Positivism ฐานพลังของครู

ทุกงาน ทุกอาชีพ มีกิจกรรมทั้งสิ้น มีกิจกรรมแปลว่าต้องใช้พลังงาน มีพลังงานก็ต้องมีใช้ มีหมด มีต้องการเพิ่ม ดังนั้นการบริหารจัดการพลังเกื้อหนุน มีความสำคัญและสัมพันธ์แนบแน่น กับความสำเร็จ สัมฤทธิผลของงานทุกชนิด ทุกประเภท

ครู ก็จะต้องหาพลังมาจากแหล่งที่ใด ที่หนึ่ง ให้ได้

ในภาษาธุรกิจ หรือภาษาการบริหารจัดการ มีคำหนึ่งคือ "การจัดการความเสี่ยง Risk Management" เป็นหัวข้อสำคัญที่เดียว เพราะความเสี่ยงเป็นอะไรที่จะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อสิ่งที่ตั้งใจจะทำ ตั้งใจจะให้เกิด ถึงแม้ว่าการตั้งความคาดหวังจะเป็นแหล่งก่อความผิดหวัง แต่จะมาก จะน้อย เราก็จะอดมี "ความหวัง" ไม่ได้ และการบริหารจัดการความเสี่ยง ก็ไม่ได้เป็นอะไรที่ไม่ควรทำ

ความเสี่ยงของครู ก็คือ การหว่านเมล็ด แล้วดันตกลงไปบนผิวหินอ่อน ไม่มีช่องให้รากหยั่งลงไป หรือ ตอนลุ้นดูการงอกงาม ว่าจะเหี่ยว จะแกร็น จะแปรพันธุ์หรือไม่ แต่ก็ได้แต่เฝ้ามอง หลังจากได้ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรทำไปแล้ว

มองดูดีๆ ความเสี่ยงนี้ก็เหมือนกับความเสี่ยงของอาชีพแพทย์ไม่น้อยเลย หลังจากที่หมอทำทุกอย่าง เท่าที่ความรู้ ความสามารถของตนเอื้ออำนวยแล้ว จะอยู่ หรือ จะตาย ก็พ้นอำนาจ การควบคุมของหมอไปอแล้วเหมือนกัน ตรงนี้จึงเกิด similarity ระหว่างอาชีพแพทย์ และอาชีพครู ก็คือ positivism

ผลิตผลงานของแพทย์ อาจจะออกแสดงผลได้เร็ว แต่สำหรับครูนั้น อาจจะต้องใช้เวลาชั่วชีวิต ก็ยังไม่เห็น ไปเห็นงอกงามหลังจากครูตายไปแล้วก็ยังมีได้เหมือนกัน เพราะการงอกงามนั้น อาศัยจังหวะเวลา และความพอดิบพอดีสูงมาก

เมล็ดที่นอนแอ้งแม้งบนพื้นหินอ่อนราบเรียบ ดูๆแล้วไม่น่าจะมีทางเติบโต หยั่งรากไปที่ใดได้เลย แต่สักวันหนึ่งแม้แผ่นหินอ่อนอันแข็งแกร่งก็ยังเกิดร่องแยกแตกลึกขึ้นมาได้ อาศัยลม อาศัยฝน ฝุ่น อาหาร บางทีเราก็เคยเห็นเมล็ดงอกออกมาในที่ที่ไม่มีใครคิดว่าสามารถจะงอกได้

การมองเห็น "ความเป็นไปได้แม้เพียงน้อยนิด" นี่เอง ที่ทำให้ครูสามารถประกอบอาชีพครูต่อๆไปได้เรื่อยๆ ไม่ว่าจะได้ลูกศิษย์แบบไหนก็ตาม

เคยมีวาทะหนึ่งว่า "I have learnt while you least expect it" เป็นคำกล่าวของนักเรียนคนหนึ่งกับครู บอกว่านักเรียนน่ะ จะเรียนรู้อะไรๆ ตอนที่ครูมักจะคาดคิดไม่ถึง หรือ คาดถึงน้อยที่สุดเสมอ บางทีแม้แต่เด้กที่เราคิดว่าไม่น่าจะฟังเราอยู่ อาจจะเป็นคนที่เรียนจากเรามากที่สุดก็ได้

เมื่อคิดได้แบบนี้ งานหว่านเมล็ด โปรยปุ๋ย พรมน้ำ พรวนดิน เตรียมลม เตรียมอากาศ แม้แต่เปิดเพลงให้ต้นไม้ ให้เมล็ดออ่นฟัง ก็ดูน่าภิรมย์ขึ้นเป็นกอง

การหว่านเมล็ด โดยที่เราทราบแก่ใจว่าเราเองก็อาจจะไม่ได้มีชีวิตอยู่มองเห็นมันงอกงาม แต่หว่านไปเพราะมีศรัทธาว่ามันคงจะงอกงาม แม้เพียงสักต้น แม้จะแคระแกร็น ก็เป็นงานที่สร้างสรรค์อะไรบางอย่างแก่โลกใบนี้ จึงสามารถเป็นศูนย์พลัง เป็นฐานพลัง เป็น The Source ให้แก่ครูทุกคน

เมื่อถึงตอนนี้ เกิดอารมณ์น้อมรำลึกกราบขอบพระคุณ บูชาครูทุกคนที่เคยมีโอกาสสอนสั่งกันมา ด้วยกรรมและบุญที่เราได้เคยทำร่วมกันไว้ สิ่งเดียวที่ศิษย์คนนี้จักตอบแทนครูทุกคนได้ ก็คือขอปวารณาว่าจะสอนไปเรื่อยๆ แก่คนไม่จำกัด อย่างที่ครู และบรมครูเคยทำให้แก่ศิษย์ ตลอดไปเทอญ 

สำหรับใครที่อาจจะยังไม่เคยชม video clip (Powerpoint) นี้ ลองไปชมดูนะครับ

BEYOND DESCRIPTION