มวล. กำลังริเริ่มนวัตกรรมการศึกษาและการพัฒนาด้านวิทยาการสุขภาพขึ้นในภาคใต้และในประเทศไทย โดยการก่อตั้งวิทยาลัยวิทยาการสุขภาพ เป็นร่มรวมพลังเครือข่ายสำนักวิชาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ เพื่อไปร่วมมือกับ "ทุนปัญญา" (Intellectual Capital) ภายนอกมากมาย มาดำเนินการผลิตบุคลากรด้านสุขภาพรูปแบบใหม่ที่ เรียกว่า "แบบชุมชนเป็นฐาน"
ปีหน้า มวล. จะรับนักศึกษาแพทย์ ๔๘ คน ประชาคม มวล. อาจไม่เข้าว่านี้คือความท้าทายใหญ่หลวงต่อประชาคม มวล. ว่าจะรับ growing pain นี้ได้หรือไม่
การมีสำนักวิชาแพทยศาสตร์ จะเป็น pain สำหรับสำนักวิชาอื่นๆ ที่มีอยู่แล้ว และจะเจ็บปวดต่อเนื่องไปประมาณ ๑๐ ปี แล้วหลังจากนั้น ก็จะเกิดสภาพที่ "หลุดไปสู่ภพภูมิใหม่" ที่ มวล. เป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับการยอมรับนับถือมากอย่างไม่น่าเชื่อ
นี่คือสภาพที่ผมมีประสบการณ์ตรงที่ มอ. ผมภาวนาให้ "ความเจ็บปวด" ที่ มวล. ไม่รุนแรงเท่าที่ผมเคยเห็นที่ มอ.
การมีวิทยาลัยวิทยาการสุขภาพ จะก่อความเจริญแบบก้าวกระโดดให้แก่ มวล. โดยต้องอดทนความเจ็บปวดประมาณ ๑๐ ปี
แต่ความเจริญแบบก้าวกระโดดของ มวล. ไม่ใช่จะเป็นผลจากวิทยาลัยวิทยาการสุขภาพเท่านั้นนะครับ จะเกิดจากผลงานของทุกสำนักวิชา ทุกส่วนงาน ของ มวล.
ถ้าจะก้าวกระโดดสู่ภพภูมิใหม่ ก็ต้องยอมรับว่าต้องอดทนต่อ "ความเจ็บปวดเพื่อการผุดบังเกิด"
ของดีที่ได้มาฟรีๆ ไม่มีในโลกนี้
ผมได้แรงบันดาลใจจากการเข้าร่วมประชุมสภาฯ มวล. เมื่อเช้านี้
วิจารณ์ พานิช
๘ ก.ย. ๕๐