะทดสอบอ่านคำศัพท์ภาษาไทย อังกฤษ และท่องสูตรคูณ ตามโครงการส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการของ ร.ร. ซึ่งจะมีการทดสอบอ่านภาคเรียนละ 1 ครั้ง 

แต่นักเรียนในห้องของครูตุ๊กยังอ่านไม่ออก ท่องสูตรคูณไม่ได้อีกตั้งหลายคน (ฮือ..ฮือทำไงดี เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน จะแก้ทันไหมเนี่ย ปีการศึกษาที่แล้วทำคะแนนไว้สูงซะด้วย ปีนี้แย่แน่ๆ)

ทันใดนั้นความคิดอันบรรเจิด เลิศหรูอลังการงานสร้างดาวล้านดวง..(พอๆ..นอกเรื่อง) ก็เกิดขึ้น คือการรับอาสาสมัครเพื่อนช่วยเพื่อน โดยรับสมัครนักเรียนที่อ่านเก่งจับคู่เป็นคุณหมอรักษาคนไข้ที่เป็นโรคอ่อนแอทางการเรียน(เพื่อให้นักเรียนมีความภูมิใจในตำแหน่งตนเอง) ส่วนคนที่อาการหนักมากๆหมอใหญ่(ครู)จะรับรักษาเอง

ก่อนจะรับสมัครจะบอกก่อนว่าเพื่อนนักเรียนคนใดจะต้องได้รับการรักษา(เด็กๆเขาจะรู้ตัวของเขาอยู่แล้ว) บางคนรีบออกตัวก่อนเลยว่าต้องการรับการรักษาเพราะอยากอ่านได้ 

เมื่อถึงเวลารับสมัครปรากฎว่ามีนักเรียนสมัครเป็นคุณหมอเยอะมาก และระบุคนไข้ของตัวเองด้วยว่าจะรักษาใคร  โดยที่ครูไม่ต้องจับคู่ให้ 

ครูประจำชั้นปลื้มใจมากกับความมีน้ำใจและรักเพื่อนของนักเรียน  เลยแจ้งกับนักเรียนว่าถึงวันสอบถ้าคนไข้ของใครรักษาหาย(หมายถึงสอบอ่านได้ ร้อยละ 80 ของคำตามเกณท์ที่ ร.ร.กำหนด ถือว่าผ่าน) ครูจะมีรางวัลให้(เป็นเงินค่าขนมเล็กน้อย) แต่ถ้าคนไข้ของใครไม่ผ่านครูก็มีรางวัลปลอบใจ(ดินสอเปลี่ยนไส้ค่ะ..อิ..อิ)  แต่จริงแล้วตั้งใจว่าจะให้ค่าขนมทุกคน

นักเรียนก็ตอบรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทั้งคุณหมอและคนไข้  แต่ยังไม่รู้ว่าผลออกมาจะเป็นอย่างไร  ต้องรอลุ้นกันสัปดาห์หน้า

รำพึงถึงนักเรียน..

ลูกๆที่รัก

ถ้าใครสอบอ่านไม่ผ่าน  ครูตุ๊กขอรับความผิดนั้นไว้แต่เพียงผู้เดียว เพราะครูทอดทิ้งนักเรียนไปนาน(ครุสมควรจะถูกลงโทษ)....เทอมหน้าครูขอแก้ตัวใหม่นะจ๊ะ