ผมได้ดู power point รู้สึกในใจว่าอาจารย์คนแรกๆ ที่เป็นคนจุดประกายให้ผมเดินมาในทางนี้คือใคร และนึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ผมมีอาจารย์ที่อยู่ในใจ 2 ท่าน
ตอนผมเรียนเวชศาสตร์ครอบครัวตอนเป็นนักศึกษาแพทย์ที่รามา ในเวลานั้น (ประมาณ 9 ปีก่อน) ผมไม่รู้สึกว่าเวชศาสตร์ครอบครัวดีจากอาจารย์ที่รามา แต่ผมมีข้อมูลว่าเป็นศาสตร์ที่ดี ถ้าทำได้จริงจะทำให้คนที่เรียนเป็นแพทย์ที่เก่งและดีในเวลาเดียวกัน ผมจึงมุ่งหน้าขึ้นทางเหนือสู่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่เคยได้ยินว่าเป็นที่แรกที่สอนเวชศาสตร์ครอบครัว ผมเจออาจารย์บุญส่ง เป็นอาจารย์ที่สอนผมแบบเห็นภาพ อาจารย์พาผมลงสลัมในเชียงใหม่ในวันเสาร์ ในขณะที่เดินไป คนในสลัมทักอาจารย์ตลอดทาง และมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังมีการประชุมเรื่องในหมู่บ้านแล้วชวนอาจารย์เข้าร่วมแต่อาจารย์บอกว่าไม่เป็นไร (อาจารย์บอกผมที่ไม่ร่วมวงเพราะ ความเห็นเราอาจจะไปทำให้เขาไม่กล้าแสดงออกมาเพราะเขาเชื่อถือเรา)
อาจารย์บอกผมหนึ่งคำที่จำจนถึงวันนี้ "ถ้าโรจน์อยากประสบความสำเร็จในงาน ต้องรู้จักยกความดีให้คนอื่น ใครขอความช่วยเหลืออย่าปฏิเสธ แล้วผมเชื่อว่าคนเขาจะเห็นเองว่าเราเป็นเช่นไร"
การเป็นครูของอาจารย์ในวันนั้นทำให้ผมมุ่งจะเรียนเวชศาสตร์ครอบครัวนับแต่วันนั้นเป็นต้นมา อาจารย์สอนจิตวิญญาณอย่างแท้จริง
อาจารย์สุมาลีแห่งศิริราชเป็นอาจารย์ที่ผมประทับใจมาก ถึงผมจะรู้จักอาจารย์ระยะสั้นๆที่การอบรมระยะสั้นเรื่อง counseling ผมปรึกษาอาจารย์เรื่องการทำโครงการกัลยามิตรที่แม่สอด อาจารย์ตอบ e-mail ผมตลอดทุกครั้งที่ผมมีคำถามถึงอาจารย์จะเป็นอาจารย์อาวุโสแต่สอนผมอย่างมาก อาจารย์รับฟังสิ่งที่นักเรียนพูดอย่างลึกซึ้ง ผมเห็นความเป็นครูในตัวอาจารย์ ความเป็นครูเร่งเร้าความอยากรู้อยากเรียนของผมอย่างมาก
ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้มีอาจารย์ที่เป็นครูมากๆ ผมรู้สึกว่า การเลือกใครเป็นอาจารย์ซักคนก็สำคัญ มิใช่ต้องเก่งที่สุด แต่เป็นคนที่ถ่ายทอดความดีได้จากตัวอาจารย์มายังศิษย์ได้ อาจารย์ส่วนใหญ่เป็นเช่นไรศิษย์ส่วนใหญ่คือภาพสะท้อนของสถาบันนั้น