การร่ายรำระหว่างหญิงและชาย เรือมตล็อกหรือรำกะลานี้ มีเคล็ดอยู่ว่าคู่ใดสามารถเคาะกะลามะพร้าวแตก ก็คาดว่าคู่นั้นจะได้แต่งงานกัน

เรือมตล็อก(รำกะลา)

           เมื่อวานนี้ได้นำเสนอบันทึก ระบำอัปสราวันนี้เพื่อให้สอดคล้องและต่อเนื่องจากเมื่อวาน ขอนำเสนอ เรือมตล็อกหรือว่ารำกะลา การแสดงชุดนี้สอดคล้องกันระหว่างของไทยเราทางภาคอีสานตอนใต้ แถบจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษฯ กับ นาฏศิลป์พื้นเมืองเขมร ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันมากแทบจะเป็นชุดเดียวกันก็ว่าได้

สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกัน หรือเกิดจากวัฒนธรรมเลื่อนไหล ไม่มีหลักฐานใดบ่งบอกว่าเกิดจากที่ใดก่อน ก็ขออนุญาตนำเสนอทั้งการแสดงที่เป็นของไทยเราและของนาฏศิลป์พื้นเมืองเขมรไปพร้อมกันนะครับ

 

          เรือมตล็อก เป็นภาษาเขมร คำว่าเรือม แปลว่ารำ คำว่า ตล็อก แปลว่า กะลามะพร้าว ความหมายแปลเป็นไทย ก็คือ รำกะลา เป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวอีสานใต้ของไทย และกัมพูชา ซึ่งสืบเนื่องมาจากการนิยมปลูกมะพร้าว  เพราะมีความเชื่อว่าใครปลุกมะพร้าวได้งอกงามก็จะทำให้ชีวิตครอบครัวมั่นคง หลังจากเก็บเกี่ยวและว่างงานแล้ว หนุ่มสาวจะไปนั่งขัดกะลามะพร้าวที่ลานบ้าน  ส่วนหนึ่งกะลาจะนำไปเป็นภาชนะ ส่วนเนื้อมะพร้าวจะนำมาประกอบอาหาร

 

          การร่ายรำระหว่างหญิงและชาย เรือมตล็อกหรือรำกะลานี้ มีเคล็ดอยู่ว่าคู่ใดสามารถเคาะกะลามะพร้าวแตก ก็คาดว่าคู่นั้นจะได้แต่งงานกัน บรรเลงด้วยวงกันตรึม ซึ่งเป็นวงมโหรีพื้นเมืองอีสานใต้

 

          สถาบันการศึกษาที่ช่วยส่งเสริมและอนุรักษ์การแสดงชุดนี้ คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธิ์ วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด วิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา และสถาบันการศึกษาตลอดจนโรงเรียนที่มิได้เอ่ยนาม  ต้องขอขอบพระคุณไว้อย่างสูง ที่ช่วยให้การแสดงพื้นบ้านของไทย อยู่คู่กับประเทศไทยของเราตลอดไป